
เด็ก(ไทย)ขอพูดบ้าง
ช่วงนี้มีเหตุให้ฉุกคิดว่าวิถียุติธรรมพูดแต่เรื่องของผู้ใหญ่ นานทีปีหนจะพูดถึงวิถียุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน วันนี้จึงขอยกพื้นที่ให้แก่เด็กและเยาวชนในสังคมไทยด้วยเพราะช่วงหลังๆ มานี้ประเด็นวิถียุติธรรมในแวดวงมักจะเป็นไปในทางลบไม่ว่าจะเป็นเรื่องนักเรียนตี
เร็วๆ นี้ก็จะมีกฎหมายเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชนที่กระทำผิดซึ่งได้แก้ไขปรับปรุงใหม่ออกมาใช้กันอีกแล้ว ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องความหวังดีที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ออกมาสู่สาธารณะเป็นระยะๆ
เป็นธรรมชาติของวิถียุติธรรมทุกเรื่องที่จะต้องมีขอบเขตและคำนึงถึงความเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นๆ ในสังคมด้วยอย่างน้อยเมื่อพูดถึงเรื่องความยุติธรรมก็ต้องพูดถึงคนและความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคม ซึ่งน่าจะกินความรวมไปถึงวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อด้วยซ้ำไป นอกจากนั้นยังต้องมองไปถึงความเป็นสากลที่ชาวโลกเขายอมรับและปฏิบัติกันอยู่ทั่วไป พูดง่ายๆ เวลาคิดถึงเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับความยุติธรรมต้องคำนึงถึงธรรมชาติความเป็นคนในสังคมที่ต้องเกี่ยวพันกับคนทั้งโลกด้วยนั่นแหละ
เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ทั่วไปว่าทุกสังคมในโลกนี้มองเห็นและยอมรับคุณค่าของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็กและเยาวชนเป็นกรณีพิเศษแตกต่างจากผู้ใหญ่ คงเป็นเพราะตระหนักกันดีว่าด้วยวัยอันเยาว์และการอ่อนด้อยต่อประสบการณ์อาจส่งผลให้มีการดำเนินชีวิตไปแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และเพื่อประคับประคองให้เด็กและเยาวชนได้มีการเตรียมความพร้อมในการเป็นสมาชิกในสังคมที่สมบูรณ์ จึงมีทั้งกฎหมายและมาตรการทางสังคมมากมายมารองรับช่วงชีวิตที่สำคัญนี้ของมนุษย์
คำว่าเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับเด็กจึงเป็นหลักการสำหรับทั่วโลกใช้ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน เมื่อหันมามองสังคมไทยก็พบว่าเมื่อเกือบยี่สิบปีที่ผ่านมามีการใช้หลักการนี้ในแวดวงมากขึ้นจนสามารถจับต้องการพัฒนาในเรื่องนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม แต่ในทางปฏิบัติและการปลูกฝังให้คงอยู่ในสังคมไทยจนกลายเป็นวัฒนธรรมที่ผสมผสานกลมกลืนไปกับวัฒนธรรมดั้งเดิมอื่นๆ ยังคงต้องมีการพัฒนาอีกมาก
คนไทยรักเด็กจนเป็นเรื่องร่วมสมัยว่านางงามบนเวทีประกวด รวมทั้งดาราและนักการเมืองก็ต้องเกาะติดกระแสรักเด็กเพื่อให้ได้รับความนิยมจากชาวบ้าน แต่ยังคงมีกระแสข่าวการกระทำรุนแรงต่อเด็กและเยาวชนในรูปแบบแปลกๆ ใหม่ๆ ออกมาปรากฏต่อสาธารณะอยู่เสมอ และยังรวมไปถึงการแสดงทัศนคติเชิงลบต่อเด็กที่มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนอีกด้วย
พฤติกรรมและความคิดความเชื่อร่วมสมัยเกี่ยวกับการรักเด็กและเยาวชนของผู้ใหญ่ในสังคมไทยยังคงดูครึ่งๆ กลางๆ ไม่สม่ำเสมอ ขาดแนวปฏิบัติในรายละเอียด และไม่เชื่อมโยงกับหลักสากลที่ควรจะครบมิติของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กได้แก่ การให้เด็กที่เกิดมาแล้วต้องรอดชีวิตอยู่ การให้เด็กได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิต การคุ้มครองสิทธิของเด็กในรูปแบบต่างๆ และการส่งเสริมให้เด็กได้มีส่วนร่วมกับสังคมและผู้ใหญ่ในทุกเรื่อง โดยมีหลักการกำหนดไว้เป็นกรอบใหญ่ว่าจะทำอะไรก็ตามในเรื่องเหล่านี้จะต้องคำนึงว่าเป็นการทำเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับเด็ก
ปากว่าตาขยิบว่ารักเด็ก แต่มุ่งประโยชน์ของตัวเองเป็นหลัก เป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนของผู้ใหญ่ที่น่ารังเกียจและน่ารำคาญเหมือนกัน



