
เร่งดันแบงก์ไปรษณีย์ไทยปล่อยกู้รากหญ้าต้นปีหน้า
คลังดัน ปณท เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายแก้หนี้นอกระบบ เตรียมชงแบงก์ไปรษณีย์ไทยเข้า ครม.อีก 2 สัปดาห์ รัฐลงขัน 500 ล้าน ตั้งกองทุนดึงโมเดลกรามีนแบงก์จากบังกลาเทศนำร่อง 50 สาขา คาดคิกออฟในเดือนมกราคม 2554
นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ในฐานะประธานบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยถึงการจัดตั้งสถาบันการเงินระดับฐานราก หรือไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งให้ ปณท เป็นผู้ดำเนินการว่า ในขณะนี้ได้สรุปรูปแบบการดำเนินการเบื้องต้นแล้ว โดยการตั้งเป็นบริษัทลูกของไปรษณีย์ไทย บริหารงานในรูปแบบกองทุนและให้รัฐบาลลงเงินประเดิมให้จำนวน 500 ล้านบาท เนื่องจากเป็นการปล่อยกู้รายย่อยจำนวนมากในวงเงินไม่เกินรายละ 1 หมื่นบาท
ทั้งนี้ บริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาจะเปิดรับสมัครพนักงานที่เป็นคนในท้องถิ่นนั้นๆ เป็นหลัก เพื่อดำเนินการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อ โดยให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เป็นพี่เลี้ยงในการวิเคราะห์สินเชื่อและความเสี่ยงการปล่อยกู้ เนื่องจากหากเป็นการตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐวิสาหกิจจะทำให้ขั้นตอนการดำเนินงานล่าช้าไม่สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบตามนโยบายของรัฐบาล
“ผมยืนยันว่าการดำเนินการของธนาคารเพื่อปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์นี้ ไม่ได้ใช้คนของไปรษณีย์ไทยในการดำเนินการโดยตรง เพียงแต่ใช้สถานที่ของที่ทำการไปรษณีย์เป็นจุดดำเนินการในการขอสินเชื่อเท่านั้น เนื่องจากพนักงานของไปรษณีย์ไทยไม่มีความเชี่ยวชาญในด้านการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งกรอบการดำเนินงานเบื้องต้นวางไว้ทุกอย่างจะเรียบร้อยภายในสิ้นปีนี้ และสามารถดำเนินการปล่อยกู้ได้ในเดือนมกราคม 2554 คาดว่าจะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายใน 2 สัปดาห์นี้” นายจักรกฤศฏิ์กล่าว
นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า การดำเนินงานของธนาคารไปรษณีย์ไทยสามารถขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ตามแผนแม่บทพัฒนาระบบสถาบันการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทันที โดยจะยึดต้นแบบการดำเนินการของธนาคารกรามีน ประเทศบังกลาเทศ ที่ประสบความสำเร็จในการปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเปิดดำเนินการสำหรับโครงการนำร่อง 30-50 สาขา ในระยะเวลา 1 ปีทั้งในเขตชุมชนหนาแน่นในเมืองใหญ่และเขตห่างไกลในชนบทเพื่อประเมินผลการดำเนินงานก่อนขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศต่อไป



