ข่าว

รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์3ต.ค.

รายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์3ต.ค.

03 ต.ค. 2553

วันนี้ (3 ต.ค.) เวลา 09.00 น. ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวกับพี่น้องประชาชนในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" เป็นครั้งที่ 88 ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ดังนี

ช่วงที่ 1

ร่วมการประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ณ กรุงบรัสเซลส์ ราชอาณาจักรเบลเยียม

สวัสดีครับพี่น้องประชาชนที่เคารพรักครับ เชื่อมั่นประเทศไทยฯ วันนี้เป็นการบันทึกเทปไว้นะครับตั้งแต่วันเสาร์ เพราะว่าในวันนี้ที่พี่น้องประชาชนกำลังชมรายการนี้อยู่นั้น  ผมอยู่ในช่วงที่กำลังจะออกเดินทางไปประเทศเบลเยียม เพื่อไปประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป หรือ ASEM ซึ่งมีการประชุมกันในวันจันทร์และวันอังคารที่จะถึงนี้ การประชุมครั้งนี้จะมีประเทศที่เข้าร่วมทั้งจากยุโรปและเอเชียเป็นจำนวนมาก และมีการกำหนดหัวข้อสำคัญของการประชุมไว้ในเรื่องของคุณภาพชีวิตของประชาชน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์  ที่สำคัญคือว่าจะมีการแบ่งหัวข้อย่อยในการที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างผู้นำในเอเชียและยุโรป ที่ครอบคลุม 4 ประเด็นหลัก ๆ ประเด็นแรกก็คือเรื่องของการสร้างระบบธรรมาภิบาลในการกำกับดูแลเรื่องของระบบการเงิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ที่ทุกประเทศก็กำลังพยายามที่จะหามาตรการในการวางมาตรฐาน เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก 

ประเด็นที่ 2 ที่มีการกำหนดเอาไว้คือเรื่องของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของทุกประเทศที่ต้องการที่จะเห็นกระบวนการของการพัฒนาในขณะนี้เป็นกระบวนการที่มีความสมดุลและมีความยั่งยืนในทุก ๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเอง  ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกระจายผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการพัฒนาเศรษฐกิจ ไปจนถึงเรื่องของการเติบโตที่มีความสอดคล้องกับการดูแลรักษาระบบนิเวศ สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ด้วย 

ประเด็นที่ 3 ที่จะได้มีการพูดคุยกันจะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปัญหาในแต่ละภูมิภาคโดยเฉพาะ เช่น ในกรณีของอาเซียนหรือเอเชียเอง ที่เรากำลังอยู่ในช่วงของการที่จะมีการปรับปรุงกลไกต่าง ๆ ของความร่วมมือในภูมิภาค โดยเฉพาะการขยายตัวของอาเซียนหรือเอเชียตะวันออก ที่มีการพูดกันว่าจะเป็นอาเซียนบวก 6 และจะไปเป็นบวก 8 หรือจะบวกอะไรก็แล้วแต่  เช่นเดียวกันในส่วนของสหภาพยุโรปเองก็ยังอยู่ในช่วงที่กำลังมีการปรับตัว ปรับโครงสร้างอยู่ตลอดเวลา ส่วนประเด็นสุดท้ายนั้นจะเป็นในเรื่องของการแลกเปลี่ยนกันในความเป็นไปได้ของการที่จะทำให้ประชาชนของทั้งสองภูมิภาคมีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น รวมถึงการทำงานของ ASEM ในภาพรวม 

การประชุมของ ASEM นั้นจะเกิดขึ้น 2 ปีครั้ง เพราะฉะนั้น ต้องถือว่าเว้นระยะมานานพอสมควร  นับจากการประชุมครั้งที่แล้ว ซึ่งก็คงเป็นช่วงที่วิกฤตเศรษฐกิจหรือวิกฤตทางการเงินของโลกกำลังก่อตัวขึ้นพอดี  เพราะฉะนั้น ครั้งนี้จะถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้นำของทั้ง 2 ภูมิภาคจะได้มีการแลกเปลี่ยนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามองในมุมของภาพรวมของเศรษฐกิจโลกขณะนี้ก็ต้องถือว่าในภูมิภาคเอเชียนั้น โดยเฉพาะประเทศไทยเองก็เช่นเดียวกัน กำลังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจได้ค่อนข้างจะดี  ในขณะที่ยังมีความห่วงใยเกี่ยวกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรปในบางประเทศ ที่ยังมีผลกระทบมาในเรื่องของวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับหนี้สิน  โดยเฉพาะหนี้สาธารณะ  เพราะฉะนั้น การแลกเปลี่ยนในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการที่จะประสานความร่วมมือในการที่จะฟันฝ่าปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลก  ซึ่งสำหรับหลายประเทศนั้นอาจจะยังไม่ผ่านพ้นไปเสียทีเดียว พร้อม ๆ กันไปก็จะเป็นโอกาสดีที่จะได้มีการพูดถึงการขยายความร่วมมือ  โดยเฉพาะทางด้านการค้าการลงทุน 

ตัวผมเองนั้น นอกจากเข้าร่วมประชุมแล้ว คงจะใช้โอกาสนี้ในการหารือทวิภาคี ทั้งในส่วนของสหภาพยุโรป ที่จะมีทั้งประธานคณะมนตรีสหภาพยุโรป และประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป  โดยจะเน้นในเรื่องของการที่ทำอย่างไรจะไม่ให้มีการใช้มาตรการในการกีดกันการค้า ซึ่งหลายครั้งจะเป็นในรูปของเรื่องของมาตรฐานทางด้านสุขอนามัย หรือสิ่งแวดล้อม  และมากระทบกับการส่งออกของประเทศไทย  พร้อม ๆ กันไปครับรัฐบาลไทยเองก็อยู่ในช่วงที่กำลังจัดเตรียมกรอบในเรื่องของการเจรจา ในเรื่องของการค้าเสรีระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือในกรอบของอาเซียนกับสหภาพยุโรปด้วย เพราะฉะนั้น จะได้มีการหารือทวิภาคี ถ้าจะเรียกว่าเป็นทวิภาคีเพราะเป็นการหารือกับทั้งตัวสหภาพยุโรปในโอกาสนี้ด้วย  

นอกจากนั้นก็เป็นปกติธรรมดาครับ เมื่อมีผู้นำประเทศต่าง ๆ ไปร่วมประชุมพร้อม ๆกัน ก็คงจะได้ใช้โอกาสนี้ในการพบปะหารืออย่างไม่เป็นทางการกับผู้นำอีกหลายประเทศ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็จะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีของกัมพูชา เพราะว่าได้พูดคุยกันไว้แล้วว่าหลังจากที่พบปะกันที่นิวยอร์ก  จะพบกันที่กรุงบรัสเซลส์ด้วย เพื่อที่จะได้มีการมาสอบถามกันนะครับว่าสิ่งที่ได้พูดว่าจะมีการเพิ่มพูนความร่วมมือแต่ละด้านนั้นมีความคืบหน้าไปมากน้อยแค่ไหนอย่างไร  ซึ่งในส่วนของไทยเองก็ได้มีการริเริ่มดำเนินการหลายเรื่องที่ได้พูดคุยกันไว้ไปค่อนข้างมากในช่วงสัปดาห์ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่จะมีผู้นำประเทศอื่น ๆ ซึ่งผมอาจจะยังไม่ได้มีโอกาสได้พบ เพราะว่าเข้ารับตำแหน่งในภายหลัง ก็จะได้ใช้โอกาสนี้ในการพูดคุยด้วย  

เสร็จจากกรุงบรัสเซลส์แล้ว ผมจะเดินทางไปที่นิวยอร์ก เพื่อไปร่วมงานครับเป็นงานที่มีการจัดนิทรรศการของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานในเรื่องของผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิง  ซึ่งอันนี้เป็นงานที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ทรงงานมาเป็นระยะเวลากว่า 1 หรือ 2 ปีแล้ว ในการที่จะทำให้ทางสหประชาชาตินั้นได้มีการปรับปรุงในเรื่องของมาตรฐานของการดูแลผู้ต้องขัง  โดยเฉพาะผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิง ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าในปีนี้จะสามารถได้รับการรับรองเป็นปฏิญญากรุงเทพฯ หรือคำประกาศของกรุงเทพฯ ในเรื่องนี้  ซึ่งถือว่าเป็นผลงานสำคัญที่จะช่วยไม่เพียงแต่ผู้ต้องขังที่เป็นผู้หญิงในประเทศของเรา แต่ว่าเป็นการยกระดับมาตรฐานสากล  โดยเป็นการริเริ่มมาจากประเทศไทย และเป็นงานพระเจ้าหลานเธอได้ทรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นครับ 

ครม.พิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 4 จังหวัดที่เหลือ

เพราะฉะนั้น ในสัปดาห์หน้านี้ผมจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทยนะครับ  ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ จะทำหน้าที่ในการรักษาการนายกรัฐมนตรีก่อนที่ท่านจะลาออกไปสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) อย่างที่ทราบกันดี  ซึ่งในช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงรอยต่อพอดีครับ ที่เราจะต้องมีการพิจารณาในเรื่องของการประกาศภาวะฉุกเฉิน สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นผมได้มีการยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินใน 3 จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เหลืออยู่ ก็คือ อุดรธานี ขอนแก่น และนครราชสีมา ซึ่งเป็นการเลิกก่อนจะครบกำหนด และถือว่าสถานการณ์ในขณะนี้แม้ว่าอาจจะมีความเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่บ้าง ก็เป็นความเคลื่อนไหวซึ่งไม่น่าเป็นห่วงอะไร  ก็สามารถทำให้ประกาศยกเลิกภาวะฉุกเฉินใน 3 จังหวัดนี้ได้ เพราะฉะนั้น ณ วันนี้จะมีการประกาศภาวะฉุกเฉินอยู่ใน 4 จังหวัดด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ กับ 3 จังหวัดรอบ ๆ คือ สมุทรปราการ นนทบุรี และปทุมธานี  ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 6 ตุลาคมนี้  ในวันที่ 5 ตุลาคม ทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะมีการต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินใน 4 จังหวัดนี้หรือไม่อย่างไร แต่ว่าถ้าถามความเห็นของหน่วยงานความมั่นคงในเบื้องต้นขณะนี้ ก็เห็นสมควรว่าให้ยกเลิกเฉพาะ 3 จังหวัดที่ผมได้ประกาศยกเลิกไปแล้ว แต่อย่างไรก็ตามนะครับ รัฐบาลได้รับฟังข้อห่วงใยที่เกี่ยวข้องกับการใช้กฎหมายพิเศษ หรือการประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน มาโดยตลอด

มอบทุกหน่วยงานศึกษาแนวทางที่จะใช้อำนาจ-กลไกที่มีอยู่โดยไม่พึ่งพากฎหมายพิเศษ

เพราะฉะนั้น ก่อนที่ผมจะเดินทางไป ก็ได้มีการเรียกประชุมเพื่อทำความเข้าใจและซักซ้อมความเข้าใจ 2 ส่วนด้วยกัน ส่วนแรกนั้นคือว่าการประกาศภาวะฉุกเฉินในขณะนี้ก็เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ยังมีเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวในลักษณะของการก่อความวุ่นวาย เช่นที่เป็นข่าวในเรื่องของระเบิดในสถานที่ต่าง ๆ ไปจนถึงเรื่องของความเป็นไปได้ในการที่จะมีการชุมนุมเคลื่อนไหว และทำให้การบริหารจัดการในเรื่องของความรุนแรงมีความยากลำบาก  แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ผมได้ให้นโยบายไปครับว่ามาตรการหรืออำนาจที่เราใช้ตามการประกาศภาวะฉุกเฉินในขณะนี้เป็นไปในลักษณะที่จะป้องกันไม่ให้เหตุที่เกิดขึ้นมาเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แล้วจะเป็นการใช้อำนาจในลักษณะที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย เพื่อที่จะคุ้มครองความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทั่วไป  และประโยชน์ของสาธารณะ แต่ว่าได้ขอให้ทุกหน่วยงานไปศึกษาว่าอำนาจที่ใช้ และกลไกที่ใช้อยู่จะทำอย่างไรให้สามารถใช้ได้โดยไม่พึ่งการมีกฎหมายพิเศษ เพราะจะได้ปูทางไปสู่การยกเลิกการประกาศภาวะฉุกเฉินหรือการใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในที่สุด อันนี้ก็ได้มีการแจ้งให้กับหน่วยงานความมั่นคง รวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (รองผอ.ศอฉ.) อยู่ในขณะนี้ก็ได้มีการรับแนวทางนี้ไปดำเนินการศึกษาอยู่.......
 

ช่วงที่ 2

นายกรัฐมนตรี กลับมาในช่วงที่ 2 ของรายการนะครับ เมื่อสักครู่ผมได้พูดไปแล้วว่าจะมาพบกับเจ้าของความคิดดี ๆ 20 ท่านที่ได้มีการร่วมโครงการในการเสนอความคิดในการแก้ไขปัญหา หรือปฏิรูปประเทศไทยมา ก็อยากจะได้ให้แต่ละท่านได้มีโอกาส ได้นำเสนอความคิดต่อพี่น้องประชาชน และอาจจะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันสั้น ๆ กับผมนะครับ ผมก็ขอเริ่มต้นจากเจ้าของความคิดที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและการสื่อสาร การสารสนเทศก่อนนะครับ

เจ้าของไอดี ไอดีที่ 1 ค่ะ นั่งแท็กซี่สบายใจไอทีช่วยได้ แนวคิดคือนำระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยให้ผู้ที่กำลังประสบภัยในแท็กซี่ ส่งข้อความแจ้งภัยไปยังศูนย์ แนวคิดของโครงการนี้ก็คือเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมที่เรามีอยู่แล้วนี้ เอามาสร้างเป็นระบบงาน เป็นระบบที่ช่วยผู้ที่ใช้บริการแท็กซี่นะคะ ที่อาจจะเกิดเหตุภายในแท็กซี่ ผู้ที่ตกเป็นเหยื่ออาจจะเป็นผู้โดยสาร หรือเป็นคนขับแท็กซี่ก็ได้ โดยการติดตั้งอุปกรณ์ทางด้านไอทีและสื่อสารโทรคมนาคมบางอย่างในรถแท็กซี่ไว้ แล้วผู้ที่ประสบเหตุที่อยู่ในแท็กซี่ก็สามารถส่งข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเองไปยังศูนย์ และศูนย์ก็จะแจ้งตำรวจ ตำรวจก็จะมา โดยมีอุปกรณ์มือถือเป็นอุปกรณ์สำคัญในการป้องกันภัย และช่วยชีวิตตนได้ค่ะ

นายกรัฐมนตรี ความจริงขณะนี้เราก็ใช้ไอทีอยู่นะครับ แม้กระทั่งการเชื่อมต่อการสื่อสาร แท็กซี่เองเราก็มีระบบวิทยุ มีอะไรกัน ในการติดต่อสื่อสาร แต่ว่าถ้าทำเป็นระบบได้ ก็เป็นความหวังว่าอยากจะเห็นในเรื่องของการที่จะนำมาสู่การดูแลความปลอดภัย แล้วก็ทำให้ผู้โดยสารทุกคนมีความมั่นใจ ว่าขึ้นแท็กซี่ไม่ว่าจะเป็นคันไหนก็ตาม มีระบบที่เป็นมาตรฐานรองรับใช่ไหมครับ อันนี้เป็นความคิดที่เป็นความคิดที่ดีนะครับ

เจ้าของไอดี ไอดี 2 จิตสำนึกไทยไทยแลนด์ครับ เป็นการสร้างภาพยนตร์กึ่งสารคดี เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจในวงกว้าง ให้คนไทยทุกคนลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงประเทศ... แนวคิดก็จะคล้ายกับหนังเรื่องอินคอนวีเนียน ทรูท นะครับ ที่คุณอัล กอร์ เคยสร้างขึ้นมา ที่พูดถึงเรื่องภาวะโลกร้อน ซึ่งหนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จมาก และกระจายเป็นวงกว้าง ผมเลยคิดว่าสื่อภาพยนตร์ปัจจุบันมีอิทธิพลมากกับคนในหมู่มาก ถ้าเราจะสร้างหนังสักเรื่องหนึ่งที่พูดถึงแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่ ๆ เพื่อต่อยอดไอเดียให้คนไทยทุกคนปลุกกระแสขึ้นมา.......

นายกรัฐมนตรี ....ความคิดนี้ผมไม่แน่ใจว่าส่งมาตอนไหนนะครับ แต่ว่าแว่ว ๆ มาว่าทางรัฐบาลเองโดยทางที่ปรึกษาของผมก็ได้มีแนวคิดที่จะผลักดันโครงการในลักษณะนี้อยู่ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อไปนะครับ อันนั้นก็เป็น 2 โครงการนะครับที่ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องเทคโนโลยีกับเรื่องของสารสนเทศนะครับ ลองมาดูความคิดทางด้านเศรษฐกิจบ้างนะครับ

เจ้าของไอดี ไอดีที่ 3 ชื่อไอเดียสร้างระบบเกษตรกรรมไทยให้เป็นหนึ่งในโลก แนวคิดนี้ก็เป็นแนวคิดในเรื่องของการนำการจัดการซึ่งเป็นวิทยาการสมัยใหม่ เพื่อลงไปสู่ รวมกับภูมิปัญญาชุมชนของเกษตรกรท้องถิ่นทั่วประเทศไทยนะคะ โดยที่อยากให้มีนักศึกษาเป็นสื่อกลางนำความรู้ วิทยาการสมัยใหม่พวกนี้เข้าไปจัดการระบบเกษตรกรรมของไทย เพื่อที่ว่าเมื่อเรากลับมาทำระบบเกษตรกรรมของเราให้แข็งแรงแล้วนี้ มันก็จะเป็นก้าว step ต่อไปที่แข็งแรง ที่จะทำให้เราก้าวไปสู่เวทีโลกได้ค่ะ

นายกรัฐมนตรี จะบอกว่าไม่มีใครทำเลยคงไม่ได้นะครับ เดี๋ยวนี้ เพราะว่าเราทราบว่าในหลายพื้นที่ก็มีการพัฒนาระบบขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นที่เขาเรียกว่าตรวจสอบย้อนกลับนะครับ ให้ทราบว่าแหล่งที่มาของสินค้าเกษตรเป็นอย่างไร แต่ว่าที่เสนอมานี้ก็มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือบทบาทของภาควิชาการ ความจริงรัฐบาลมองไปในจุดของการวิจัยพัฒนานะครับ แต่ว่าถ้ามีนิสิตนักศึกษา คนหนุ่มสาว เข้าไปทำเรื่องนี้มากขึ้น ก็จะช่วยอีกด้านหนึ่ง ก็คือขณะนี้เราก็ต้องการให้คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับการพัฒนาภาคการเกษตรมากขึ้น ลองมาฟังความคิดต่อไปนะครับ

เจ้าของไอดี ไอดี 4 ไอเดียพื้นที่ 99 บาทเพื่อการกุศล ให้หน่วยงานรัฐจัดพื้นที่ให้เช่าราคาต่ำ ................

นายกรัฐมนตรี ..... เรื่องกิจการทางสังคมนะครับ ผมก็อธิบายนิดหนึ่งนะครับ มันก็คาบเกี่ยวกันอยู่ ก็คือที่ผ่านมานี้เราอาจจะนึกถึงเรื่องของกิจกรรมที่เรียกว่า CSR ความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งเดี๋ยวก็จะมีคนที่เสนอความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่นั่นคือกรณีที่ทางบริษัท ภาคธุรกิจเอกชน เขาต้องการที่จะคืนกำไรให้ แต่กิจการเพื่อสังคมนี้มันไปอีกขั้นหนึ่งนะครับ ก็คือเป็นองค์กรที่มีจุดมุ่งหมายในเรื่องสาธารณะประโยชน์ แต่คือบริหารแบบธุรกิจ ที่ผ่านมาเราจะแยกใช่ไหมครับว่า ธุรกิจก็ทำกำไรไป อาจจะคืนกำไรให้สังคมบ้าง แล้วเราก็นึกถึงองค์กรการกุศลต่าง ๆ ซึ่งก็ให้เปล่า แต่ว่าจริง ๆ แล้วขณะนี้ในหลายประเทศเขาส่งเสริมสิ่งที่เรียกว่ากิจการเพื่อสังคม ซึ่งมาทำงานแบบธุรกิจคือเลี้ยงตัวเองได้ แต่ว่าสิ่งที่เขาทำทั้งหมดนี้เป็นการสร้างสาธารณะประโยชน์พร้อม ๆ กันไปด้วย ซึ่งความคิดตรงนี้ก็คือว่า จะช่วยทำอย่างไรให้กิจการสังคมตรงนี้เกิดได้ ก็คิดถึงเรื่องของค่าเช่าราคาถูกนะครับ ก็เป็นความคิดที่ดีความคิดหนึ่งครับ พูดถึง CSR แล้วก็มาถึงคุณพิพัฒน์นะครับ ซึ่งได้เสนอเรื่องนี้เข้ามาครับ

เจ้าของไอดี ไอเดียกระจายเศรษฐกิจเพื่อสังคม ระดมทั้ง 76 จังหวัด เป็นการกระจายความมั่งคั่งของเศรษฐกิจ เพื่อคนในท้องที่ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศครับ ที่ผ่านมา 2 ปีนี้ ทางทีมงานของเราก็ได้มีโอกาสไปเดินสายถ่ายทอดความรู้เรื่อง CSR ให้กับคนในพื้นที่ 76 จังหวัด เราก็ได้ฟังแนวคิดหรือข้อเสนอต่าง ๆ ที่มาจากทั้ง 76 จังหวัดนะครับ ก็เลยเห็นว่าโครงการไอเดียประเทศไทย น่าจะเป็นส่วนที่จะทำให้ความคิดของผู้ประกอบการในภาคเอกชนของทุก ๆ จังหวัด ร่วมกับภาคท้องถิ่น ได้มีโอกาสขยายผลเป็นลักษณะของการขับเคลื่อนจริง ๆ ก็นั่นหมายความว่าถ้าหากว่าโครงการ CSR 76 จังหวัดได้เข้าสู่กระบวนการถัดไป ก็จะทำให้ทั้ง 76 จังหวัดมีกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นจากความคิดของคนในท้องถิ่นเอง ร่วมเสนอโดยคนในท้องถิ่นเอง และก็ร่วมทำโดยคนในท้องถิ่นเองด้วยนะครับ

นายกรัฐมนตรี อย่างที่พูดไปเมื่อสักครู่นะครับว่า กิจกรรม CSR ก็เติบโตค่อนข้างรวดเร็ว แต่หลายคนส่วนใหญ่จะจับตาไปที่บริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ ซึ่งอยู่ในส่วนกลาง เพราะฉะนั้นความคิดนี้ก็คือความคิดเหมือนกับกระจัดกระจายให้ไปทั่วภูมิภาคทุกภูมิภาค และที่สำคัญก็คือให้ธุรกิจของท้องถิ่นเองได้เข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมทางด้านนี้นะครับ

เจ้าของไอดี ไอดี 6 สร้าง...ช่วยเหลือเกษตรกรชายแดนใต้ ตั้งศูนย์การเรียนรู้ให้กับเกษตรกรที่อยากจะรู้เกี่ยวกับการทำผลผลิต ลดต้นทุนต่ำ จะได้มีสินค้าที่ราคาได้ดี แนวคิดของโครงการนี้อยากจะให้เกษตรกรได้เป็นผู้ที่นำสินค้าเกษตรมาขายเองนะครับ โดยมีศูนย์รวมสินค้าเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ ลดปัญหาความไม่ปลอดภัย เนื่องจากว่า พ่อค้าแม่ค้าต่างที่ไม่กล้าเข้าไปซื้อถึงที่

นายกรัฐมนตรี ข่าวคราวก็ช่วงสัปดาห์ สองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้สอดคล้องกับการมองปัญหาอย่างยิ่งเลยนะครับในเรื่องนี้ ซึ่งเราจะต้องเร่งแก้ไข และก็ความจริงที่ผ่านมานี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ เองก็มีพระมหากรุณาธิคุณนะครับ ทรงริเริ่มโครงการ เช่น ฟาร์มตัวอย่าง หรือความพยายามในการรวบรวมสินค้าในขณะนี้ แต่ว่าก็คงจะต้องทำกันมากขึ้นนะครับ ลองมาฟังความคิดในหมวดสุขภาพ ศิลปะ วัฒนธรรม บ้างนะครับ

เจ้าของไอดี ไอดี 7 ไอเดียโครงการกองทุนอาหารก่อนวันหมดอายุครับ รวบรวมอาหารที่มันใกล้จะหมดอายุ มารวมกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง แล้วส่งต่อไปยังปลายทางสถานพินิจ บ้านพักคนชรา เรือนจำ และผู้ยากไร้ ลักษณะของไอเดียตามแนวคิดของผมก็คืออาหารสด ผลไม้ โดยรวบรวมจากห้างร้าน ร้านค้า มินิมาร์ท แม้กระทั่งร้านโอท็อป หรือร้านค้าทั่ว ๆ ไป รวมไปถึงห้างสรรพสินค้า รวบรวมเสร็จเราก็จะมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการที่จะเอาอาหารพวกนั้นไปให้กับกลุ่มเป้าหมาย ก็อาจจะเป็นในส่วนของคนที่อยู่ในบ้านพักคนชรา หรืออาจจะเป็นสถานพินิจ หรืออาจจะเป็นเรือนจำ หรืออาจจะเป็นคนที่เขา ผู้ที่ยากจนในหมู่บ้านในชุมชน ให้เขาได้กิน เป็นการช่วยประหยัดงบประมาณในการเลี้ยงดูคนจำนวนนี้ และเป็นการลดปริมาณขยะด้วย และเป็นการใช้ทรัพยากรอาหารอย่างคุ้มค่าครับ

นายกรัฐมนตรี ก็เป็นแนวความคิดที่ดีครับ แต่ว่าผมก็คิดว่าก็ต้องระมัดระวังนิดหนึ่ง เพราะว่ากลัวว่าการบริหารจัดการถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมา กลายเป็นอาหารหมดอายุแล้วก็จะยุ่งเหมือนกันนะครับ เพราะว่ามีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ แต่ว่าก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีครับ และก็ถ้ามีการจัดระบบรวบรวมได้นะครับ แล้วก็มีการบริหารจัดการที่ดี ก็คงจะเป็นอย่างที่ว่านะครับ สามารถที่จะประหยัดและก็ลดในเรื่องของขยะได้ด้วยนะครับ

เจ้าของไอดี ไอดี 8 ไอเดียคนไทยสบายดีหรือเปล่า Concept ของไอเดียนะครับ ก็คือเราจะเพิ่มความสุขให้ประเทศไทย โดยการทำดัชนีชี้วัดที่ทำได้ง่าย ๆ เพื่อที่จะพัฒนาความสุขของคนทั้งประเทศ ซึ่งวันนี้เราก็วิธีการทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยด้วยนะครับ อย่าง Social Network Website อย่างเช่น Facebook นะครับ เราก็จะสามารถที่จะทำตรงนี้ลดต้นทุนได้ แล้วในขณะเดียวกันเราก็สร้างระบบซึ่งให้รัฐบาลส่งเสริมให้ระบบการเก็บข้อมูลผ่านทาง อบต. ได้ด้วย ก็เป็นการรวบรวมข้อมูลในมาตรฐานเดียวกัน เพื่อที่จะสร้างกิจกรรม แก้ปัญหาให้คนแต่ละกลุ่มครับ

นายกรัฐมนตรี บางหน่วยงานพยายามทำอยู่ เช่น สำนักสำรวจความคิดเห็นของประชาชน ผมเข้าใจว่าทั้งสวนดุสิต ทั้งเอแบคก็มีการสำรวจเรื่องดัชนีความสุขอยู่เป็นระยะ ๆ แต่ว่าเรียนตรง ๆ ก็ยังเหมือนกับยังไม่ลงตัวเท่าที่ควรนะครับ แล้วก็มีหลายประเทศที่เขาพยายามเสนอแนวคิดอันนี้ หัวใจคือมาตรฐานของตัวแบบสอบถาม และวิธีการใช่ไหมครับในการระดม

เจ้าของไอดี จริง ๆ สิ่งที่เราเน้นก็คือว่าทำให้มันที่ ๆ ต่างจากที่อื่นนะครับ ของเราเน้นว่าทำให้มันง่าย แล้วก็ทำให้มันเหมือนกับว่าพอเราส่งต่อให้เพื่อน....