
ตร.ไทย-เขมรเปิดศูนย์อาชญากรรมข้ามชาติที่สระแก้ว
เปิดศูนย์อาชญากรรมข้ามชาติ จนท.เขมรร่วมคึกคัก หวังร่วมปราบปรามคนร้ายหลบหนีข้ามประเทศ
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 30 ก.ย. พล.ต.ต.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ ชั้น 2 สถานีตำรวจภูธรคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว โดยมี หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านความมั่นคง เช่น ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ,ตำรวจ สภ.คลองลึก,ตำรวจท่องเที่ยวสระแก้ว,ตรวจคนเข้าเมืองสระแก้ว,ด่านศุลกากรอรัญประเทศ ,ฉก.กรม.ทพ. 12 กกล.บูรพา,กองกำลังบูรพา และอำเภออรัญประเทศ มาร่วมในพิธีเปิดศูนย์ฯในครั้งนี้ นอกจากฝ่ายไทยแล้ว ยังได้เชิญ จนท.ฝ่ายกัมพูชา มาร่วมฯด้วยโดยมี พ.ต.อ.ซอม เจิด รอง ผบก.ตำรวจจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา นำคณะ จนท.ฝ่ายความมั่นคงของจังหวัดบันเตียเมียนเจย มาร่วมในพิธีเปิดศูนย์ฯอย่างคึกคัก หลังพิธีเปิดศูนย์ฯ พล.ต.ต.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ได้นำคณะฯทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายกัมพูชา เยี่ยมชมภายในศูนย์ฯ
พล.ต.ต.พูนทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า การเปิดศูนย์ประสานงานอาชญากรรมข้ามชาติ ของจังหวัดสระแก้ว ในครั้งนี้ เป็นโครงการและใช้งบประมาณของจังหวัดสระแก้ว เพื่อเป็นศูนย์กลาง การประสานการปฏิบัติทั้งหน่วยงานของไทยและหน่วยงานของประเทศเพื่อนบ้าน เช่นราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งมีพื้นที่ชายแดนติดกับจังหวัดสระแก้ว เป็นระยะทางยาวกว่า 165 กม. และชายแดนจังหวัดสระแก้ว มีนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ รวมไปถึงผู้ใช้แรงงานที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เดินทางผ่านเข้าออก ด่านพรมแดนอรัญประเทศ เป็นจำนวนมาก
อีกทั้งจังหวัดสระแก้ว ยังมีตลาดโรงเกลือซึ่งเป็นตลาดการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ใหญ่ที่สุด จึงทำให้มีธุรกิจส่งออกและนำเข้าสินค้าประเภทต่างๆเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งจากสภาพพื้นที่และความเจริญที่เกิดขึ้นทำให้พื้นที่จังหวัดสระแก้ว เกิดปัญหาอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ อันเกิดขึ้นจากการกระทำความผิดของคนไทยและคนต่างชาติ โดยเฉพาะคดีอาชญากรรมลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ หรือปล้นทรัพย์ และความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ การโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่กระทบต่อความมั่นคง และปัญหาทางสังคมทั้งสิ้น และด้วยปัญหาเหล่านี้อาจมีอาชญากรที่กระทำความผิดหลบเลี่ยงเข้ามาในพื้นที่และหลบหนีการจับกุมออกไปฝั่งกัมพูชา
ซึ่งการตั้งศูนย์ฯเพื่อเป็นศูนย์ประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป เพื่อหาข้อมูล หลักฐาน อันเป็นการช่วยเหลือติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยจะมีการประสานงานกับ จนท.ฝ่ายกัมพูชา อย่างใกล้ชิด เชื่อว่าจะสามารถป้องกันและปราบปราม อีกทั้งจับกุมผู้กระทำความผิดหนีเข้ามาในพื้นที่และออกไปฝั่งกัมพูชา ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฝ่ายกัมพูชา ยินดีให้ความร่วมมือกับศูนย์ฯอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้ช่วยเหลือฝ่ายกัมพูชาที่ประสานงานมาให้จับกุมผู้กระทำความผิดในฝั่งกัมพูชาแล้วหลบหนีเข้ามาประเทศไทยได้อีกด้วย
"ศูนย์ประสานงานปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ นับเป็นการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่าง จนท.ผู้ปฏิบัติทั้งของไทยและกัมพูชา โดยสามารถร่วมมือกันได้ในระดับท้องถิ่น เป็นการแบ่งเบาภาระของรัฐบาลและหน่วยงานระดับประเทศได้ในระดับหนึ่ง" พล.ต.ต.พูนทรัพย์ กล่าว



