
"ทุจริตแรงขึ้นหยุดยั้งยาก"
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ" (ป.ป.ช.) เปิดโครงการ ค้นหาผู้แทนในดวงใจ โดยให้ชาวบ้านเลือกคุณสมบัติ ส.ส.ที่อยากได้
หลายคนแปลกใจการเปิดโครงการดังกล่าวของ ป.ป.ช. เพราะหน้าที่หลักส่วนใหญ่จะเห็นเน้นเรื่อง "ตรวจสอบการทุจริต"
เฉพาะ 9 เดือนที่ผ่านมา "ป.ป.ช." ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงคำร้องขอให้ถอดถอนนักการเมืองและไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยของหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 และร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับมาใหม่ทั้งหมดกว่า 200 เรื่อง
ส่วนที่ดำเนินการแล้วเสร็จไปกว่า 1,000 เรื่อง
และทุกๆ ปีต้องมีเรื่องที่ค้างการพิจารณาขณะนี้มีอยู่กว่า 7,000 เรื่อง
แสดงให้เห็นว่าการทุจริตมีความรุนแรง เฉพาะที่มีการร้องเรียนในปีหนึ่งก็มีจำนวนกว่า 100 เรื่อง
ไม่รวมคดี "คู่กรณี" เป็นผู้มีอิทธิพลจนทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าร้องเรียนอีกนับไม่ถ้วน
"ป.ป.ช." จึงตัดสินใจเปิดตัวโครงการ "ค้นหาผู้แทนในดวงใจ" ที่เน้นงานป้องกันการทุจริตมากกว่าการตรวจสอบ
ซึ่ง "วิชา มหาคุณ" กรรมการ ป.ป.ช. ก็ยอมรับว่า การทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตของ ป.ป.ช.ที่ผ่านมาถือว่าหนักมาก จึงคิดว่าควรจะมาเน้นการป้องกันก่อนเกิดการทุจริต ที่ผ่านมาเน้นปราบปรามอย่างเดียว ซึ่งคงไม่หมดจึงต้องทำงานควบคู่ไปกับการป้องกันการทุจริตด้วย
"การทำโครงการค้นหาผู้แทนในดวงใจเป็นจุดเริ่มต้นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของนักการเมืองและเป็นการแสดงจุดยืนว่าต้องการผู้แทนแบบไหนมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนในสภา อาจจะช่วยปรับพฤติกรรมที่ไม่ดีไม่เหมาะสมของนักการเมืองด้วย" กรรมการ ป.ป.ช. กล่าว
โครงการนี้นอกจากดึงให้ประชาชนมามีส่วนร่วมในการติดตามการทำงานของ ส.ส.แล้ว ถือเป็นการกระตุ้นให้นักการเมืองมีความตื่นตัวในการทำหน้าที่ให้มากขึ้น
"ขณะนี้ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นทวีรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หยุดยั้งยากขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างจิตสำนึกของประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบ เพราะขณะนี้ปัญหาการทุจริตเริ่มเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ"
"วิชา" เชื่อว่า ภาพความวุ่นวายในห้องประชุมสภา การใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพจะลดลง หลังการทำโครงการนี้ ป.ป.ช.จะแถลงต่อสาธารณชน เพื่อให้นักการเมืองทราบว่าประชาชนไม่ต้องการหรือต้องการ ส.ส.แบบไหน และข้อมูลที่ ป.ป.ช.ได้มาจากการทำโครงการครั้งนี้จะนำไปขยายผลเพื่อทำโครงการเรื่องอื่นต่อไป
"ข้อมูลที่ประชาชนให้มา ป.ป.ช.จะเก็บเป็นความลับ ข้อมูลที่ได้อาจจะตรงกันบ้างไม่ตรงกันบ้างถือเป็นการหยั่งเสียงการมีส่วนร่วมของประชาชนหากได้รับความร่วมมือเป็นที่น่าพอใจ จะนำแนวการทำโครงการนี้ไปทำเรื่องอื่น เพื่อต่อยอดโครงการต่อไป"
แม้ว่าโครงการ "ค้นหาผู้แทนในดวงใจ" ดูเหมือนจะเป็นโครงการ "วัวหายแล้วล้อมคอก" แต่ "วิชา" กลับมองในแง่ดีว่า "มาช้ายังดีกว่าไม่มา"
"ผู้แทนในดวงใจ"
คุณสมบัติ ส.ส.ที่ประชาชนต้องการ โดยเลือก 3 ข้อ จาก 8 ข้อดังนี้
1.ปฏิบัติหน้าที่และแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเที่ยงธรรมและมีความอิสระเพื่อรักษาไว้ซึ่งประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
2.ยึดถือและปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนเป็นสิ่งสูงสุด
3.รับฟังเรื่องร้องทุกข์ 4.แสดงความรับผิดชอบเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและผิดพลาดตามควรแก่กรณี
5.เคารพสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่น ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพที่มีลักษณะเป็นการดูหมิ่น หมิ่นประมาท เสียดสีใส่ร้ายบุคคลอื่นโดยไม่มีพยานหลักฐานหรือนำเรื่องเท็จมาอภิปรายในที่ประชุม ส.ส.
6.ไม่วางตนอยู่ใต้อิทธิพลทางการเงินผลประโยชน์ข้อต่อรองใดๆ เพื่อบุคคลหรือองค์การอื่นใด ซึ่งอาจมีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส.
7.อุทิศเวลาให้การประชุม ส.ส.และตรงต่อเวลา ไม่ขาดประชุมเกินความจำเป็น
8.ให้ข้อมูลข่าวสารประชาชนครบถ้วน ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงหรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคลอื่น
โดยส่งความเห็นเป็นไปรษณียบัตรระบุชื่อที่อยู่ให้ชัดเจนพร้อมกับส่งไปที่ตู้ ปณ.100 เขตดุสิต กทม. 10300 หรือร่วมตอบคำถามผ่านเว็บไซต์ของสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ www.nacc.go.th ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคมนี้
สมถวิล เทพสวัสดิ์



