ข่าว

การเมืองเหลืองแดง

การเมืองเหลืองแดง

04 ต.ค. 2553

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มการเมืองภาคพลเมือง ที่ถูกเรียกชื่อว่า คนเสื้อเหลือง มีคำถามว่า เหตุใดพวกเขาจึงถูกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) สั่งห้ามทำกิจกรรมรำลึกถึงเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ในขณะที่กล

หรือกลุ่มคนเสื้อแดง สามารถที่จะจัดกิจกรรมรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในปฏิบัติการกระชับพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ได้ ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นเช่นใด แต่คำถามในลักษณะเช่นนี้ ก็จะยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทยต่อไป เนื่องเพราะสีของเสื้อได้เป็นตัวแยกแบ่งคนไทยออกเป็นสองกลุ่ม และแต่ละกลุ่มก็จะเฝ้ามองอีกกลุ่มหนึ่งว่า ได้รับการปฏิบัติจากรัฐแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร เช่น กรณีที่คนเสื้อแดงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งรัดคดีพันธมิตรบุกสนามบิน หากจนถึงขณะนี้กลุ่มคนเสื้อแดง กลับมีความคืบหน้าในการดำเนินคดีมากกว่า

 ยังไม่มีการสำรวจกลุ่มประชากร และจำแนกอย่างชัดเจนว่า คนไทยที่เป็นกลุ่มคนเสื้อแดง เสื้อเหลืองนั้นมีมากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากรทั้งประเทศ คนเสื้อมีสีอาจมีมากในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน และเป็นกลุ่มคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ หรือเป็นเพียงคนกลุ่มน้อยก็ได้ แต่แน่นอนว่า ปรากฏการณ์เสื้อเหลือง เสื้อแดง ได้พิสูจน์ว่า ใครที่ตะโกนเสียงดังที่สุด มักจะได้รับความสนใจมากที่สุด แต่คนเสียงดังนั้น ไม่ใช่คนที่ถูกต้องเสมอไป ประเด็นก็คือ ไม่ว่าคนไทยจะมีสีหรือไม่ เขาควรต้องเข้าใจว่า การเมืองภาคพลเรือนไม่ได้แปลว่า เขาจะต้องมีแบรนด์ นปช. หรือพันธมิตร ติดตัว หรือเขาจะต้องมีความรู้สึกว่าเป็น “คนมีพวกมาก” ตะโกนได้เสียงดัง สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เขาจะต้องตระหนักว่าการเมือง ไม่ใช่เรื่องของนักการเมือง และถือเป็นฉันทานุมัติผ่านการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ให้คนเหล่านั้นไปทำสิ่งใดก็ได้

 คนไทยจะต้องเข้าใจว่า การเมืองเป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้น การเมืองเริ่มต้นเมื่อชุมชนทั้งหลายรู้ว่า ชะตากรรมของเขาขึ้นอยู่กับพวกเขาเอง เผ่าพันธุ์ดั้งเดิมของมนุษย์เชื่อว่าวิถีชีวิตถูกกำหนดโดยธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ หรือการถูกโจมตีจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ เป็นไปตามพระประสงค์ของพระเจ้า ต่อมาเขาเริ่มเข้าใจว่า ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงกับโชคชะตา มนุษยชาติจะมั่นคงแข็งแรง หรืออ่อนแอ ย่อมเป็นปัญหาที่เขาบริหารจัดการได้ นั่นคือสิ่งที่ประชาชนสามารถที่จะเลือก กฎ กติกา ที่เขาจะอยู่ร่วมกันในสังคมเอง สามารถตัดสินชีวิตของตนเองได้ ชุมชนทางการเมืองจึงเกิดขึ้นภายในกรอบของสังคม ศาสนา เศรษฐกิจและสภาพภูมิศาสตร์ของแต่ละชุมชน นั่นแปลว่าการเมืองเป็นเรื่องสาธารณะที่ทุกคนย่อมมีส่วนร่วมได้ โดยไม่ต้องมีสังกัด หรือแม้กระทั่งพรรคการเมือง