ข่าว

อภิสิทธิ์เผยตร.กำลังตามรวบคนร้ายบึ้มรายวัน

อภิสิทธิ์เผยตร.กำลังตามรวบคนร้ายบึ้มรายวัน

03 ต.ค. 2553

"นายกฯ"เผยเหตุระเบิดรายวันตร.กำลังขยายผลตามรวบตัวคนร้าย ตอกกลับ"บิ๊กจิ๋ว"ควรอ่านข่าวบ้าง จี้ตร.หาทางสกัดอาวุธสงครามตามแนวชายแดน ลั่นพร้อมถกปรองดองกับ"ปลอดประสพ" เปรยอยากให้"พท."ถกเรื่องดังกล่าวให้ตกผลึก

(3ต.ค.) ที่ห้องรับรองพิเศษ ( VIP ) สนามบินสุวรรณภูมิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวก่อนเดินทางไปร่วมประชุมผู้นำเอเชีย – ยุโรป หรือ ASEM ณ กรุงบรัซเซล ประเทศเยอรมนี ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร.เข้าพบเพื่อรายงานสถานการณ์เมื่อวาน ว่า ผบ.ตร.ยืนยันว่าขณะนี้มีมาตรการที่จะดูแล ไม่มีอะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ส่วนเหตุที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ ก็เห็นว่าไมได้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ลักษณะของประเภท และสถานที่ไม่มีลักษณะเชื่อมโยงกัน

 เมื่อถามว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับเหตุระเบิดต่อเนื่องจับคนร้ายไม่ได้ นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า " ก็จับได้หลายคน หลายครั้งครับ และขณะนี้ก็กำลังขยายผล ท่านต้องอ่านข้าวบ้างครับ " 

 เมื่อถามว่านายก ฯ ตั้งข้อสังเกตว่าวัตถุระเบิดที่ก่อเหตุต่อเนื่อง หามาใช้ได้ง่ายเกินไปหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็ได้สอบถาม เช่น คืนวันศุกร์ที่เกิดเหตุสอบถามว่าลักษณะระเบิดเป็นอย่างไร ซึ่งได้รับคำชี้แจงว่าเป็นลักษณะระเบิดที่หาได้ตามชายแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องหามาตรการว่าจะทำอย่างไรกับอาวุธที่เข้ามาทางชายแดน

 เมื่อถามต่อว่า มาตรการของทางตำรวจที่วางไว้จะเข้ามาช่วยได้มากน้อยเพียงใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการเท่าที่ทำอยู่ขณะนี้น่าจะช่วยสถานการณ์ให้ดีขึ้น ประกอบกับการใช้ข้อมูลที่เรามีจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เจาะจงไปที่กลุ่มบุคคลที่เราคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องก็น่าจะควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น

 เมื่อถามว่ากลุ่มบุคคลที่กล่าวถึงเชื่อมโยงถึงนักการเมืองหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนยังไม่ระบุ เพราะยังไม่มีการสรุปออกมา แต่ว่ากลุ่มเหล่านี้ก็อยู่ในสายตาและจะพยายามจำกัดการเคลื่อนไหวให้ได้

 “กลุ่มที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยก็เป็นกลุ่มเดียวกันตลอด และข้อมูลที่เพิ่มเติมขึ้นมาก็เป็นไปในทางยืนยัน มากกว่าที่จะปฏิเสธ ส่วนเรื่องของอาวุธที่มาตามชายแดน ก็คงต้องดู ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าอย่างที่ทราบกันดีว่าชายแดนมีความยาวมาก และเราก็มีปัญหานี้มาตลอด ขณะที่ปัญหาหลายพื้นที่ตามชายแดนก็ยังไม่สงบเรียบร้อย ” นายกรัฐมนตรีระบุ

 เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่เชิญแม่ทัพภาคที่ 2 มาพูดคุยได้กล่าวประเด็นนี้ด้วยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธว่า ไม่ใช่เรื่องนี้ มาพูดคุยเพื่อขอทราบสถานภาพที่เกี่ยวข้องกับเรื่องชายแดนกัมพูชา ซึ่งส่วนหนึ่งก็มีการพูดคุยเกี่ยวกับปราสาทเขาพระวิหารด้วย โดยเรื่องชายแดนได้พุดคุยในเรื่องที่ทราบข่าวเป็นระยะ ๆ เกี่ยวกับการฝึกกำลังทหารกัมพูชา ซึ่งตนกำลังจะไปพบสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จึงต้องขอข้อมูลตรงนี้มา โดยการพบกันครั้งที่ 2 จะนำความคืบหน้าที่มีการตกลงกันหลายอย่างในครั้งแรก เพื่อนำไปพูดคุยดูว่ามีอะไรที่จะเพิ่มเติมที่จะช่วยให้สถานการณ์ความสัมพันธ์มีความราบรื่นมากขึ้น ซึ่งการตกลงกันในครั้งแรกมีความคืบหน้าเกือบทุกด้านทั้งกิจกรรมกีฬา ดนตรีต่างๆ ที่จะทำ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือน เช่น โครงการแลกเปลี่ยนคณะผู้สื่อข่าวสองประเทศ ที่นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมที่จะเชิญคณะผู้สื่อข่าวกัมพูชามา ขณะที่การพบพูดคุยกับนายก ฯ กัมพูชาครั้งนี้ คงจะเป็นช่วงสั้น ๆ ที่พักระหว่างการประชุม หลังจากนั้นจะไปพบอีกครั้งที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ช่วงปลายเดือน

 “ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ขณะนี้ผมคิดว่าอยู่ระดับปกติ แต่ต้องยอมรับว่าประเทศที่มีพรมแดนติดกันและยังมีข้อขัดแย้งกันอยู่ในเรื่องเขตแดน ก็จะมีปัญหาอยู่เป็นระยะ แต่ในภาพรวมไม่มีอะไร เพราะว่าเรื่องการทูต การค้า การลงทุนอยู่ในระดับปกติ ” นายกรัฐมนตรีระบุ

 เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์จะสะดุดได้เมื่อมีปัญหาเขาพระวิหารขึ้นมาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าจะมีข้อขัดแย้งก็จะมีความสะดุดอยู่ แต่หลักที่คุยกันไว้คืไม่ควรจะเอาประเด็นใด ประเด็นหนึ่งมากระทบความสัมพันธ์ด้านอื่นทั้งหมด

บช.น.ประชุมติดตามความคืบหน้าบึ้มทั่วกรุงเทพฯ

 เมื่อเวลา 14.00 น.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รรท. รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.เอื้อพงศ์ โกมารกุล ณ นคร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.น.1 สน.ดินแดง และฝ่ายสืบสวนที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าเหตุระเบิดทั่วกรุงเทพฯที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า  คดีเหตุระเบิดอื่นๆทั่วกรุงเทพฯ จากการสรุปความคืบหน้าของคดีพบว่า บางส่วนคดีมีความคืบหน้าไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่ถึงขึ้นที่จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อทำการออกหมายจับคนร้ายได้ แต่เราก็จะพยายามที่จะปรับแผนการทำงานเพื่อที่จะสืบสวนให้ได้ถึงตัวคนร้ายและนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป

 เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า มีกลุ่มที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษและมีส่วนเชื่อมโยงกับหลายเหตุการณ์ ทาง บช.น. จะสามารถเปิดเผยถึงข้อมูลดังกล่าวได้หรือไม่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ กล่าวว่า ในส่วนนี้ก็ได้เปิดเผยไปเมื่อ 2 วันก่อนแล้ว คือภาพคนร้ายที่ออกหมายจับไปแล้วก่อนหน้านี้จำนวน 3ราย ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่ามีส่วนเชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่เกิดขึ้นใน กทม. และปริมณฑล บางคดี เชื่อว่าหากได้ตัวมาสืบสวนขยายผล ก็คงได้ความคืบหน้าไปพอสมควร ทั้งนี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการและบริหารเหตุการณ์ร้ายแรง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นโดยเฉพาะ โดยมีตนเป็น ผบ.ศูนย์ฯ เพื่อจัดกำลังเจ้าหน้าที่ติดตามบุคคลต้องสงสัยต่างๆ โดยเฉพาะบุคคลตามหมายจับ เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีและสอบสวนขยายผลว่าเกี่ยวข้องกับคดีต่างๆอย่างไรบ้าง ซึ่งเชื่อว่าขณะนี้ผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ภายในประเทศ แต่ต้องขอเวลาเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวซักระยะ

ลั่นพร้อมถกปรองดองกับ"ปลอดประสพ"

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงกรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย จะนำกลุ่ม ส.ส. เข้าพบเพื่อพูดคุยแผนปรองดอง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการนัดหมาย แต่ทราบจากข่าว ถ้านายปลอดประสพ ต้องการจะพา ส.ส.มาพบตนก็ยินดีพบ ถ้าเขาเสนอความคิดมา เราก็เสนอความเราไปแลกเปลี่ยนกันได้ ไม่มีปัญหา

 ส่วนที่จะรู้สึกเบื่อกับข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย ที่หลายครั้งเสนอมาแล้วไม่สามารถทำประสบความสำเร็จ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ ผมไม่เบื่อ ถ้ามีความพยายามจะแก้ปัญหา เบื่อไม่ได้ครับ”

 สำหรับประเด็นผู้นำในพรรคเพื่อไทยที่ยังไม่ความชัดเจนว่าใครมีอำนาจตัดสินใจ จะเป็นปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้ามาพูดคุยกันแล้ว และสามารถตกลงในสิ่งที่จะทำกันได้ ค่อยว่ากันอีกทีว่าแต่ละฝ่ายจะทำได้แค่ไหน โดยตนเชื่อว่าในพรรคมีส.ส.ที่เป็นนักการเมืองอาชีพจำนวนไม่น้อย ที่ต้องการเห็นบ้านเมือง และการเมืองกลับสู่สภาวะปกติ โดยตนเชื่อว่ามีทุกพรรคที่คิดอย่างนี้ แต่ว่ากลุ่มนั้นจะเป็นเสียงข้างมากหรือไม่ จะสามารถชี้นำการบริหารจัดการได้หรือไม่ก็ต้องมาดูกันอีกที

 เมื่อถามว่าทุกครั้งที่พรรคเพื่อไทยจะพูดคุยแผนปรองดองก็จะมีอีกกลุ่มหนึ่งของพรรคเพื่อไทยออกมาขัดขวาง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยก็ต้องพยายามทำข้อยุติภายในพรรคให้ตกผลึกให้ได้ ซึ่งเราย้ำมาตลอดว่า ถ้าไม่สามารถทำให้กลไกหลัก ๆ ฉีกตัวออกมาจากกลุ่มที่ต้องการความรุนแรง ปัญหาบ้านเมืองก็จบยาก

 “เขาก็มีความพยายามอยู่ ถ้ามีกลุ่ม ส.ส. ที่อยากจะคุย ผมก็ยินดีคุย ไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาแล้วก็ต้องสอบถามว่าเขาสามารถเป็นตัวแทนพรรคของเขาได้มาก น้อยแค่ไหน แต่ยินดีคุย เพราะการคุยอาจจะช่วยให้เขานำไปดำเนินการในพรรคเขาก็ได้ แลกเปลี่ยนความคิดกันว่าเขาจะช่วยกันได้อย่างไรที่จะทำให้กลไกของพรรคเคลื่อนไปในทางเดียวกันเพื่อให้เป็นทิศทางสำหรับภาพรวมของการเมืองทั้งหมด ” นายกรัฐมนตรี ระบุ

ชี้ไม่รู้เรื่องเจตนาเดินสาย"เสธ.หนั่น"

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวกรณีที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เดินหน้าเข้าพบกลุ่มต่างๆ เพื่อดำเนินการตามแผนปรองดองอีกทางหนึ่ง ว่า ที่ผ่านมา พล.ต.สนั่น ยังไม่ได้ประสานอะไรเข้ามา

 เมื่อถามว่า พล.ต.สนั่น เหมือนจะน้อยใจที่พยายามจะเดินทางไปพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วถ้าคิดว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายที่ไปพูดคุยนักโทษหนีคดี พล.ต.สนั่น ก็พร้อมจะลาออกจากตำแหน่งทางการเมือง เพื่อจะดำเนินการได้ให้ไม่ผิดกฎหมาย

 นายอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่เคยได้ยินข่าวเลยว่าน้อยใจที่ทำผิดกฎหมายแล้วจะลาออก มีแต่ที่ตนได้อ่านข่าวซึ่ง พล.ต.สนั่น พูดว่า เมื่อเรื่องทุกอย่างจบแล้วจะไปหา โดยเรื่องนี้จะต้องไปสอบถาม พล.ต.สนั่นเองว่าท่านคิดอะไร หวังว่าเมื่อไปพบแล้วจะนำไปสู่อะไร เพราะผมไม่ทราบว่าจะไปพบเรื่องอะไรจึงตอบไม่ได้ ถ้าบอกว่าเรื่องปรองดองก็กว้างเกินไป

 เมื่อถามว่า นายกฯ มองว่า จะต้องกำหนดขอบเขตเงื่อนไขให้ชัดเจนก่อนพูดคุยเจรจาใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ชั้นนี้ตนฟังจากท่านเองบอกว่าเรื่องต้องจบก่อน เวลานี้เรื่องยังไม่จบ ซึ่งตนเห็นว่าจะต้องให้มีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ไปอีกระดับหนึ่ง ขณะที่ผ่านมาท่านก็ยังไม่เคยสรุปให้ตนหรือคนอื่นทราบว่า การเดินสายพบฝ่ายต่างๆ มีแนวโน้มข้อยุติ มีทิศทางอย่างไร ดังนั้นต้องไปถามท่านเอง เพราะเป็นคำพูดท่านเองทั้งสิ้น

 เมื่อถามว่า คิดว่าเป็นการดำเนินการที่สอดคล้องกันหรือไม่ เมื่อคนในพรรคร่วมรัฐบาลก็ออกมาเคลื่อนไหว ขณะที่นายก ฯ ได้ตั้งคณะกรรมการหลายชุดเพื่อดำเนินการตามแผนปรองดอง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็ยังไม่เห็นมีอะไรที่ท่านไปดำเนินการแล้วก็ขัดแย้งกับทิศทางของรัฐบาล และหลายฝ่าย คือต้องยอมรับในเบื้องต้นก่อนว่า การพูดคุยแลกเปลี่ยนดีกว่าที่ไม่มีการติดต่อสื่อสารกันเลย จึงเป็นเหตุเดียวกันที่ทำไมตนถึงบอกว่า แม้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกลุ่มหนึ่งจะยังไม่สามารถเป็นตัวแทนได้แต่ตนก็ยินดีคุย