ข่าว

 ขาดคน...ขาดเครื่องมือตายได้แค่4แสน"มือกู้บึ้ม"

ขาดคน...ขาดเครื่องมือตายได้แค่4แสน"มือกู้บึ้ม"

01 ต.ค. 2553

เพียงแค่เดือนเดียว...มีเหตุระเบิดป่วนกรุงนับสิบครั้ง สร้างความหวาดหวั่นและไม่มั่นใจในชีวิตของผู้คนในเมืองหลวงเป็นอย่างมาก ล่าสุด กลางวันแสกๆ ของวันที่ 30 กันยายน พบลูกระเบิดเอ็ม 67 โผล่กลางเมืองในสภาพพร้อมใช้งาน ถูกห่อหุ้มด้วยถุงผ้าวางอยู่ในป่าหญ้า ซอยสห

ปัญหาระเบิดป่วนเมืองที่เกิดขึ้นถี่และบ่อยยุคนี้ จะเป็นการท้าทายขั้วอำนาจของกองทัพ วงการตำรวจ หรือการผันแปรทางการเมือง ตลอดจนเงื่อนไขใดๆ ก็ตาม ใครจะมาสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนได้ ท่ามกลางวิกฤติของทีมกู้ระเบิดที่ต้องทำงานกันมือเป็นระวิง ซึ่งขาดแคลนทั้งคนและอุปกรณ์ ทำงานอยู่บนเส้นด้ายของความเสี่ยงเฉกเช่นทุกวันนั้น

 ขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. ออกมายอมรับว่า ปัญหาการลอบวางระเบิดตามสถานที่ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่อยนี้ เป็นฝีมือของกลุ่มที่ไม่หวังดี ต้องการสร้างสถานการณ์ในรูปแบบต่างๆ เพื่อหวังผลสิ่งหนึ่งสิ่งใดนั้น ได้มีการวางมาตรการป้องกันกลุ่มป่วนเมืองเหล่านี้ไว้แล้ว แต่ยังติดขัดที่เจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดยังมีน้อยเกินไป

 แล้วอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ตำรวจเก็บกู้ระเบิดในเมืองไทยมีน้อยจนถึงขั้นขัดสนนี้  "คม ชัด ลึก" สืบเสาะจนพบต้นตอของปัญหาเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดมีน้อย... ผู้ที่จะมาทำหน้าที่เก็บกู้ระเบิดต้องผ่านการอบรมสูตร "อีโอดี" หรือหลักสูตรการเก็บกู้วัตถุระเบิด ก่อนที่จะมาทำการเก็บกู้ระเบิด ที่ทั้งเสี่ยง เหนื่อย และเงินน้อย นั่นเอง

 แหล่งข่าวในหน่วยงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เปิดใจถึงประเด็นนี้ว่า ทุกวันนี้หน่วยงานด้านการเก็บกู้ระเบิดของตำรวจมีอัตราอนุญาตให้คนมาประจำการ 95 นาย แต่ปัจุจบันมีแค่ 45 นาย ยังเหลือว่าง 50 นาย ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้าราชการตำรวจไม่อยากมาอยู่ในหน่วยนี้ เพราะเสี่ยงต่อชีวิต เวลาออกไปปฏิบัติหน้าที่ต้องไปก่อน แต่กลับทีหลัง เมื่อความเสี่ยงภัยเสี่ยงต่อชีวิตกับรายได้ไม่คุ้มกัน จึงทำให้ไม่มีใครอยากมาอยู่ที่หน่วยนี้ ส่วนตำรวจที่ยังเหลือ ก็ต้องมีใจรักและสมัครใจมาอยู่จริงๆ

 "หากเปรียบเทียบกับตำรวจหน่วยงานอื่นๆ ก็จะมีเงินเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยง เงินประจำตำแหน่ง ซึ่งเหมือนๆ กับหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเอง แต่จะได้ค่าเสี่ยงภัยเพิ่มเติมเข้ามาแต่ไม่มากมายนัก สำหรับค่าเสี่ยงภัยของหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดนั้น ชั้นประทวนได้รับ 7,500 บาทต่อเดือน นายตำรวจสัญญาบัตร 1 หมื่นบาทต่อเดือน ขณะที่ตำรวจที่อยู่หน่วยงานอื่นไม่เกี่ยวข้องเก็บกู้ระเบิด ก็จะมีรายได้ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่นัก และหากกู้ระเบิดพลาดจนเสียชีวิต จะได้เงินประกันชีวิตแค่ 4 แสนบาท เพราะฉะนั้นจึงไม่มีใครอยากอยู่หน่วยเก็บกู้ระเบิด" แหล่งข่าวชุดเก็บกู้ระเบิด

 แต่ประเด็นสำคัญที่สุด...กว่า 10 ปีที่ผ่านมา ผู้บังคับบัญชาระดับสูงแทบไม่เคยเหลียวแลหน่วยเก็บกู้ระเบิดเลย ตั้งแต่มีการปรับปรุงโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งคำว่า "แทบไม่เคยเหลียวแล" นั่นหมายถึง นอกจากหน่วยงานจะขาดบุคลากรแล้ว ยังขาดอุปกรณ์และเครื่องมือในการเก็บกู้วัตถุระเบิดด้วย เช่น ชุดนิรภัย เครื่องเอกซเรย์วัตถุระเบิด เครื่องยิงทำลายวัตถุระเบิด เครื่องตรวจหาสารระเบิด และยานพาหนะในการออกปฏิบัติงานมานานหลายปีแล้ว

 ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานทหารที่ผ่านหลักสูตรเก็บกู้วัตถุระเบิด 32 นาย เตรียมย้ายโอนมาอยู่สังกัดของสำนักงานตำรวจชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่าทหารชุดดังกล่าว ผ่านหลักสูตรการเก็บกู้วัตถุระเบิดมาแล้ว แต่หน่วยงานทหารไม่มีตำแหน่งว่าง(เต็มอัตรา) และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่ทหารที่เตรียมจะมาร่วมงานกับหน่วยงานตำรวจเพื่อเก็บกู้ระเบิดป่วนเมืองยุคนี้ ถึงการเก็บกู้ระเบิดในหน่วยงานทหารได้รับคำตอบว่า คนที่ทำหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดของหน่วยทหารทำงานไม่เหนื่อย จะเก็บกู้และทำลายในหน่วยงานของเขา ไม่ออกนอกพื้นที่ นอกจากจะถูกร้องขอมา แต่ทว่าตำรวจเก็บกู้ระเบิดต้องออกปฏิบัติภารกิจทุกวัน จึงอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ตำรวจไม่มีใครอยากมาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยนี้

 "หากเครื่องไม้เครืองมือพอ เรายอมรับได้สำหรับการทำงานเหนื่อย แต่ขาดแคลนอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือทำให้เราทำงานกันลำบาก หากเกิดเหตุขึ้นมา ถ้ากำลังพลพอเครื่องมือครบแค่เจ้าหน้าที่ 2 นายก็สามารถเก็บกู้ระเบิดได้ และถ้าเกิดเหตุระเบิดที่รุนแรงสามารถเรียกกำลังสนับสนุนได้ แต่ทุกวันนี้หากพบระเบิดในเวลาใกล้เคียงกัน จะต้องรอเครื่องมือจากอีกทีมหนึ่งทำให้เกิดความล่าช้าได้" แหล่งข่าวรายเดิม ทิ้งท้าย