ข่าว

นักวิทย์แดนปลาดิบสร้างหุ่นยนต์สระผมมนุษย์

นักวิทย์แดนปลาดิบสร้างหุ่นยนต์สระผมมนุษย์

02 ต.ค. 2553

ประเทศญี่ปุ่นดินแดนที่มีการพัฒนา สร้างและใช้งานหุ่นยนต์แพร่หลายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยมีแรงผลักดันส่วนหนึ่งคือการให้ความช่วยเหลือคนพิการและผู้สูงอายุในสังคมแดนซามูไรที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ผลการศึกษาสภาพสังคมของญี่ปุ่นพบว่าหากอัตราการเกิดของประชากรญี่ปุ

 ทำให้มีการผลิตหุ่นยนต์ออกมาในหลากหลายรูปแบบ บางรุ่นสามารถวิ่งได้ราวกับมนุษย์จริงแล้ว และเมื่อเร็วๆนี้บริษัทพานาโซนิค คอร์ปผู้ผลิต เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของญี่ปุ่นได้เปิดตัวหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการสระผมบนศรีษะมนุษย์ออกมา โดยหุ่นดังกล่าวมีเพียงแขนสองแขน ที่แต่ละข้างมีนิ้ว 8 นิ้วและข้อต่อที่สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว โฆษกของพานาโซนิกเปิดเผยว่าเป้าหมายในการผลิตหุ่นยนต์สระผมตัวต้นแบบออกมาเพื่อเป็นการสนองตอบต่อความต้องการแรงงานในการรักษาความสะอาดผู้ป่วยและผู้สูงอายุในโรงพยาบาลรวมทั้งสถานดูแลผู้สูงอายุ

 แนวคิดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาแรงงานขาดแคลนในญี่ปุ่นที่นับวันจะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น จนทำให้ชาวซามูไรต้องพึ่งพาจักรกลในชีวิตประจำวันมากขึ้น อย่างไรก็ตามหุ่นยนต์ตัวนี้ยังไม่สามารถเทแชมพู หรือ ทำงานอื่นๆที่มนุษย์ทำได้ เพราะหุ่นยนต์ไม่ใช่สิ่งที่มีชีวิต ไม่มีเลือดเนื้อและวิญญาณจึงมีขีดจำกัดในการทำงานเฉพาะอย่างตามที่มนุษย์ตั้งโปรแกรมมันไว้

 หุ่นยนต์ มาจากคำว่า โรบอท (Robot ) หรือ โรโบต้า (Robota) ในภาษาเชค ที่แปลว่า ทาส หรือผู้ใช้แรงงาน มีการใช้คำจำกัดความดังกล่าวเป็นครั้งแรกในปี 2464 โดยนายการ์เรล แคปเปก นักประพันธ์ชาวเชค ที่ประพันธ์ละครเวทีเรื่องรอสซัม ยูนิเวอร์แซล โรบอท ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับมนุษย์ที่ต้องการทาสรับใช้จึงสร้างหุ่นกลขึ้นมาช่วยเหลือในการทำงาน ซึ่งในเวลาต่อมาหุ่นกลนั้นมีความฉลาดมากขึ้น เรียนรู้วิธีต่อต้านแข็งขืนการกดขี่ของมนุษย์ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างคนกับเครื่องจักรในที่สุด

 อันที่จริงสังคมญี่ปุ่นมีการใช้หุ่นยนต์มานานแล้ว อย่างเช่น หุ่นคารา คูริ ที่มีประวัติการสร้างขึ้นในช่วงปี 2158-2408 ซึ่งสามารถเสิร์ฟน้ำชาได้โดยอัตโนมัติ เพียงเจ้าของบ้านวางถ้วยน้ำชาลงบนแขน คารา คูริ ก็จะเคลื่อนไหวไปตรงหน้าแขก และเมื่อแขกหยิบถ้วยน้ำชา หุ่นตัวนี้ก็จะเคลื่อนกลับไปหาเจ้าของโดยอัตโนมัติเช่นกัน เป็นการสะท้อนภูมิปัญญาแห่งชาวญี่ปุ่นที่เปล่งประกายตั้งแต่โบราณกาลมาแล้ว