ข่าว

นศ.สาวเวียดนามถูกแท็กซี่ทุบชิงทรัพย์

นศ.สาวเวียดนามถูกแท็กซี่ทุบชิงทรัพย์

01 ต.ค. 2553

นักศึกษาสาวชาวเวียดนาม เคราะห์ร้ายถูกโชเฟอร์แท็กซี่อดีตทหารบีบคอก่อนใช้สายวิทยุสื่อสารมัด จับยัดท้ายรถ เตรียมหนีโชคดีท้ายรถเปิด เหยื่อดิ้นหลุดร่วงลงพื้นเจ็บ พลเมืองดีเห็นเข้าช่วยขับปาดหน้าไม่ให้หนีรวบตัวได้ อ้างหวังแค่ชิงทรัพย์ อาจารย์รุดเยี่ยมประณามเป็น

เมื่อเวลา 19.40 น. วันที่ 30 กันยายน ร.ต.อ.ธิติพงศ์ วงษ์หนูพะเนาว์ พนักงานสอบสวน สน.จรเข้น้อย รับแจ้งจาก ด.ต.ไตรสิทธิ์ ไหมละเอียด ตำรวจสายตรวจว่า ได้ควบคุมตัวคนขับรถแท็กซี่โตโยต้า สีแดง ทะเบียน ทร 8453 กรุงเทพมหานคร ไว้ในซอยลาดกระบัง 15 เนื่องจากทำร้ายร่างกายผู้หญิงซึ่งเป็นผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งโรงพยาบาลลาดกระบัง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบที่โรงพยาบาล ขณะเดียวกันได้จัดกำลังส่วนหนึ่งไปควบคุมผู้ต้องหามาสอบสวน

 ผู้บาดเจ็บทราบชื่อต่อมาคือ น.ส.เหงียน งิวเย็น อายุ 21 ปี ชาวเวียดนาม เป็นนักศึกษาโครงการแลกเปลี่ยนของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม สภาพบอบช้ำ ศีรษะแตก ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำหลายแห่ง ที่ลำคอมีรอยผื่นแดง ที่ข้อศอกเป็นแผลถลอก

 เบื้องต้น น.ส.เหงียน งิวเย็น ให้การว่า เดินทางมาจาก จ.มหาสารคาม เพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศเวียดนามในวันที่ 1 ตุลาคม โดยเรียกรถแท็กซี่จากสถานีขนส่งหมอชิตให้มาส่งที่โรงแรมคอนเวเนียน ซึ่งอยู่ในซอยลาดกระบัง 54  ระหว่างรถกำลังเข้าไปในซอย คนขับรถได้จอดรถแล้วลงมือทำร้าย และบีบคอ ก่อนใช้สายวิทยุสื่อสารภายในรถมัดมือลากตนออกมาจากรถแล้วอุ้มใส่ในกระโปรงท้ายรถ

 "เมื่อรถแท็กซี่ขับออกไปเรื่อยๆ ทำให้ฝากระโปรงเปิดออก รถชะลอตัว ฉันจึงร้องให้คนช่วย แต่โชเฟอร์พยายามขับหนี จังหวะนั้นฉันตกลงจากรถก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ" น.ส.เหงียน งิวเย็น กล่าว

 ร.ต.อ.ธิติพงศ์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตำรวจได้จับกุมคนร้ายได้ที่ภายในซอยลาดกระบัง 15 ซึ่งอยู่ภายในซอยสำนักงานเขตลาดกระบัง ถนนลาดกระบัง แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ทราบชื่อคือ จ.ส.อ.สุวัฒน์ สุขใจ อยู่บ้านเลขที่ 104 หมู่ 5 ต.เด่นชัย จ.แพร่

 พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม ผกก.สน.จรเข้น้อย กล่าวว่า คนร้ายรายนี้เคยเป็นทหารรับราชการอยู่ที่ จ.แพร่ ก่อนถูกให้ออกจากราชการและมาขับขี่รถแท็กซี่ได้ประมาณ 2 ปี คนร้ายให้การรับสารภาพว่า ลงมือเนื่องจากประสงค์ต่อทรัพย์ แต่ด้วยความไม่ชำนาญเส้นทางจึงขับรถเข้าไปในซอยตัน และเป็นโชคดีของเหยื่อที่ท้ายกระโปรงรถเปิดขึ้นมาทำให้เหยื่อหนีออกมาได้ โดยคนร้ายอ้างว่าต้องการเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยอยู่

 จากการตรวจค้นภายในรถแท็กซี่ของผู้ต้องหา พบทรัพย์สินของเหยื่อผู้บาดเจ็บเป็นกระเป๋าสตางค์ ภายในมีเงินสด 13,940 บาท พร้อมเงินสกุลเวียดนามอีกจำนวนหนึ่ง และอาวุธมีดอยู่ภายในรถ

 เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้ายต่อเจ้าทรัพย์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 20 ปี นอกจากนี้จะดูว่าคนร้ายกระทำความผิดในข้อหาใดอีกก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป ทั้งนี้ถือว่าเป็นการเสียภาพลักษณ์ของประเทศในด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 ด้าน นายปัญญา โพธิ์ภากรณ์ อายุ 36 ปี ซึ่งมีอาชีพขับรถแท็กซี่ และเป็นอาสาสมัครของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ให้การว่า ขณะขับรถเห็นผู้เสียหายตกลงมาจากท้ายรถแท็กซี่ในสภาพถูกมัดมือ จึงขับรถปาดหน้ารถคนร้าย จากนั้นได้วิทยุติดต่อกับสมาชิกให้มาช่วยเหลือ และนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล

 "คาดว่าผู้บาดเจ็บออกมาจากรถได้ เพราะใช้วิธีการดิ้นทำให้มือที่ถูกมัดเกิดหลวม และคลำเจอสายกระโปรงท้ายรถ ถ้าหากมีการดึงอย่างแรงทำให้สามารถหลุดเปิดออกมาได้" นายปัญญากล่าว

  ต่อมาเวลา 23.00น.ผศ.ทองดี ชีวพฤกษ์ เลขาธิการสำนักงานแลกเปลี่ยนนักศึกษานานาชาติ เพื่อการฝึกงานด้านเทคนิค มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ เดินทางมาที่สน.เพื่อเข้าพบพ.ต.อ.อัศวยุทธ แล้วให้สัมภาษณ์ว่า  รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้่นกับนักศึกษาในโครงการแลกเปลี่ยนดังกล่าว เป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงของประเทศไทยอย่างมาก เนื่องจากนักศึกษาเป็นชาวต่างชาติ หากเสียชีวิตไม่รู้ใครจะรับผิดชอบ และสงสารนักศึกษาที่ตกเป็นเหยื่อ

 ผศ.ทองดี กล่าวอีกว่า ก่อนเดินทางมาสน. ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนส.เหงียน โดยนักศึกษาคนดังกล่าวเล่าให้ฟังว่า "ถูกโชเฟอร์แท็กซี่บีบคออย่างแรงแทบหายใจไม่ออก ตอนนั้นหมดสติไป รู้สึกตัวอีกทีก็รู้ว่าอยู่ท้ายกระโปรงรถยนต์แล้ว หลังจากฟื้นขึ้นมาจึงได้สวดมนต์ภาวนาขอให้วิญญาณตากับยายที่อยู่ประเทศเวียดนามให้ช่วยตนได้กลับประเทศ ขออย่าได้เป็นอะไร

 "ขณะนั้นฉันสังเกตเห็นมีแสงเล็ดลอดเข้ามาในกระโปรงรถ จู่ ๆ ฝากระโปรงรถก็เปิดขึ้นมา ก่อนจะตัดสินใจทิ้งตัวลงจากรถเพื่อให้ตัวเองรอดตาย ซึ่งก็ได้รับบาดเจ็บตามร่างกาย เป็นรอยช้ำ ศรีษะแตก และก็ไม่อยากให้เกิดเหตุาการณ์เช่นนี้อีก"นส.เหงียน กล่าว