
แนะทักษิณหยุดทำลายบ้านเกิดตัวเอง
เลขาธิการหอการค้าอีสานชี้ "ทักษิณ" ควรหยุดทำลายบ้านเมืองตัวเองได้แล้ว โฟนอินก้าวล่วงบุคคลอื่นเป็นการโจมตีที่ไม่สามารถเอาชนะกันได้ แต่ทำให้เสียหายต่อประเทศ ทำให้ชาติอื่นเอาไปโจมตีได้ แนะหากเป็นคนไทยทำอะไรควรเห็นแก่อนาคตของลูกหลาน
นายทวิสันต์ โลณานุรักษ์ เลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน กล่าวถึง ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจจากปัญหาการของกลุ่มคนเสื้อแดงและการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มุ่งโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานน์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษว่าในขณะนี้ประเทศไทยมีปัญหาที่น่าเป็นห่วงหลายประการ โดยเฉพาะปัญหาทางเศรษฐกิจที่มีการเลิกจ้างแรงงานเพิ่มมากขึ้น
นายทวิสันต์ กล่าวว่า หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าการชุมนุมเรียกร้องในปัจจุบัน มีการนำบุคคลระดับสูงในประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องและพาดพิงซึ่งเป็นเรื่องที่หลายฝ่ายไม่สบายใจ มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากสังคมไทยให้ความเคารพกับบุคคลสำคัญในประเทศ เมื่อบุคคลที่คนไทยทั้งประเทศให้ความเคารพถูกกล่าวพาดพิงถึงก็ทำให้ทุกคนเกิดความอึดอัด เจตนาของผู้ที่แสดงออกในใจลึกๆแล้วต้องการให้เกิดเรื่องหรือมีเจตนาใดแอบแฝงอยู่ จึงทำให้เรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่มีการกล่าวพาดพิงถึงบุคคลสำคัญนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนเป็นห่วง
สถานการณ์ปัจจุบันส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในประเทศ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนกับการตัดสินใจของนักลงทุน ที่อาจเปลี่ยนไประเทศอื่น เพราะไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองของไทย การต่อสู้ที่เกิดขึ้นไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน แต่หากทุกฝ่ายใช้กรอบในการต่อสู้ตามครรลองในระบอบประชาธิปไตยเชื่อว่าปัญหาจะไม่รุนแรง แต่เวลานี้การชุมนุมดูเหมือนว่ามีเจตนาที่จะให้เกิดความรุนแรง
เลขาธิการหอการค้าภาคอีสาน กล่าวถึงการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่มุ่งโจมตี พล.อ.เปรม ว่า หาก พ.ต.ท.ทักษิณอยู่เฉยๆเชื่อว่าจะได้รับความนิยมสูงขึ้น เพราะประชาชนจะเห็นอกเห็นใจ แต่การที่โฟนอินเข้ามาทุกวัน ยิ่งทำให้ประชาชนคนไทยเกิดความไม่สบายใจ เพราะสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณพูดไปก้าวล่วงถึงบุคคลอื่น โดยที่บุคคลที่ถูกพาดพิงถึงนั้นไม่สามารถตอบโต้ได้
ทั้งนี้หากคนไทยสามารถแยกแยะได้ การโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะไม่เกิดผลอะไร เนื่องจากพูดประเด็นที่ไม่สามารถจะเอาชนะกันได้ เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร โดยเฉพาะกรณีที่นายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา ปธ.กรรมการบริษัทแปซิฟิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่ถูกอดีตนายกฯพาดพิงถึงว่าเปิดบ้านพักส่วนใหญ่เชิญ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี, พล.อ.พัลลภปิ่นมณี อดีตรอง ผอ.รมน. ซึ่งประเด็นที่ไม่มีอะไรมาก เพราะตนเชื่อว่า ในเมืองไทยมีกลุ่มคนที่มีพฤติกรรมพบปะพูดคุยกันเกิดขึ้นจำนวนมาก และไม่ใช่มีเพียงกลุ่มเดียว และหากนำประเด็นนี้มาพูดโจมตีตนเชื่อว่าจะไม่สามารถเอาชนะกันได้
"การโฟนอินของอดีตนายกฯสำหรับคนที่รู้จึงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่สำหรับประชาชนที่ไม่รู้ น่าเป็นห่วงว่าอาจทำให้เกิดการยั่วยุได้ แต่ต้องยอมรับว่าการโฟนอินได้ส่งผลเสียต่อประเทศ เนื่องจากพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีและเป็นบุคคลสำคัญของประเทศมากล่าวหาบ้านเมืองของตนเองก็ถือว่าแรง ประเทศที่เป็นคู่แข่งของไทยจะนำคำพูดไปเป็นข้อมูลในการโจมตีประเทศไทยได้"นายทวิสันต์ กล่าวและว่า
สำหรับทางออกที่ดีขณะนี้ หาก พ.ต.ท.ทักษิณในฐานะที่เป็นคนไทยและถึงแม้ว่าจะไม่ชอบใครคนคนหนึ่งในประเทศ แต่อย่าลืมว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านเกิดของเรา หากทำให้บ้านเกิดปัญหาแล้ว ลูกหลานของเราจะทำเช่นไรและจะไม่เป็นผลดีต่อประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นพ.ท.ต.ทักษิณควรอยู่เฉยๆและยุติบทบาทเพื่อเห็นแก่ประเทศชาติของตัวเองดีกว่า



