
"เพื่อไทยเสนอ5ย่างก้าวผ่านอุปสรรคปรองดอง
ปลอดประสพ เสนออีก 5 ย่างก้าว ข้ามผ่านอุปสรรคปรองดอง จี้ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เบรกม็อบจัดชุมนุมเสี่ยงเผชิญหน้า
(2ต.ค.) ที่พรรคเพื่อไทย เวลา 10.00 น. นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงเรื่องแผนปรองดองว่า 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีความชัดเจนมากว่า การปรองดองและสมานฉันท์เท่านั้นที่จะแก้ปัญหาความแตกแยกที่มีอย่างร้าวลึกในสังคมไทยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ซึ่งเป็นโชคดีของประเทศไทยที่มีทั้งคณะบุคคลและบุคคลสำคัญ ที่หวังดีต่อประเทศชาติได้เข้ามาร่วมในขบวนการต่างๆของการปรองดอง แต่ทางพรรคเห็นว่า การปรองดองที่เป็นรูปธรรมซึ่งทุกคนแสวงหาดูเหมือนยังไม่ขยับเขยื้อน ดังนั้นเพื่อให้สามารถบรรลุถึงการปรองดองได้อย่างต่อเนื่อง มั่นคงและสัมผัสได้จริง จึงขอเสนอย่างก้าวเล็กๆ 5 ก้าว เพื่อให้สามารถก้าวข้ามอุปสรรคของการปรองดอง คือก้าวที่ 1 ต้องหยุดล่าล้างเผ่าพันธุ์คนเสื้อแดง เพราะมิเช่นนั้น ผลที่จะได้คือความกลัว และความอาฆาตแค้น ที่ไม่รู้จักจบสิ้น ก้าวที่ 2 หยุดระเบิดซึ่งก่อให้เกิดความหวาดผวาต่อสังคม เราไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ แต่คนทำต้องหยุด
นายปลอดประสพ กล่าวอีกว่า ก้าวที่ 3 ต้องหยุดเรียกร้อง จัดการชุมนุมขนาดใหญ่ ที่มันล่อแหลมที่จะเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าใช้กำลัง ก้าวที่ 4 ต้องหยุดจาบจ้วงสถาบัน หยุดนำเอาสถาบันมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการเมืองเพราะเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และขัดกับขนมธรรมเนียมประเพณีของชาวไทย และก้าวที่ 5 หยุดพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพราะเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และเชื่อว่า ราชการ รัฐบาล พรรคการเมือง ประชาชนได้ละเว้นจากการกระทำที่จะเป็นอุปสรรคต่อการสร้างความปรองดอง สถาปนาความปรอง โดยยินยอมพร้อมใจกันหยุดในสิ่งที่ ขอเรียกว่าสิ่งที่ชั่วร้ายทั้ง 5 ข้อได้แล้ว ความปรองดอง สมานฉันท์สามัคคี จะสามารถกลับมาสู่สังคมไทยได้อีกครั้ง
“ 2-3 สัปดาห์เป็นเวลาพอสมควรสำหรับการปูพื้น ในการรำลึกถึงเวลาที่ต้องปฏิบัติจริงๆกันแล้ว แต่ยังปฏิบัติไม่ได้เพราะยังมีเมฆหมอกมาบังตา เส้นผมเล็กๆ ซึ่งเราต้องก้าวผ่านไปให้ได้ และ 5 ข้อที่เรียนไม่ใช่เงื่อนไข แต่เป็นความจริง ที่ไม่มีใครกล้าพูดเพราะว่าขี้ขลาดไม่กล้ารับผิดชอบ เพราะเมื่อพูดแล้วใครมีอำนาจหน้าที่ก็ต้องทำ เพื่อให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในวันอังคาร ที่ 5 ต.ค. นี้ ในการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ของพรรคจะได้นำเรื่องการปรองดอง เข้าหารือกันอีกครั้ง ตั้งแต่การเสนอแนวคิดครั้งแรกจนการเสนอครั้งนี้ เพื่อให้พรรคร่วมคิดและจะติดต่อกับรัฐบาลอย่างเป็นทางการเพราะเราคิดว่า การปรองดองนี้รัฐบาลจะต้องเป็นเจ้าภาพเพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องอำนาจหน้าที่และการสั่งการหลายอย่าง เราหวังและเชื่อว่ารัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนนำจะร่วมมือกับเราในการนำสันติสุขและความสามัคคีกลับมาสู่บ้านเมืองของเรา” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวและว่า เมื่อเรื่องนี้เสร็จบ้านเมืองจะได้ประโยชน์ ประชาชนจะได้ประโยชน์รวมทั้งเพื่อนๆชาวเสื้อแดง ของเราทุกคนก็จะได้ประโยชน์ แต่แน่นอนที่สุดทุกคนต้องเสียสละ สิ่งเล็กๆน้อยๆ แต่ว่าสิ่งที่เสียสละนั้น มันอาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญนัก เพราะสิ่งที่เสียสละก็มักจะตรงกับสิ่งที่บางคนอยากให้เป็น พอคนเถียงกันฝ่ายหนึ่งต้องเสียสละเพราะอีกฝ่ายหนึ่งจะเอา เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องเสียสละเพื่อให้ทุกคนได้หมด ก็หวังว่าคำแนะนำของพรรคเพื่อไทยในวันนี้ จะช่วยให้การปรองดองเกิดขึ้นได้จริงๆ และเกิดขึ้นได้สักที
เมื่อถามถึงเหตุระเบิด นายปลอดประสพ กล่าวว่า เราไม่รู้ว่าใครเป็นมือระเบิด แต่มีเพียง 2 กลุ่มเท่านั้น คือถ้าไม่ใช่กลุ่มรัฐบาล ก็ต้องเป็นกลุ่มที่ตรงข้ามกับรัฐบาล แต่เราได้ข้อมูลมาอีกซึ่งเราไม่ค่อยอยากเชื่อว่า ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มที่เกี่ยวกับการไม่พอใจการแต่งตั้งตำแหน่งตำรวจ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องภายในของฝ่ายตำรวจเอง แต่มาทำให้คนอื่นเดือดร้อน ทั้งนี้มองว่า ศอฉ.เป็นอุปสรรคสำคัญมากในขณะนี้ ศอฉ. ลองให้ใครทำโพลล์ จะรู้ว่าคนชอบหรือไม่ชอบ พฤติกรรมทุกวันนี้ ใกล้จะเป็นมาเฟียทุกวันแล้ว ควรจะเลิกโดยเร็ว ไม่ใช่หน่วยราชการถาวร ตั้งขึ้นชั่วคราว การนำคนเข้ามาก็ไม่ได้มีเวลามาก เอาคนโน้นคนนี้เข้ามา เอาโจรเข้ามาสักเท่าไหร่ไม่รู้ ขอยกตัวอย่าง ที่ศอฉ.ควรจะทำแล้ว แล้วไม่กล้าทำ เพราะอาจจะเป็นคนรู้จักกัน เหตุการณ์ที่เกิดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีกลุ่มคนสองกลุ่ม ซึ่งเดาได้ว่า คนมีสี กลุ่มละ 200-300 คน เข้าไปยึดที่จอดรถสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ อยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน สนามบินก็เป็นที่พื้นที่สำคัญที่ถือเป็นพื้นที่มั่นคงแล้วเกิดขึ้นได้อย่างไร
“เสธ.อะไรก็ไม่รู้สองเสธ. เสเพล หรือเปล่าไม่รู้ น่าเกลียดมาก แล้วกองทัพทำอะไร แล้วเที่ยวไปห้ามใครเขาเดินขบวน ห้ามใครเขาผูกโบแล้วปล่อยให้ลูกน้องตัวมาเพ่นพล่านทะเลาะ ยึดส่วนหนึ่งของสนามบิน อย่างนี้ใช้ได้หรือไม่ แล้วจะมีศอฉ.ไว้ทำไม วันเวลาที่ผ่านไปสังคมไทยมันเน่าเฟะมากขึ้น มันมีสิ่งที่น่ารังเกียจเกิดขึ้น แล้วประชาชนก็ทนอยู่ได้ ผมมีอายุรู้สึกเศร้าที่เห็นสิ่งที่มันต่ำอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วผู้คนก็ต้องยอมทนกับสภาพอย่างนี้ ผมไม่เข้าใจจริงๆ ขอเรียนศอฉ.สักเรื่องทำเรื่องนี้หน่อย โดยเฉพาะท่านประวิตร มาดูหน่อย” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว
ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า โดยปกติในแนวทางสืบสวนสอบสวนเพื่อพิจารณาหาผู้กระทำความผิด โดยหลักคิดใครได้ประโยชน์จากการระเบิดก็เชื่อว่า คนนั้นเป็นผู้กระทำให้มีการระเบิดเกิดขึ้น ส่วนผู้ที่พอมีระเบิดแล้วถูกกล่าวหา ลองพิจารณาย้อนมีแต่เสียกับเสีย แล้วจะไปทำให้เกิดระเบิดทำไม ส่วนเรื่องของศอฉ. เองนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ถ้ามีการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้วทำให้เจ้าหน้าที่ลุแก่อำนาจ เอาอำนาจตัวเองแสวงประโยชน์ไปทำความทุกข์ให้เกิดกับประชาชนอย่างนี้มันเหมาะสมเหมาะควรแล้วหรือ คงถามตัวเองได้ว่าวินมอเตอร์ไซต์หน้าปากซอย ที่เคยทำมาหากินอย่างมีเสรี วันนี้มีบุคคลมีสีมีฝ่ายเข้าไปควบคุมหรือไม่ อย่างน้อยที่สุดในเขตพื้นที่รอบชานเมืองกทม.และจังหวัดใกล้เคียง เป็นเรื่องจริง ตกลงสมุทรปราการ เป็นพื้นที่ที่มีกองทัพสองฝ่ายมาประจันจะรบกันจริงหรือไม่ เป็นหน้าที่ของศอฉ.ทั้งสิ้น เพราะถ้ารักษาความสงบรักษาความสุขประชาชนไม่ได้ก็อย่าประกาศเลยพ.ร.ก. และยุบศอฉ.ไปเถอะ
เมื่อถามว่า การประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ในจังหวัดอื่นแต่ยังคงที่กทม. นายปลอดประสพ กล่าวว่า เคยให้สัมภาษณ์แล้วว่า คอยดูว่าเขาจะลากไปเรื่อยๆ เดี๋ยวจะอ้าง คริสต์มาส ปีใหม่ อ้างสงกรานต์ เป็นคำพูดเชิงอุปมาอุปไมย เพราะเชื่อว่ารัฐบาลพยายามจะยืดให้ยาวที่สุด แล้วพยายามที่จะสร้างภาพว่าได้ทำด้วยความเห็นชอบคือค่อยๆเลิกทีละ 2-3 จังหวัด ขอถามว่าที่ไม่เลิกที่กทม.แล้วไปเลิกที่อุดรธานีแปลว่าอะไร คนอุดรไม่ใช่คนไทยหรืออย่างไร หมายความว่า รัฐบาลพยายามบอกว่าที่ไม่เลิกเพราะยังมีเหตุ ยังจะปั่นป่วน กลัวจะเกิดเหตุร้ายประชาชนจะเดือดร้อน ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เมื่อไปยกเลิกที่อุดรธานี ขอนแก่น แล้ว ประชาชนขอนแก่นจะเดือดร้อนหรือไม่ แล้วทำไมไม่ใส่ใจทำไมมาใส่ใจเฉพาะกทม.
“ไม่มีอะไรค่อยๆเลิก เขาจะเลิกรอบๆก่อน เหลือกทม. ถ้าประกาศถึงอำเภอสุดท้าย คือที่ตั้งของศอฉ. นั่นคือสิ่งที่รัฐบาลทำ อยากเรียนนายกฯอภิสิทธิ์ว่าท่านทำอะไร คนเขาเข้าใจไม่ได้โง่ ท่านทำทั้งทีให้คนแซ่ซ่องสรรเสริญ ทำให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้มีเหตุมีผล ในขณะนี้เรากำลังพูดเรื่องปรองดอง สมานฉันท์ เคารพกฎหมายแล้วก็ไม่เลิก แล้วก็โยนให้คนนั้นคนนี้เสนอ วันนี้พรรคเพื่อไทยเสนอให้ยกเลิกให้หมด ก็ขอให้นายกฯให้ตรึกตรองให้ดีแล้ววันอังคารหน้าก็เลิกซะให้หมด อย่าไปเก็บเอาไว้เลย เป็นเสนียดเปล่าๆ” รองหน.พรรคเพื่อไทย กล่าว
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ยังไม่ยกเลิกพ.ร.ก.ทั้งหมด แล้วยังคงกทม.ไว้และมีการขยายเวลาไปเรื่อยๆ นั้นเกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใดที่รายได้ของประเทศยังพึ่งพาการท่องเที่ยวการบริการ ตราบใดที่ยังมีการประกาศพ.ร.ก. อยู่ในกทม. มีผลกระทบต่อรายได้ของประเทศเป็นอย่างยิ่ง แต่เราก็ไม่พยายามยกเลิกมัน เรื่องนี้ถูกกล่าวอ้างเสมอว่าการประกาศพ.ร.ก.เพื่อให้เกิดความมั่นคงของรัฐ แต่วันนี้จากพฤติกรรมที่เกิด เป็นการประกาศเพื่อความมั่นคงของรัฐบาลมากกว่า ไม่ได้มองเห็นประโยชน์สุขของประชาชนเป็นที่ตั้ง
นายปลอดประสพ กล่าวเสริมว่า นักท่องเที่ยวต่างประเทศเวลามาเที่ยวต้องทำอินชัวรันส์ (ประกัน) ถ้ามาให้พื้นที่ที่มีความเสี่ยง โดยรัฐบาลบอกเองด้วยการประกาศ พ.ร.ก. ค่าอินชัวรันส์ก็แพงขึ้น เป็นความเสียหายทางเศรษฐกิจ



