ข่าว

เลขาสภาพัฒน์ชี้การเมืองถอยให้เศรษฐกิจเดินหน้า

เลขาสภาพัฒน์ชี้การเมืองถอยให้เศรษฐกิจเดินหน้า

03 ต.ค. 2553

ส.ว.พบประชาชนที่เมืองจันท์ “เลขาสภาพัฒน์ฯ”คนใหม่ ย้ำ การเมืองต้องถอยให้เศรษฐกิจเดินหน้า นักธุรกิจจันทบุรี ซัดรัฐบาล”มาร์ค”ทะเลาะประเทศเพื่อนบ้านจนปิดพรมแดน ส่งผลการค้าชายแดนเสียหาย “ปธ.อุตสาหกรรม”พร้อมแก้ปัญหามาบตาพุด ปฏิบัติตามรธน. วอนทุกฝ่ายเข้าใจ ระบุอ

 (3ต.ค.) ที่โรงแรมเคพี แกรนด์ จ.จันทบุรี วุฒิสภา ได้จัดโครงการ”วุฒิสภาพบประชาชน” เพื่อรับฟังความคิดเห็นรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในปัญหาต่างๆ ในด้านสิ่งแวดล้อม การเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ของกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกประกอบด้วย 7 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ปราจีนบุรี และสระแก้ว จำนวนประมาณ 300 คน ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขโดยนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา และสมาชิกวุฒิสภาในพื้นที่ เช่น นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ส.ว.ชลบุรี นายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง นายมงคล ศรีคำแหง ส.ว.จันทบุรี นายสุพจน์ เลียดประถม ส.ว.ตราด เข้าร่วมเป็นต้น โดยได้มีการอภิปรายในเรื่อง “ยุทธศาสตร์การพัฒนาและการแก้ปัญหากลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก

 นายอาคม เติมพัฒนาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวว่า ภาพรวมของ 7 จังหวัดถือว่า รายได้มหาศาลทั้งๆที่พื้นที่น้อย ทั้งเนื่องจากศักยภาพถึงมีโครงการการอุตสาหกรรม เกษตร ตั้งอยู่ แม้ว่าในช่วงปี 50 ที่วิกฤตเศรษฐกิจโลกถดถอยแต่เศรษฐกิจในกลุ่มนี้ก็ยังเติบโตดูได้จากการค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านที่ยังมีอัตราเติบโตเป็นบวก 15 เปอร์เซ็นต์ ในทุกด่าน อย่างไรก็ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจต้องไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องเ พราะจะส่งผลกระทบอย่างหนักที่เห็นได้ชัดคือ การปิดด่านส่งผลต่อการค้าขายในแถบชายแดนอย่างมาก ดังนั้นจะต้องไม่ให้การเมืองเข้ามากระทบให้นโยบายเศรษฐกิจเดินหน้า ในส่วนของยุทธศาสตร์ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 นั้นก็จะเน้น 5 ข้อ คือ ความเป็นธรรมในสังคม ความมั่นคงด้านอาหารและพลังงาน ค่านิยมและวัฒนธรรมไทย ชุมชนและการจัดการทรัพยากร

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จังหวัดในภาคตะวันออกมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งเกษตร ประมง ท่องเที่ยว อุตสาหกรรม ดังนั้นการพัฒนาต้องมีการรวมกลุ่มเพื่อบริหารจัดการเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา โดยทุกอย่างสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งตนเห็นว่า ปัจจัยที่ขับเคลื่อนประเทศได้มีอยู่ 4 ประการ คือ ชุมชน ผู้ประกอบการ รัฐที่ประกอบด้วยนักการเมือง ข้าราชการ นักวิชาการ และสถาบันการศึกษา ซึ่งทั้ง 4 ปัจจัยจะต้องประสานกันเพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้ วางแผนการพัฒนาให้สมดุล ทั้งการวางผังเมือง สิ่งแวดล้อม สุขภาพ สิทธิชุมชน ต้องไปด้วยกัน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการอภิปรายได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาสอบถามและสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยตัวแทนจากจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า ไม่ต้องการให้รัฐบาลไปทะเลาะประเทศเพื่อนบ้าน ในลักษณะอย่าหาเรื่องใส่ตัว เพราะประเทศไทยการค้าขายชายแดนมีมูลค่ามาก หากรัฐบาลยังทะเลาะอยู่ ผลเสียก็ตกอยู่กับการค้าในจ. จันทบุรี สระแก้ว ตราด ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเพื่อบ้านดีการค้าขาย การท่องเที่ยวก็ดีตามไปด้วย นอกจากนี้ยังสอบถามถึงกรณีที่มีข่าวว่า จะมีการตั้งโรงงานถลุงเหล็กที่บริเวณแหลมสิงห์ ซึ่งคนในพื้นที่คัดค้านโครงการดังกล่าว โดยนายพยุงศักดิ์ ได้ตอบว่า โครงการตั้งโรงงานถลุงเหล็กนั้นอยู่ในระหว่างการศึกษา ซึ่งก็ต้องรับฟังความคิดเห็นของคนในพื้นที่ ถ้าคนในพื้นที่คัดค้านมากโครงการดังกล่าวก็ไม่สามารถทำได้

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ตัวแทนชาวจ.ระยอง ได้สอบถามถึงมีปัญหามาบตาพุดที่ทำให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน โดยเฉพาะการกำหนดประเภทของโครงการรุนแรงจากเดิม 18 โครงการเหลือเพียง 11 โครงการ รัฐบาลได้มีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 หรือไม่ โดยนายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่า จ.ระยองมีอุตสาหกรรมที่หนาแน่น และขยายเกือบเต็มพื้นที่แล้ว และทำให้มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม ปัญหามลพิษ กระทบสิทธิชุมชน ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมากว่า 10 ปี ส่วนหนึ่งเกิดจากเทคโนโลยีที่ล้าสมัย แต่ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย และการก่อสร้างจะต้องมีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ อีกทั้งต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรค 2 ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติโดยเฉพาะกระบวนการรับฟังความเห็น หากไม่ผ่านก็ไม่สามารถที่จะเนินการได้

 “11 ประเภทโครงการรุนแรง ผู้ประกอบใดก็จะต้องปฏิบัติตามระเบียบอย่างเข้มงวดทั้งเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อม คุณภาพชีวิต สุขภาพ สิทธิชุมชน โครงการใดทำได้ก็จะได้รับการอนุญาต ผู้ประกอบการไม่ได้เพิกเฉยปฏิบัติตามกฎหมายและทำความเข้าใจกับชุมชน ผมในฐานะประธานอุตสาหกรรมจะติดตามเรื่องอย่างใกล้ชิด และจะไม่ยอมรับโครงการใดที่ไม่ปฏิบัติตาม แต่อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจและเห็นตรงกัน ” นายพยุงศักดิ์ กล่าว