
พระราชินีทรงมีพระอาการปรกติแล้ว
พระราชินีเสด็จฯกลับจากรพ.จุฬาฯแล้ว สำนักพระราชวังแจง พระอาการโดยทั่วไปและการเต้นของพระหทัยปรกติ ด้านแม่ "น้องฮีโร่" ได้เฝ้าใกล้ชิด ทรงมีพระราชปฏิสันถาร "โชคดีที่ประเทศไทยมีคนดีๆ จะได้ช่วยกันเป็นตัวอย่างให้คนไทยทำความดี" ขณะที่ มส.ให้วัดทั่วประเทศเจริญพระพ
เมื่อเวลา 16.13 น. วันที่ 3 ตุลาคม สำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์พระราชวัง เรื่องสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ฉบับที่ 2 ความว่า ตามที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 30 กันยายน พ.ศ.2553 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของคณะแพทย์ เพื่อถวายการรักษาพระหทัยเต้นผิดจังหวะนั้น คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาได้รายงานว่า พระอาการโดยทั่วไปและการเต้นของพระหทัยเป็นปรกติหลังถวายการรักษา ไม่ปรากฏการเต้นเร็วผิดจังหวะของพระหทัยอีก วันนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ ออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เพื่อกลับไปประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชตามเดิม จึงประกาศมาเพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน
กระทั่งเวลา 16.05 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ลงจากชั้น 20 ตึก สก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในฉลองพระองค์ผ้าไหมสีฟ้า ฉลองพระองค์สีครีม สนับเพลาสีเขียวอ่อน โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจับพระหัตถ์ระหว่างพระดำเนินไปยังรถยนต์ที่ประทับ ทรงมีพระพักตร์แจ่มใส ทรงแย้มพระสรวล พร้อมทรงโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชนที่มารอเฝ้ารับเสด็จท่ามกลางเสียงทรงพระเจริญดังกึกก้อง
ระหว่างนั้น สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทอดพระเนตรเห็นนางธิติมา ยุราวรรณ แม่ของ "น้องฮีโร่" (ซึ่งเคยตั้งท้องน้องฮีโร่ได้ 9 เดือนแล้วช่วยประสานงานและขับรถตามรถยนต์ที่ถูกคนร้ายขโมยไป) ทรงยื่นพระหัตถ์แตะแขนนางธิติมา และลูกชายคนโต "น้องไตเติ้ล" ด.ช.ธนัช ด้วย พร้อมมีพระราชปฏิสันถารด้วยว่า โชคดีที่ประเทศไทยมีคนดีๆ จะได้ช่วยกันเป็นตัวอย่างให้คนไทยทำความดี
จากนั้นนางธิติมาได้ถวายพระพรขอให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของประชาชนไปตลอด
สำหรับบรรยากาศการลงนามถวายพระพรตั้งแต่ช่วงเช้า พบว่ามีข้าราชบริพาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ บุคคลสำคัญจากแวดวงต่างๆ และประชาชนเดินทางมาร่วมถวายพระพรกันอย่างเนืองแน่น โดยเมื่อเวลา 09.47 น. พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ นำคณะองคมนตรีและภริยาทั้งสิ้น 14 คน อาทิ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, นายธานินทร์ กรัยวิเชียร, พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์, พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา, พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ พร้อมกันนี้ได้นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวาย รวมทั้งได้ลงนามถวายพระพรบริเวณชั้น 10 ตึก สก
นอกจากนี้ยังมี ม.จ.ภีศเดช รัชนี, ม.ร.ว.ภวรี สุชีวะ, ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร, ม.ร.ว.วิริยาภา ช่างเรียน, ม.ร.ว.เบญจาภา และนายศักดิ์ทิพย์ ไกรฤกษ์, นายดาโต๊ะ อิหม่าม พัฒนา หลังปูเต๊ะ ผู้แทนพระองค์สุลต่านรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย นำแจกันจากสุลต่านมาทูลเกล้าฯ ถวาย, พล.ท.เฉลิมศักดิ์-ศ.คลินิก พญ.คุณหญิงพุฑฒิพรรณี วรกิจโภคาทร, พล.อ.มงคล-คุณหญิงทัศนีย์ อัมพรพิสิฏฐ์, นายสมโชค สุขารมณ์ ประธานศาลฎีกา, นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี, นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม, นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยนายบัญญัติ บรรทัดฐาน และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร และนำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวาย
พร้อมกันนี้ ในส่วนของประชาชนไม่เพียงแต่นำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯ ถวายเท่านั้น บางหมู่คณะยังนำพระพุทธรูป เจ้าแม่กวนอิมหยก และพัด มาทูลเกล้าฯ ถวายด้วย
ม.ร.ว.จิราคม กิติยากร กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมพี่สาวเนื่องจากภรรยาอยู่ต่างประเทศ หากอยู่เมืองไทยจะเดินทางมาร่วมถวายพระพรแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถตลอด โดยเฉพาะวันพระราชสมภพ ส่วนตัวและครอบครัวจะเดินทางไปร่วมถวายพระพรในพระราชวังเสมอ
"ครั้นได้ทราบข่าวว่าพระองค์เสด็จฯ มาประทับรักษาพระอาการประชวรที่โรงพยาบาล ก็ไม่ได้รู้สึกตกใจอะไร เพราะทราบอยู่แล้วว่าทรงมีพระอาการนี้อยู่ แต่ครั้งนี้ขออัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์และคุณพระศรีรัตนตรัย ขอให้ประทานพรให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็วที่สุด มีพระพลานามัยแข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพสกนิกรตราบนานเท่านาน"
นางชอุ่ม อรุณ อายุ 77 ปี ชาวบ้านอำเภอลาดยาว จ.นครสวรรค์ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพรพร้อมกับลูกชายและเพื่อนบ้าน กล่าวว่า ตั้งใจมาร่วมลงนามถวายพระพรโดยเฉพาะ เมื่อวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มายังโรงพยาบาล เพื่อทรงติดตามพระอาการของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้มีโอกาสได้เฝ้ารับเสด็จ แต่ครั้งนั้นไม่เห็นพระพักตร์ของพระองค์ แต่ไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร เพราะเห็นพระฉายาลักษณ์ของพระองค์อยู่ในโรงพยาบาลอยู่แล้ว
ขณะที่นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 ตุลาคม มหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เพื่อถวายพระพรชัยมงคล และถวายเป็นพระราชกุศล และเพื่อให้มีพระพลานามัยแข็งแรง ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เวลา 16.00 น. โดยจะมีคณะสงฆ์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเข้าร่วมพิธี
พร้อมกันนี้ในส่วนภูมิภาคได้แจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกแห่ง และเจ้าคณะผู้ปกครองทั่วประเทศให้แจ้งไปยังวัดต่างๆ เพื่อให้เจริญพระพุทธมนต์ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในเวลาเดียวกันด้วย



