
วิกฤติฟองสบู่ในการลงทุนอสังหาฯของสังคมนิยมตัวพ่อ
ผมได้พยายามเพื่อเตือนสติผู้อ่านให้รับรู้ถึงปัญหา ฟองสบู่ ในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังฟูขึ้น อันเกิดจากการปั่นราคาและเก็งกำไรระยะสั้นในประเทศ สังคมนิยมตัวพ่อ คือ จีน ที่ในปัจจุบันมีตัวเลขวงเงินกู้รวมกันสูงกว่า 8.71 ล้านล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วน 1
แม้รัฐบาลกลางของ “จีน” จะไม่ได้กำหนดนโยบายตั้งเป้าให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ลดต่ำลงไปที่ระดับใด แต่เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางก็ได้ร้องขอให้ธนาคารต่างๆ ทำการทดสอบที่เรียกว่า Stress-Test โดยกำหนดโจทย์ชัดเจนว่า ให้ทดสอบสถานะทางการเงินของธนาคารว่าจะเกิดผลกระทบมากน้อยเพียงใด ถ้าราคาอสังหาริมทรัพย์ลดต่ำลง 50% จากราคาปัจจุบัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นยังไม่ได้มีการสั่งการใดๆ ว่าธนาคารที่ไม่ผ่าน Stress-Test นี้ จะต้องดำเนินการเปลี่ยนแปลงนโยบายสินเชื่อหรือนโยบายสนับสนุนเงินลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่อย่างไร
คาดว่าทางการ “จีน” คงต้องการประเมินผลกระทบในภาพรวมก่อนว่ามีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่จะกำหนดนโยบายชัดเจนในการแทรกแซงว่าจะเข้มงวดมากหรือน้อยเพียงใด แล้วจึงค่อยไปกำหนดนโยบายที่จำเป็นสำหรับระบบธนาคารเพิ่มเติม เรียกได้ว่าเป็นการตัดสินใจตามอำเภอใจของรัฐบาลกลางของ “จีน” เป็นกรณีศึกษาที่น่าเรียนรู้ แต่คงลอกเลียนได้ยาก เพราะ “จีน” ไม่ว่าจะมีโครงสร้างเศรษฐกิจในระบบใด ก็ยังคงเป็น “สังคมนิยมตัวพ่อ” วันยังค่ำ ที่การควบคุมปัจจัยเสี่ยงในตลาดต่างๆ สามารถทำได้จากการสั่งการของรัฐบาลกลางแบบการวางหมากบนกระดานหมากรุก แต่ในโลก “เสรีนิยม” การแทรกแซงราคาในตลาดยังคงเป็นไปได้ยากและกระทำได้ในวงจำกัด
อีกทั้งในแนวคิด “เสรีนิยม” ในระบบ “ทุนนิยม” ที่สมบูรณ์แบบเชิงอุดมคติ ก็เชื่อกันว่า ต้องปล่อยให้ตลาดปรับราคาด้วยกลไกของตลาดเอง การแทรกแซงโดยรัฐเป็นสิ่งควรหลีกเลี่ยงจนนาทีสุดท้าย
ความจริงวันนี้ของ “สังคมนิยมตัวพ่อ” อย่าง “จีน” น่าสนใจติดตามดูการแก้ไขสถานการณ์เป็นอย่างยิ่ง หลายประเทศที่ล้มลงจากวิกฤติ “ฟองสบู่” คล้ายกับ “จีน” แต่ทำอย่าง “จีน” ไม่ได้ เพราะไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ในทันทีทันใด โดยต้องรอให้กลไกตลาดปรับราคากันเอง ก็เป็นผลให้ปรับราคาอสังหาริมทรัพย์กันแบบ “หัวทิ่มหัวตำ” ตั้งตัวกันไม่ทันสักฝ่าย ส่งผลให้ระบบธนาคารที่เกิด NPL หรือ “หนี้เน่า” ทำให้หมดสภาพคล่อง คราวนี้ “จีน” ไม่ได้แค่พยายามลดความรุนแรงของการขยายตัวแบบ “ฟองสบู่” ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังได้เดินหน้าประเมินความสูญเสีย เพื่อกำหนดมาตรการในการจัดการความเสี่ยงให้แก่ระบบธนาคารเอาไว้ด้วย
มีความพยายามของรัฐบาลกลาง “จีน” ที่จะควบคุมมิให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ตกอยู่ในสภาพ “ฟองสบู่” ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงจนเกินจริง โดยที่รัฐบาลกลางได้ก้าวเข้ามาแทรกแซงกลไกของตลาดด้วยการควบคุมราคาอสังหาริมทรัพย์ผ่านนโยบายกดดันให้บรรดาบริษัทอสังหาริมทรัพย์ลดราคาและเพิ่มยอดขายให้ได้ โดยที่รัฐบาลกลางไม่ได้เปิดเผยว่าตั้งเป้าราคาอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมที่เท่าใด แต่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการให้ธุรกิจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์กลับเข้าสู่ความสมดุลทั้งอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งมีการซื้อและขายในราคาตลาดที่ควรจะเป็น และยังมีสัญญาณที่ส่งออกมาเป็นระยะจากรัฐบาลกลางของ “จีน” ว่าถ้าการแก้ไขตรงนี้ไม่ได้ผล อาจจะมีการใช้ยาที่แรงเพิ่มขึ้นด้วยมาตรการเพิ่มภาษีอสังหาริมทรัพย์ตามมาอีก
สำหรับผมแล้วในการค้นหาความเป็นจริงวันนี้ให้พบได้นั้น จำเป็นต้องหยุดตัดสินว่าสิ่งใดถูกผิด (เพราะในโลกของความเป็นจริงไม่มีอะไรถูกหรือผิดครับ) เดินตามความเป็นจริงละทิ้งความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน (และความไม่ใช่ตน) สู่การเจริญ “สติ” จึงจะเริ่ม “เรียนรู้” ที่จะ “ยอมรับ” ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นกับ “สังคมนิยมตัวพ่อ” ในวันนี้ครับ
ภัทรพล เวทยสุภรณ์



