
แถลงจับกุมแก๊งค์ค้าเฮโรอีนรายใหญ่กว่า250ล.
"พีระพันธุ์" นำดีเอสไอแถลงจับกุมเครือข่ายค้าเฮโรอีนรายใหญ่ พื้นที่ฝางเชียงใหม่ มูลค่ากว่า 250 ลบ.
(3ต.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถ.แจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 10.30 น. นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แถลงข่าวจับกุมเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จำนวน 4 ราย โดยมี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอและโฆษกดีเอสไอ และ พ.ต.อ.ญาณพล ยั่งยืน รองอธิบดีดีเอสไอ ร่วมในการแถลงข่าว
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ ได้รับการแจ้งเบาะแสจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสหรัฐอเมริกา(ประเทศไทย) หรือ DEA ว่าจะมีกาารค้าขายเฮโรอีนรายใหญ่ในภาคเหนือ จึงได้สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) เข้าทำการล่อซื้อเมื่อวันที่ 2 ต.ค.ที่ผ่านมา และสามารถจับกุมนายปรีดา ตระกูลปรดา อายุ 41 ปี หัวหน้าแก๊งค์ พร้อมพวกอีก 4 ราย ของกลางเฮโรอีนอัดแท่งจำนวน 100 แท่ง หนัก 36 กิโลกรัม ราคาในประเทศไทยประมาณ 20 ล้านบาท และหากส่งถึงสหรัฐอเมริกา จะมีราคาประมาณ 220-250 ล้านบาท
ถือเป็นการจับกุมเฮโรอีนำนวนที่มากที่สุดในรอบ 5 ปี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 เฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้ยังสามารถยึดรถยนต์กระบะโตโยต้า ไฮลักซ์ สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน ผก 882 เชียงให่ และอาวุธปืนพก กึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อบาเร็ตต้า ขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุน
นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการจับกุมผู้ค้ายาทั้ง 5 รายแล้ว ได้มีการสนธิกำลังกับ กองบัญชาการตำรวจตระเวณชายแดน(ตชด.) และสำนักงานประสานงานกิจการชายแดน ศูนยืปฏิบัติการกองทัพบก(สชด.ศปก.ทบ.) รวมประมาณ 50 นาย นำตัวนายนายปรีดา เข้าตรวจค้นบ้านของนายปรีดา ใน ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งในระหว่างเจ้าหน้าที่นำตัวนายปรีดา ไปค้นบ้านอยู่นั้น ชุดของตำรวจกองร้อย ตชด.334 อ.แม่อาย จำนวน 7 - 8 นาย ได้นำตัวนายปรีดา ผู้ต้องหาที่ 1 ไปทำการตรวจค้นเพื่อหาอาวุธปืนที่สวนส้มของนายปรีดา ซึ่งห่างไกลจากจุดที่ตรวจค้นอีกแห่งหนึ่ง ปรากฎว่า นายปรีดา ได้หลบหนีไป ขณะนี้ ตชด.จำนวน 100 นาย กำลังเร่งออกติดตามเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป
รมว.ยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้อธิบดีดีเอสไอ ดำเนินการประสานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) ให้ติดตามจับกุมคนร้ายกลับมาให้ได้ รวมทั้งจะมีการตั้งชุดสอบสวนเจ้าหน้าที่ว่ามีพฤติกรรมให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาให้หลบหนีหรือไม่ หากพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าวจะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด



