
เกาหลีเหนือวางฐานให้"คิม จอง-อึน"คุมกองทัพ
เกาหลีเหนือวางรากฐานให้นายคิม จอง-อึน มีอำนาจในกองทัพ แทนที่จะพึ่งพรรคกรรมกรเหมือนในอดีต
(1ต.ค.) เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลเกาหลีใต้ ได้แสดงความเห็นเรื่องการก้าวขึ้นสู่อำนาจของนายคิมจอง-อึน บุตรชายคนเล็กของนายคิม จอง-อิล ผู้นำเกาหลีเหนือว่า แต่งต่างจากเส้นทางของบิดาอย่างสิ้นเชิง อันเป็นการสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงขั้นตอนการสืบทอดอำนาจ ที่ให้เขาไปเริ่มต้นสร้างฐานอำนาจในกองทัพ แทนที่จะเป็นในพรรคกรรมกรเหมือนสมัยของบิดา
ตอนที่นายคิม จอง-อิล ได้รับการอบรมเพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำ ในทศวรรษที่ 1960-1970 พรรคกรรมกร คือ ศูนย์กลางของอำนาจ ซึ่งก็เหมือนกับประเทศระบอบสังคมนิยมทั่วไป ส่วนนโยบาย " ซงกอน " หรือ " กองทัพมาก่อน " นั้น เป็นแนวคิดที่เขานำมาใช้ในความพยายามนำพาประเทศ ในช่วงที่เกิดวิกฤติขาดแคลนอาหารในยุค 90 ที่ทำให้ประชาชนล้มตายไปกว่า1 ล้านคน ทำให้กองทัพเข้ามามีบทบาทเป็นศูนย์กลางอำนาจแทน
นายคิม จอง-อิล ก้าวขึ้นสู่อำนาจ หลังเข้าร่วมกับพรรคแรงงาน เมื่อปี 2507 และเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกลาง เมื่อปี 2515 และก้าวกระโดดไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้รับการยืนยันให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดา ในปี 2517 แต่เขาเข้าสู่เวทีการเมืองจริงจัง เมื่อปี 2522 หลังจากดำรงตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมาธิการถาวรและคณะกรรมธิการกลางทหาร และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสุดแห่งกองทัพเกาหลีเหนือ เมื่อปี 2534 แต่นายจอง อึนบุตรชายของเขา กำลังได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายพล 4 ดาว และดำรงตำแหน่งสูงสุด
เป็นอันดับที่ 2 ในกองทัพ หลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรองประธานคณะกรรมธิการกลางทหารแต่นายจอง อึน ไม่เคยแม้แต่จะมีตำแหน่งระดับล่างในโพลิตบูโร แต่ได้รับเลือกให้เป็น 1 ใน 124 คน ที่ได้เข้าไปเป็นสมาชิกคณะกรรมาธิการกลาง
เจ้าหน้าที่กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ ให้ความเห็นว่า นายคิม จอง-อิล สืบทอดอำนาจต่อจากบิดาด้วยการเขียนรายงานเรื่อง " จูเช " อันเป็นแนวคิดพึ่งพาตนเองของอดีตประธานาธิบดี คิม อิลซุง บิดาของเขา ส่วนนายจอง อึน อาจจะเขียนเรื่องแนวคิด " ซงกอน " ของบิดาเช่นกัน อันเป็นการปูทางไปสู่การเข้าควบคุมกองทัพของนายจอง อึน ซึ่งแหล่งข่าวที่รู้เรื่องภายในของเกาหลีเหนือ ให้ความเห็นว่า ถ้านายคิม จอง-อิล เกิดถึงแก่อสัญกรรมขึ้นมากระทันหัน นายจอง-อึน อาจสามารถเข้าคุมกองทัพโดยผ่านทางคณะกรรมาธิการกลางทหารได้โดยอัตโนมัติ



