
จับแก๊งปล้นรถขนเงินแบงก์ทหารไทย16ล้านบ.‏
"ภาณุพงศ์"นำตำรวจนครบาลแถลงโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดง จับยกแก๊งทีมปล้นรถขนเงินแบงก์ทหารไทยเชิดเงินกว่า 16 ล้านบาท ผบก.สส.บช.น. เผย แกะรอยจากฝากระบะเอนกประสงค์ที่ติดตั้งหลังรถใช้ก่อเหตุจนสามารถรวบตัว 2 พี่น้องขับรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยวคาบ้านพักย่านบางพลี ก่อนเค
(2ต.ค.) เวลา 17.30 น.พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ว่าที่รองผบ.ตร.,พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น.,พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ ,พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต ผบก.สส.บช.น.,พ.ต.อ.ธัมรงค์ วงศ์แป้น,พ.ต.อ.พีระพงษ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.สส.บช.น.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ บก.สส.บช.น.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมแก๊งปล้นรถขนเงินธนาคารทหารไทยได้เงินสดไปกว่า 16.9 ล้านบาท ประกอบด้วยนายปรัชญาวุฒิ หรือโด่ง แสนคนึง อายุ 42 ปี หัวหน้าแก๊ง อยู่บ้านเลขที่ 64/125 ม.1 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ,นายสิทธิชัย หรือน้อย แสนคนึง อายุ 36 ปี น้องชายนายปรัชญาวุฒิ อยู่บ้านเลขที่ 199/154 ม.7 ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ และนายธนกฤต หรือพัด บุญเพิ่ม อายุ 46 ปี ญาติของนายปรัชญาวุฒิ อยู่บ้านเลขที่ 8 ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ทั้งสามมีอาชีพขับรถตู้นำเที่ยว ตามหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ 777-779/2553 ลงวันที่ 2 ต.ค.2553 ข้อหาปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อการกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม
โดยจับกุมได้พร้อมของกลางเงินสกุลไทยและต่างประเทศ รวมจำนวน 10,878,696 บาท เงินสดในบัญชีธนาคารต่าง ๆ จำนวน 9 บัญชี รวมทั้งสิ้น 1,949,933 บาท รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน ตม-7828 กทม. รถตู้ยี่ห้อโตโยต้าคอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฮฉ-8971 กทม.รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฮจ-6039 กทม.รถตู้ยี่ห้อโฟล์คสวาเก้น คาราเวล สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน อธ-6968 กทม. ป้ายทะเบียนรถ หมายเลขทะเบียน ถล-1770 กทม. จำนวน 2 แผ่น ป้ายทะเบียนปลอม ฮก-7479 กทม.จำนวน 2 แผ่น อาวุธปืนจำนวน 4 กระบอก ประกอบด้วยลูกโม่ไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 1 กระบอก ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอกและลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก อุปกรณ์แต่วรถกระบะแบบต่าง ๆ และเสื้อผ้าที่นายสิทธิชัยสวมใส่ในวันก่อเตุปล้นรถขนเงินของธนาคารทหารไทย
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนปล้นรถขนเงินธนาคารทหารไทยบริเวณลานจอดรถห้างซีคอนสแควร์ ถ.ศรีนครินทร์ โดยทำร้ายพนักงานขับรถก่อนจะนำรถไปจอดทิ้งไว้ภายในซ.ศรีนครินทร์ 57 หรือพรีเมียร์ 1 แยก 16 ถ.ศรนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ แล้วขโมยเงินสดกว่า 16 ล้านบาทหลบหนีไป
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.บช.น.ได้นำสำนวนคดีปล้นรถขนเงินมาตรวจสอบอย่างละเอียด กระทั่งได้เบาะแสเกี่ยวกับรถกระบะของคนร้ายที่ใช้ก่อเหตุว่า รถกระบะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุแต่ละครั้งนั้นที่กระบะหลังจะมีการติดตั้งฝากระบะเอนกประสงค์ หรือซูเปอร์อัพเอาไว้ด้วย ซึ่งฝากระบะหลังแบบนี้จะมีบริษัทแห่งเดียวที่รับติดตั้งฝากระบะแบบดังกล่าว โดยเป็นบริษัทที่ตั้งอยู่ในย่าน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ คาดว่าคนร้ายน่าจะมีที่พักอาศัยอยู่ในย่านบางพลี เจ้าหน้าที่จึงทำการลงพื้นที่ติดตามหารถต้องสงสัยกระทั่งพบ รถกระบะของกลางคันดังกล่าวจอดอยู่ในบ้านของนายสิทธิชัยจึงรวบรวมหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับ และหมายค้น ก่อนจะติดตามจับกุมตัวพร้อมยึดของกลางมาได้
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนอยู่นาน 3 สัปดาห์จนได้หลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพระโขนง ก่อนเข้าจับนายปรัชญาวุฒิ ได้เป็นคนแรกที่บ้านพักของผู้ต้องหา จากนั้นได้ควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ บก.สส.บช.น.จนนายปรัชญาวุฒิยอมรับสารภาพว่าร่วมมือกับนายสิทธิชัย น้องชายและนายธนกฤต ญาติอีกคน ก่อเหตุตระเวนปล้นรถขนเงินมาแล้วหลายครั้ง เจ้าหน้าที่จึงติดตามจับกุมผู้ต้องหาอีกสองคนได้ที่บ้านพักของตัวเอง ซึ่งอยู่ใน อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ก่อนนำตัวมาสอบสวนขยายผล จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การรับสารภาพว่า ร่วมมือกันก่อเหตุปล้นรถขนเงินตั้งแต่ปี 48 จนถึงปัจจุบันมาแล้วถึง 10 คดี แบ่งเป็นในพื้นที่ บช.น.จำนวน 5 คดี และในท้องที่ จ.สมุทรปราการ จำนวน 5 คดี ได้เงินสดไปกว่า 60 ล้านบาท โดยคดีล่าสุดที่ก่อเหตุปล้นรถขนเงินของธนาคารทหารไทยไปกว่า 16 ล้านบาท เมื่อวันที่ 9 ก.ย.ที่ผ่านมานั้น เจ้าหน้าที่สามารถยึดของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุไม่ว่าจะเป็นอาวุธปืน แผ่นป้านทะเบียนรถปลอม และป้ายทะเบียนที่ขโมยมา รวมทั้งเสื้อผ้าที่ใช้ในการก่อเหตุ พร้อมทั้งยึดเงินสดและเงินที่อยู่ในบัญชีธนาคารคืนมาได้รวมทั้งสิ้นประมาณ 12.9 ล้านบาท
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์กล่าวต่อว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนยอมรับด้วยว่า วันที่ปล้นรถขนเงินของธนาคารทหารไทย ผู้ต้องหาทั้งสามคนได้นำเงินไปแบ่งกันโดยนายสิทธิชัย กับนายปรัชญาวุฒิได้ไปคนละ 6 ล้าน ส่วนนายธนกฤตได้ไปประมาณ 4 ล้านบาท โดยทั้งสามคนได้นำไปซ่อนไว้ในรถตู้ของตัวเองทั้ง 3 คน ที่ได้ทำช่องลับเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นช่องลำโพง กล่องไฟเพดานหลังคารถ และใต้เบาะนั่ง บางส่วนแบ่งเข้าบัญชีเงินฝาก และใช้เงินไปไถ่รถตู้คืนมาจำนวน 900,000 บาท และนำไปตกแต่งรถตัวเองอีก 50,000 บาท รวมทั้งใช้จ่ายส่วนตัวและเล่นการพนันตามบ่อนต่าง ๆ
ผบก.สส.บช.น.กล่าวอีกว่า ผู้ต้องหาทั้งสามคนยังรับสารภาพด้วยว่า ก่อนหน้านี้เคยขับรถตู้รับส่งนักท่องเที่ยวอยู่ แต่เกิดมีหนี้สินจึงวางแผนก่อเหตุปล้นรถขนเงินมาตั้งแต่ปี 48 เป็นต้นมาจนเชี่ยวชาญ โดยนายปรัชญาวุฒิเคยนำเงินที่ปล้นมาแต่ละครั้งไปดาวน์รถตู้ป้ายแดงจำนวนหลายสิบคันออกมาตั้งวินรับส่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ธุรกิจขาดทุนจนต้องเลิกกิจการไป
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์กล่าวด้วยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้จะใช้รถกระบะคันดังกล่าวในการก่อเหตุ บางครั้งก็จะเปลี่ยนเป็นรถตู้ ซึ่งทุกครั้งกลุ่มผู้ต้องหาจะตระเวณขโมยป้ายรถทะเบียนรถที่จอดไว้เพื่อนำมา ใช้สับเปลี่ยนกับทะเบียนของรถที่ใช้ก่อเหตุเพื่อความสะดวกในการก่อเหตุ รวมทั้งจะมีการถอดประกอบชิ้นส่วนการตกแต่งรถหลังก่อเหตุแต่ละครั้งเพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนติดตามจับกุม
ภายหลังแถลงข่าวตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.ประเวศ ดำเนินคดี โดย พล.ต.ต.อำนวยจะได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนขยายผลไปยังเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาว่ามีการนำไปใช้จ่าย หรือแบ่งให้ญาติ หรือคนรู้จักรายใดบ้างหรือไม่ เพื่อติดตามนำคืนมาให้มากที่สุดที่เท่าจะทำได้ พร้อมทั้งจะสืบสวนขยายผลว่าจะมีผู้อื่นร่วมก่อเหตุด้วยอีกหรือไม่ เพื่อติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป นอกจากนี้จะได้ประสานตำรวจท้องที่เกิดเหตุที่เกี่ยวข้องมาอายัดตัวดำเนินคดีต่อไป
สำหรับคดีที่ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุและให้การรับสารภาพทั้ง 10 คดี ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาได้เงินไปรวมแล้วกว่า 60 ล้านบาท ประกอบด้วย (1.)ร้านเซเว่นฯในปั๊มเอพี ได้เงินสด 492,142 บาท สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ม.ค.48 (2.)ร้านเซเว่นฯในปั๊ม ปตท. บางนา-ตราด กม.15 ได้เงินไป 240,000 บาท สภ.บางพลี เมื่อวันที่ 22 พ.ค.49 (3) ร้านเซเว่นฯในปั๊ม ปตท.บางนาตราด กม.6 ได้เงินไป 500,000 บาท สภ.บางพลี เมื่อวันที่ 4 ต.ค.49 (4).ร้านเซเว่นฯในปั๊ม ปตท. ซ.ลาซาล ได้เงินสดไป 1.2 ล้านบาท สน.บางนา เมื่อวันที่ 1 พ.ย.49 (5.)ร้านเลมอนกรีน ปั้มบางจาก กม.21 ได้เงิน 370,000 บาท สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 ม.ค.50(6.)รถขนเงิน แซมโก้ ซ.พระราม 9 ที่ 60 ได้เงินสด 3.5 ล้านบาท สน.หัวหมาก เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.50(7).รถขนเงินแซมโก้ ธ.ไทยพาณิชย์ เทคโนลาดกระบัง ได้เงิน 22 ล้านบาท สน.จรเข้น้อย เมื่อวันที่ 29 พ.ค.50 ยิงตำรวจบาดเจ็บ (8.)ชิงทรัพย์กิ่งแก้ว ได้เงิน 60,000 บาท สภ.บางพลี เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.53 (9.)ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาสวนหลวง ร.9 ได้เงิน 257,680 บาท สน.ประเวศ วันที่ 14 ก.ค.53 และ10.รถขนเงิน ธ.ทหารไทย ห้างฯซีคอนสแควร์ ได้เงินไป 16.9 ล้านบาท สน.ประเวศ วันที่ 9 ก.ย.53



