
ซื้อขาย SET50 Index Futuresต้องใช้เงินเท่าไหร่
ในการซื้อขาย SET50 Index Futures จำนวน 1 สัญญานั้น ผู้ลงทุนจะต้องวางเงินประกันขั้นต้น หรือที่เรียกว่า Initial Margin (IM) ไว้กับโบรกเกอร์อนุพันธ์ตามอัตราที่กำหนด แต่หากมีการซื้อและขาย SET50 Index Futures มากกว่า 1 สัญญาพร้อมกัน เช่น 2 สัญญา
โดยที่แต่ละสัญญามีวันหมดอายุที่แตกต่างกัน หรือต่าง series กัน จะทำให้จำนวนเงินมาร์จิ้นที่ต้องวางลดลง เมื่อเทียบกับการซื้อหรือขาย SET50 Index Futures ที่เป็น series เดียวกัน ด้านใดด้านหนึ่ง พร้อมกันทั้ง 2 สัญญา
สำหรับเงินประกันขั้นต้นที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากผู้ลงทุนนี้ อ้างอิงจากอัตราหลักประกันสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่สำนักหักบัญชี (TCH) เรียกเก็บจากโบรกเกอร์ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ www.thaiclearing.com) ซึ่งปัจจุบัน ชมรมผู้ประกอบธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือ FI Club ได้กำหนดจำนวนเงินประกันขั้นต้นที่เรียกเก็บจากผู้ลงทุนสูงกว่าอัตราที่สำนักหักบัญชีประกาศไว้ โดยอยู่ที่ 1.9 เท่าของอัตราเงินประกันดังกล่าว ขณะที่จำนวนเงินประกันรักษาสภาพ หรือ Maintenance Margin (MM) ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บจากผู้ลงทุนทั่วไปอยู่ที่ 1.33 เท่า
ตัวอย่างเช่น สำนักหักบัญชีกำหนดอัตราเงินประกันสำหรับการซื้อขาย SET50 Index Futures จำนวน 1 สัญญาเท่ากับ 24,000 บาท โบรกเกอร์จะเรียกเก็บ IM จากผู้ลงทุนเป็นจำนวนเงิน 24,000 x 1.9 = 45,600 บาท ขณะที่ระดับของ MM จะอยู่ที่ 24,000 x 1.33 = 31,920 บาท
อัตราเงินประกันที่สำนักหักบัญชีกำหนดข้างต้นนี้ อาจเปลี่ยนแปลงไปได้ตามความผันผวนของราคา SET50 Index Futures ซึ่งสำนักหักบัญชีจะมีการทบทวนอัตราเงินประกันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อความผันผวนของระดับราคาฟิวเจอร์สสูงขึ้นมาก สำนักหักบัญชีอาจประกาศเพิ่มอัตราเงินประกัน หรือหากความผันผวนของระดับราคาฟิวเจอร์สลดลง สำนักหักบัญชีก็อาจพิจารณาลดอัตราเงินประกันให้เหมาะสมตามสภาวการณ์ ทั้งนี้ เมื่อสำนักหักบัญชีประกาศเปลี่ยนแปลงอัตราเงินประกัน โบรกเกอร์ก็อาจพิจารณาทบทวนอัตราเงินประกันที่เรียกเก็บจากผู้ลงทุนด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี การมีสถานะซื้อหรือสถานะขายฟิวเจอร์สในบางลักษณะมีผลต่อจำนวนเงินประกันที่โบรกเกอร์จะเรียกเก็บ เช่น การซื้อขาย SET50 Index Futures แบบ Calendar Spread จะทำให้จำนวนเงินประกันลดลงได้ เนื่องจากมีสถานะซื้อ (Long) และสถานะขาย (Short) SET50 Index Futures ต่าง series พร้อมๆ กัน เช่น หากผู้ลงทุนคาดการณ์ว่า ตลาดจะปรับตัวลงในเดือนกันยายน และจะปรับตัวขึ้นในเดือนธันวาคม จึงตัดสินใจขาย SET50 Index Futures ที่ครบอายุในเดือนกันยายน และซื้อ SET50 Index Futures ที่ครบอายุในเดือนธันวาคม ซึ่งการที่ผู้ลงทุนมีสถานะทั้งซื้อและขาย จะทำให้จำนวนเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันลดต่ำลงมาก เนื่องจากมีความเสี่ยงน้อยกว่าการมีสถานะซื้อหรือสถานะขายเพียงด้านเดียว
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย



