ข่าว

 ตาสว่าง

ตาสว่าง

04 ต.ค. 2553

ตำรวจไทยเก่งในการดูทิศทางลม ยิ่งเป็น "ลมการเมือง" ด้วยแล้วยิ่งแม่นยำราวจับวาง

ใครเก่งแม่นกว่ากันคนนั้นก้าวหน้า ได้ยศตำแหน่งสูงขึ้น พอๆ กับการเอาดีเข้าตัว ส่วนชั่วลูกน้องรับไป

 เหตุการณ์ลอบวางระเบิดทั่วเมืองหลวงในขณะนี้ เป็นอีกตำราหนึ่งที่ตำรวจเก่งกาจ ใครทำ ใครวางไม่ใช่ไม่รู้ เพียงแต่รู้แล้วทำยังไงมากกว่า คนร้าย 5-6 คน ที่บิ๊กๆ อ้างนั้นยังลงมือต่อเนื่อง ทั้งๆ ที่ตำรวจรู้ตัวทั้งหมด แปลกที่จับไม่ได้ สกัดไม่อยู่ ฟันธงว่ามาจากการเมือง

 ผู้อยู่เบื้องหลังคนร้ายเหล่านี้ต้องทรงอิทธิพล มีอำนาจวาสนาคับบ้านคับเมือง การผลีผลามจับกุมอาจซวยกันหมด ในแวดวงรู้ว่าหมายถึงอะไร

 ประเภทกฎหมายเอาไว้ที่หลัง หลังพิงผนังไว้ดีกว่า

 หนักใจแทน พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร. ที่รับหน้าเสื่อไปเต็มๆ พลาดพลั้งอย่างไร รับไปคนเดียวเพราะได้รับมอบหมายในการนี้เฉพาะ

 นี่คือนายตำรวจใหญ่สุดหากต้องรับเคราะห์หรือถูกไล่เบี้ย

 มีปมบางอย่างที่อาจเชื่อมโยงอยู่กับคดีระเบิด โดยเฉพาะการหักดิบที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั่งเลื่อนการประชุม ก.ตร.วาระแต่งตั้งนายพลระดับรอง ผบช.-ผบก. จากวันที่ 7 มาเป็น 8 ตุลาคม ซึ่งตอนแรกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จะนั่งเป็นประธานทิ้งทวนในวันที่ 7  ตุลาคม ก่อนยื่นใบลาออกไปสมัคร ส.ส.ใน จ.สุราษฎร์ธานี

 ว่ากันว่าโผรองฯ สุเทพ และพรรคร่วม อาจมีปัญหาเพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ จะดูรายละเอียดมากกว่ารายงานตามหลัง เพราะนายกฯ อภิสิทธิ์ เริ่มรู้อะไรเป็นอะไรมากขึ้นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังจากถูกปิดหูปิดตามานาน

 กรณีล่าสุดการแต่งตั้ง พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ขึ้นนั่ง ผบช.ภ.1  แต่ถูก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร. ทำหนังสือร้อง พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ให้ยกเลิกคำสั่งไปนั่งรักษาราชการแทน ซึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองว่าไม่เหมาะสมและผ่าฝืนกฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณ

 ยังมีเรื่องที่นายกฯ จะเข้ามาควบคุมดูรายละเอียดบันทึกการประชุม ก.ตร. ครั้งที่ผ่านๆ มาด้วยว่าเกิดความผิดพลาดตรงไหน อย่างไรหรือไม่ ในเรื่องการแต่งตั้ง เพื่อที่จะแก้ไขให้ทันท่วงที

 เมื่อนายกฯ ลงมากระชับอำนาจตำรวจด้วยตัวเอง รับรองได้เห็นของดีในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

 วันข้างหน้าท่านนายกฯ จะได้ตรวจสอบความถูกต้องชัดๆ ด้วยตาตัวเอง!!