ข่าว

 "ฟื้นฟูจิตใจตำรวจตาก"ภารกิจผู้การ "จำลอง น้อมเศียร"

"ฟื้นฟูจิตใจตำรวจตาก"ภารกิจผู้การ "จำลอง น้อมเศียร"

03 ต.ค. 2553

หลังจากคลิปอื้อฉาวนายตำรวจระดับนายพลนัวเนียอยู่กับตำรวจสาวหน้าห้องปลิวว่อนทั่วโลกอินเทอร์เน็ต สร้างแรงสั่นสะเทือนถึงขั้นย้ายผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก เข้ากรุกะทันหัน ทำให้ พล.ต.ต.จำลอง น้อมเศียร ผู้บังคับการตำรวจสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 ต้องมานั่งรักษ

 -  สถานการณ์แบบนี้ต้องมารับตำแหน่งรักษาการ ผบก.ภ.จว.ตาก รู้สึกกดดันไหม
 ไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร เพราะเข้ามาเป็นรักษาการผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตากครั้งนี้เป็นไปตามระเบียบวาระของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดระเบียบวาระไว้ตามข้อบังคับของกฎหมาย จึงไม่รู้สึกว่ามีปัญหาอะไรให้ต้องกดดัน แต่เมื่อมารับตำแหน่งรักษาการ ผบก.ภ.จว.ตาก แล้ว ก็ตั้งใจจะทำองค์กรตำรวจให้เป็นที่น่าเชื่อถือของชาวบ้าน

 - มีความตั้งใจจะปฏิรูปตำรวจเมืองตากอย่างไร
 คงไม่ถึงขั้นการปฏิรูปหรอก เพียงแต่เข้ามาเป็นหัวหน้าหน่วยในเบื้องต้นก็คงต้องมองหาแนวทางที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูจิตใจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือกลุ่มผู้ใต้บังคับบัญชาที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบที่ไม่ดีต่อทุกฝ่าย ก็จะพยายามทำความเข้าใจในเรื่องนี้ เข้ามาคอยดูแล ทำความเข้าใจกับลูกน้อง ประชาชน และควบคุมปัญหาต่างๆ ไม่ให้เกิดซ้ำรอยอีก โดยยึดหลักระเบียบข้อบังคับของตำรวจ ซึ่งเรามีแนวทางและหลักการในเรื่องนี้อยู่แล้ว

 - ตอนนี้สภาพจิตใจผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างไร
 จริงๆ แล้วเรื่องนี้คนส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่ เพราะเป็นแค่เรื่องของคนสองคน แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ดี แต่ไม่น่าจะมีผลกระทบถึงการปฏิบัติ หน้าที่ของตำรวจในพื้นที่ หากถามว่ากระทบจิตใจคงเป็นเฉพาะครอบครัวของตำรวจหญิงที่ปรากฏในคลิปเท่านั้น และตอนนี้เขาและสามีซึ่งเป็นตำรวจในสังกัดเดียวกันก็ได้ลาพักผ่อนไปเพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของเขา คิดว่าสภาพจิตใจของทั้งคู่คงไม่ค่อยดี ซึ่งผมยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยใดๆ กับเขาเลย ส่วนตำรวจหญิงรายอื่นๆ ก็ไม่ได้มีการมาร้องเรียนใดๆ เพิ่มเติม
 
 -ตำรวจหญิงคนอื่นๆ ก็เคยมีข่าวทำนองนี้
  ตำรวจหญิงที่นี่มีเยอะนะ แต่เท่าที่ได้รับฟังมานั้น ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จากตำรวจหญิงรายอื่นๆ หากรู้ว่ามีเรื่องทำนองนี้ก็จะรีบแก้ไขให้เร็วที่สุด

 -ด้านภารกิจจะมีการสะสางหรือสานต่ออย่างไร
 คิดว่าเบื้องต้นยังไม่มีการปรับเปลี่ยน หรือสะสางอะไรมาก คงเพียงทำตามตำแหน่งหน้าที่รักษาการ ดูแลภาพรวมของการเร่งรัดคลี่คลายคดี การแก้ไขปัญหายาเสพติด แรงงานต่างด้าว ตลอดจนการโจรกรรมรถ เป็นต้น คือต้องดูแลงานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ คอยกำกับดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ไม่ให้บกพร่องในหน้าที่ และคอยควบคุมดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติตามระเบียบวินัย โดยจะเรียกประชุมให้ลูกน้องปฏิบัติตามกรอบระเบียบวินัยของตำรวจ อีกส่วนหนึ่งก็จะฟื้นฟูจิตใจผู้ใต้บังคับบัญชาที่ถูกสั่งย้ายโดยไม่เป็นธรรมในสมัยผู้การคนก่อน จะมีการเรียกตัวกลับมาประจำที่เดิม ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดตากจะเป็นผู้ดูแลในเรื่องผู้ใต้บังคับบัญชาถูกย้ายไปโดยไม่เป็นธรรม ท่านผู้ว่าฯ ก็แนะนำว่าให้พยายามดูแลขวัญกำลังใจให้ลูกน้องให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

 -จะดูและตำรวจที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร
            หลังจากทราบเรื่องว่ามีการย้ายตำรวจแบบไม่เป็นธรรมในสมัยผู้การคนก่อน ผมก็รีบย้ายพวกเขากลับมา ตอนนี้ย้ายกลับมาแล้ว 3 ราย โดยให้กลับมาประจำตำแหน่งเดิม ส่วนคนอื่นๆ ที่เหลือต้องคอยดูว่า ถ้ามีเรื่องร้องเข้ามาและมีการพูดคุยตรวจสอบข้อเท็จจริงกันก่อนว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไรบ้าง มีปัญหาเรื่องอะไรกัน คือถ้าพบว่ามีการสั่งย้ายโดยไม่เป็นธรรมจริง ผมก็จะช่วยทำให้ถูกต้องด้วยการย้ายกลับมา คือเราจะดูเป็นกรณีๆ ไป 

 - สร้างความมั่นใจในการทำงานอย่างไร
 หากเป็นเรื่องของคดีต่างๆ สมัยที่ผมเป็นผู้บังคับการตำรวจสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 6 ซึ่งดูแลพื้นที่ครอบคลุม 9 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ฉะนั้นหากเกิดคดีขึ้นในพื้นที่ จะมีความรู้ความเข้าใจสภาพปัญหาของพื้นที่เป็นอย่างดี ไม่มีความหนักใจอะไร ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชาคงต้องเข้าไปทำความรู้จักกันมากขึ้น อาจจะเป็นรูปแบบของการอบรมหรือพบปะสังสรรค์กัน และการที่มารับตำแหน่งนี้ หลายฝ่ายกำลังจ้องมองดูการทำงานอยู่ ก็จะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ให้มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นอีก และจะยึดตามกฎระเบียบวินัยของตำรวจอย่างเคร่งครัด

 -จะปรับภาพลักษณ์ตำรวจภูธรจังหวัดตากใหม่
  ไม่ถึงกับพลิกปรับโฉมตำรวจใหม่ แต่อยากให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละสถานีตำรวจนั้นหันมาดูแล หันมาสนใจลูกน้องบ้าง อย่าปล่อยปละละเลย ความหมายก็คือ ต้องลงไปคลุกคลีกับลูกน้อง ถ้ามีปัญหาในเชิงเสื่อมเสียต้องรีบตักเตือน ตอนนี้มีคำสั่ง 1212/2537 เรื่องมาตรการควบคุมและเสริมสร้างความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจ ที่จะครอบคลุมถึงตำรวจชั้นประทวนระดับล่างเลย คือจะมีมาตรการคอยดูแลกันเป็นชั้นๆ ลงไป ถ้าหัวหน้าสถานีตำรวจใส่ใจเรื่องคำสั่งนี้อย่างจริงจัง ปัญหาเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้นเลย

 จริยธรรมและจรรยาบรรณตำรวจ

 ตามข้อกำหนดแนบท้าย กฎ ก.ตร.ว่าด้วยประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ พ.ศ.2551 ระบุถึงการที่ตำรวจจะปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประชาชนมีความศรัทธาเชื่อมั่นนั้น ตำรวจต้องยึดจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจ เป็นกรอบการประพฤติปฏิบัติของข้าราชการตำรวจให้มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณที่ดีและเป็นมาตรฐาน ประกอบด้วย 3 แนวทางหลัก ดังนี้

 1.มีคุณธรรมเป็นค่านิยมหลัก และอุดมคติของตำรวจ ซึ่งจะเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้ข้าราชการตำรวจอยู่ในกรอบของศีลธรรมและคุณธรรม ขณะเดียวกันก็เป็นแนวทางชี้นำให้ข้าราชการตำรวจบรรลุถึงปณิธานของการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์

             2.มีจริยธรรม คือ คุณความดีที่เป็นข้อประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจเพื่อให้ประชาชนศรัทธา เชื่อมั่นและยอมรับ

             3.มีจรรยาบรรณ คือ ต้องประพฤติและปฏิบัติหน้าที่ของวิชาชีพตำรวจตามจรรยาบรรณของตำรวจ เพื่อธำรงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของข้าราชการตำรวจและวิชาชีพตำรวจ

           ทั้งนี้ข้าราชการตำรวจต้องเคารพและปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณของตำรวจอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อไม่แน่ใจว่าได้มีการละเมิด ฝ่าฝืนหรือไม่ ให้ข้าราชการตำรวจนั้นปรึกษาหารือผู้บังคับบัญชา หรือปรึกษากับศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำตามกฎ ก.ตร.ทันที