ข่าว

ธปท.กำชับแบงก์ช่วยดูเก็งกำไรบาทจับตาบัญชีผู้อยู่นอกประเทศ-ส.อ.ท.ยื่น7ข้อเสนอ

ธปท.กำชับแบงก์ช่วยดูเก็งกำไรบาทจับตาบัญชีผู้อยู่นอกประเทศ-ส.อ.ท.ยื่น7ข้อเสนอ

02 ต.ค. 2553

ธปท.จี้แบงก์ดูแลบัญชีผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ หากพบเก็งกำไรค่าเงินให้รายงานด่วน ส.อ.ท.เล็งถกภาครัฐแก้ปัญหาบาทแข็ง พร้อมยื่น 7 ข้อเสนอ บรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการส่งออก ขอรัฐปล่อยกู้เอสเอ็มอี ผ่อนเกณฑ์จ่ายค่าระวางเรือ

 รายงานข่าวระบุว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยนายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ได้ลงนามในหนังสือเวียนที่ส่งไปยังธนาคารพาณิชย์และบริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่ง เพื่อซักซ้อมความเข้าใจการปฏิบัติตามมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท โดยขอสถาบันการเงินดูแลการทำธุรกรรมของผู้มีถิ่นที่อยู่อาศัยนอกประเทศ(non-resident หรือ NR) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติตามหนังสือเวียนที่ ธปท.ฝกซ.(02) ว.371/2551 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2551 นอกจากนี้ ธปท.ยังได้ขอความร่วมมือให้สถาบันการเงินช่วยสอดส่องดูแลพฤติกรรมของผู้มีถิ่นที่อยู่อาศัยนอกประเทศที่มีลักษณะเข้าข่ายการเก็งกำไรค่าเงินบาท และรายงานให้ ธปท.ทราบโดยทันที

 ทั้งนี้ ค่าเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปิดตลาดที่ 30.45-30.47 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเม็ดเงินที่ไหลเข้ามายังคงเป็นการลงทุนในตลาดตราสารหนี้เป็นหลัก

 นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.มีแผนจะไปหารือกับ 3 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธปท. กระทรวงการคลัง และกระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกมากขึ้น พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอแนวทางแก้ปัญหาและบรรเทาผลกระทบของผู้ส่งออก 7 ข้อ ซึ่งขณะนี้ผู้ส่งออกรายใหญ่ยังรับมือเงินบาทแข็งได้ แต่ผู้ส่งออกเอสเอ็มอีเริ่มมีปัญหาขาดทุน แต่ก็ต้องขายสินค้าเพื่อรักษาตลาดและรักษาสภาพคล่องธุรกิจไว้ หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออาจต้องลดขนาดธุรกิจลง

 สำหรับข้อเสนอ 7 ข้อที่จะยื่นต่อภาครัฐ ประกอบด้วย 1.ให้รัฐบาลสนับสนุนสภาพคล่องแก่เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบ ผ่านกองทุนวงเงิน 5,000 ล้านบาท ปล่อยกู้ผ่อนปรนแก่เอสเอ็มอี 2.ให้ ธปท.และกระทรวงการคลังหามาตรการลดการไหลเข้าของเงินทุนต่างประเทศ 3.ให้ ธปท.ลดการวิจารณ์อัตราแลกเปลี่ยนว่าไม่กระทบต่อการส่งออก 4.ให้กระทรวงการคลังเร่งหาแนวทางให้ผู้ส่งออกชำระค่าสินค้าเป็นเงินต่างประเทศได้ 5.ให้กรมศุลกากรลดค่าใบขนสินค้าจาก 200 บาท และลดค่าล่วงเวลาชั่วคราว 3-6 เดือน 6.ให้ ธปท.และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ 1.75% และ 7.ให้ผู้ส่งออกชำระค่าระวางเรือเป็นเงินต่างประเทศได้

 ด้านนายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า หากพิจารณารายละเอียดการส่งออกจะพบว่า การส่งออกช่วง 8 เดือนแรกมีมูลค่า 125,083 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 32.6% โดยในรูปเงินบาทมีมูลค่า 4.04 ล้านล้านบาท ขยายตัวเพียง 24.3% ชี้ให้เห็นว่ารายได้ในรูปเงินบาทขยายตัวน้อยกว่า และเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลให้รายได้การส่งออกหายไป 98,527 ล้านบาท