ข่าว

มหากาพย์อาร์เอส

มหากาพย์อาร์เอส

03 ต.ค. 2553

น.ส.สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง หัวหน้าศูนย์พิทักษ์สตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง ซึ่งเดินทางไปพบ น.ส.รุ่งนภา แก้วไทรหาญ หรือแอนนี่ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า แอนนี่ได้ตัดสินใจใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อปกป้องตัวเองและลูก โดยมอบให้มูลนิธิเพื่อนหญิงฟ้องร้องดำเนินคดีเ

กรณีที่แถลงข่าวกล่าวหาว่า นอกจากฟิล์ม หรือนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ แล้ว แอนนี่ยังคบหากับผู้ชายอีก 3 คน โดยแต่ละคน แอนนี่อ้างว่าท้องกับเขา และเรียกร้องเงินจำนวน 2.5 แสนบาททั้งสิ้น ไม่ว่าจะมองประเด็นนี้อย่างไร แต่การที่แอนนี่อาจตัดสินใจใช้สิทธิทางศาลโดยผ่านมูลนิธิเพื่อนหญิง ก็จะทำให้เรื่องราวของฟิล์มและแอนนี่ ยังคงปรากฏบนพื้นที่สาธารณะต่อไป โดยที่อาร์เอสจะได้รับประโยชน์เต็มๆ ประโยชน์อื่นๆ นอกจากนี้ไม่มี

 ตลอดห้วงระยะเวลา 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้ที่กล่าวถึงประเด็นความรับผิดชอบ และความตระหนักรู้ถึงบทบาทของสื่อมวลชนน้อยมาก ในวันที่แอนนี่เปิดแถลงข่าวท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน ก่อนบันทึกรายการตีสิบนั้น คำถามของนักข่าวแต่ละคำ ล้วนแต่ตอบสนองสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ทั้งสิ้น ทั้งที่ปรากฏการณ์ฟิล์มและแอนนี่ อาจอธิบายได้ว่าเป็น “สิทธิส่วนบุคคล” เป็นสิทธิของบุคคลที่จะอยู่โดยลำพัง หรือ Right to be alone ข้อมูลส่วนบุคคลของเขาจะต้องไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่สามหรือต่อสาธารณชน และการเปิดเผยอาจส่งผลให้บุคคลนั้นได้รับความเดือดร้อน อับอาย หรือได้รับความทุกข์ทรมานใจ นี่ก็เป็นความเข้าใจผิด หรือจงใจละเมิดหลักการพื้นฐานของสื่อมวลชน เพื่อตอบสนองทุน หรือเป็นเครื่องมือของบริษัทธุรกิจบันเทิงแห่งนี้

 ระหว่างสองค่ายธุรกิจบันเทิงยักษ์ใหญ่ ที่ขยายฐานจากธุรกิจเพลงนี้ มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า ดารา นักร้องจากค่ายอาร์เอส มักจะมีเรื่องอื้อฉาวอยู่เสมอ ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้น ค่ายอาร์เอสก็ยังคงมีผู้สนับสนุนจำนวนมาก มีผลประกอบการที่ดี ครั้งสุดท้ายกรณี นาธาน โอมาน ก็เสนอคำถามที่น่าสนใจหลายประการสำหรับอาร์เอส ทั้งในกระบวนการสรรหาบุคคล และการควบคุมดูแลพฤติกรรมของดารานักร้องในสังกัด แต่ยิ่งมีข่าวคราวเสียหาย ธุรกิจของอาร์เอสก็ยิ่งเจริญรุ่งเรือง ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะมีความพยายามของกลุ่มเฟมินิสต์ชักชวนให้ต่อต้านและบอยคอตสินค้าของอาร์เอส ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เกิดผลอันใด นอกจากประโยชน์ของอาร์เอสในเชิงธุรกิจ จากการได้โฆษณาฟรี

 ถึงแม้แอนนี่ จะยุติบทบาทในการให้สัมภาษณ์ต่อสาธารณะ แต่ตัวละครใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น โดยมีกรณีฟิล์มและแอนนี่เป็นสารตั้งต้น จุ๊น หรือกิตติคุณ สัมฤทธิ์พันธ์สุข ที่ประกาศลาออกจากช่อง 3 เพราะไม่ต้องการถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่ อีกทั้งคนอื่นๆ ที่เฮียฮ้อทิ้งไว้เป็นปริศนา ประกอบกับคดีความที่กำลังจะเริ่มต้น ย่อมทำให้เรื่องราวของฟิล์มและแอนนี่ กลายเป็นมหากาพย์ที่ต้องติดตามกันอีกหลายภาค และทำให้สื่อมวลชนมีข่าวขายได้ ทำมาหากินกันได้ต่อไป แม้จะเป็นข่าวที่ไร้สาระ ไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อสาธารณะก็ตาม