ข่าว

 อดีตเพื่ออนาคต

อดีตเพื่ออนาคต

03 ต.ค. 2553

ตอนเด็กๆ ผมไม่ค่อยชอบเรียนวิชา “ประวัติศาสตร์” ครับ

 ไม่ใช่เพราะยากอะไรหรอก แต่ดันมีความเชื่อผิดๆ ว่า จะเรียนให้ดี ต้องท่องจำแบบเอาเป็นเอาตาย ผมจึงไม่นิยม และเรียนไปแบบให้พอผ่านๆ เท่านั้นเอง

 เมื่อโตขึ้น นิสัยรักการอ่านมีมากเข้า กับทั้งไม่มีแรงกดดันเรื่องการสอบ ผมจึงได้มีโอกาสแวะเวียนไปหยิบตำราวิชานี้มาอ่านอีกครั้ง โดยผมเปลี่ยนทัศนคติใหม่ จะอ่านเอาสนุกเป็นหลัก

 ไม่น่าเชื่อครับ เจตนาสัมฤทธิผล ผมเริ่มสนุกมากขึ้น แถมยังเกิดผลพลอยได้ให้ผมเข้าใจในความเป็นมา และวิวัฒนาการของไทยเรา ในยุคสมัยต่างๆ ได้ดี

 ถ้าพูดออกเวอร์สักนิด ต้องบอกว่าเป็นความเข้าใจมากยิ่งกว่าการอ่านเพื่อการเข้าห้องสอบไปเอาคะแนนซะอีก

 เมื่ออ่านมากขึ้น และด้วยใจที่เปิดกว้างยอมรับ จู่ๆ ผมก็เกิดปีติ ภูมิใจในความเป็นชาติไม่รู้ตัว พร้อมๆ กับเกิดสำนึกหวงแหนในคุณค่ามรดกวัฒนธรรมที่บรรพบุรุษได้สั่งสมไว้

 ที่สำคัญยิ่งกว่า ประวัติศาสตร์ยังทำให้ผมได้เรียนรู้ปัญหา ความผิดพลาดในอดีต เพื่อเป็นบทเรียนในปัจจุบัน ตลอดจนเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในอนาคต

 ผมเริ่มเข้าใจสาเหตุ ที่มาที่ไปที่กรุงศรีอยุธยาต้องถูกตีแตก ตลอดจนพระปรีชาสามารถ แนวคิดการสร้างความเป็นปึกแผ่น การกอบกู้เอกราช และภาวะผู้นำของกษัตริย์ไทยยุคสมัยนั้น

 พูดถึงเรื่องนี้ ใกล้ตัวขึ้นมาหน่อย ผมเห็นหลายๆ ครอบครัว มักจะมีบทสนทนาบนโต๊ะอาหาร ที่พ่อแม่เล่าถึงประวัติบรรพบุรุษ หรือไม่ก็วิถีชีวิตของตัวเองในอดีตให้ลูกๆ หลานๆ ฟัง

  ยิ่งถ้าใครเกิดในครอบครัวคนจีน ก็หนีไม่พ้นที่จะได้ยินเรื่องเล่าเก่าๆ ประเภทอากง อาม่า แบกเสื่อผืนหมอนใบ ข้ามน้ำข้ามทะเล มาตายเอาดาบหน้าที่เมืองไทย

 แต่ด้วยความขยันขันแข็ง ทำมาหากิน หนักเบา เอาสู้ ไม่เคยยอมแพ้ให้โชคชะตา ผสมกับความเป็นคนมัธยัสถ์ เก็บหอมรอมริบ ที่สุดก็สามารถตั้งตัวขึ้นมาได้

 คล้ายๆ กับ หนังสืออัตชีวประวัติของ “เจ้าสัว” ทั้งหลาย ที่ถ้าใครเคยได้อ่านก็จะเข้าใจว่า จริงๆ แล้วความร่ำรวยของวันนี้ไม่ได้เกิดจากการเป็นคหบดีในตระกูลใหญ่แต่ก่อนเก่า

 ทุกบาท ทุกสตางค์ล้วนมาจากน้ำพักน้ำแรง และเลือดนักสู้ของตัวเองทั้งสิ้น

 แล้วเคยสงสัยมั้ยครับว่า ทำไมพ่อแม่เราจึงมักจะเล่าเรื่องอย่างว่าให้เราฟังอยู่บ่อยๆ ?

 ผมว่าเหตุผลไม่ซับซ้อนครับ ท่านเล่าก็เพราะอยากให้เราเป็นคนไม่ลืมตัว ไม่ดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่า สอนให้เรารู้จักแบ่งปัน และให้โอกาสคนอื่นๆ เหมือนกับที่พวกท่านได้รับ

 สำคัญที่สุด ท่านอยากให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจ ให้พวกเราได้เห็นถึงการต่อสู้อุปสรรคและความขยันขันแข็งของบรรพบุรุษ

 ไม่อยากให้เข้าใจว่า เงินทองหามาได้ง่าย กว่าจะเก็บจากบาทเป็นร้อยเป็นพัน จนตั้งตัว มีบ้านช่อง มีกิจการ ต้นตระกูลต้องเหนื่อยยาก ลำบากขนาดไหน?

 พวกท่านทำอดีตมาจนถึงปัจจุบันแล้ว อนาคตก็ขึ้นอยู่กับ “น้ำมือ” ของลูกหลานเจเนอเรชั่นต่อไป จะสร้างต่อให้เจริญรุ่งเรือง หรือทำลายจนหมด ก็สุดแล้วแต่จิตสำนึกที่มี

 ประวัติศาสตร์เขียนได้ครับ ปัจจุบันเกิดจากอดีตฉันใด อนาคตข้างหน้าก็อยู่ที่การทำปัจจุบันวันนี้ให้ดีที่สุดฉันนั้นครับ…