
บัฟเฟตส์-บิล เกตส์พอใจงานเลี้ยงพบเศรษฐีจีน
วอร์เรน บัฟเฟตส์-บิล เกตส์ พอใจงานเลี้ยงพบปะเศรษฐีจีนเพื่อส่งเสริมการบริจาคเพื่อการกุศล ฟอร์บระบุอินเดียมีอภิมหาเศรษฐี69คนเพิ่ม17คนใน1ปี
วอร์เรน บัฟเฟตส์ และบิล เกตส์ สองมหาเศรษฐีรายใหญ่ของโลก ได้จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำเป็นการส่วนตัวเพื่อพบปะกับเศรษฐีจีนในกรุงปักกิ่งเมื่อวาน โดยมีนักธุรกิจและผู้มีจิตศรัทธาเข้าร่วมงานราว 50 คน วอร์เรน บัฟเฟตต์ ประธานและซีอีโอของเบิร์กไชร์ แฮทอะเวย์ อิงค์ และบิล เกตส์ เจ้าของบริษัทไมโครซอฟต์ บอกว่า การพบปะประสบความสำเร็จดี และรู้สึกประทับใจกับความมีน้ำใจของมหาเศรษฐีจีนที่ต้องการตอบแทนสังคม โดยมีเศรษฐี 2 ใน 3 ของจำนวนทั้งหมดที่ได้รับเชิญ เข้าร่วมงานและได้หารือแลกเปลี่ยนกันเกี่ยวกับงานการกุศล และพวกเขาตั้งเป้าว่าจะเดินทางไปจัดงานเลี้ยงแบบเดียวกันนี้ที่อินเดียในปีหน้า
บัฟเฟตส์ และเกตส์ได้จัดทำโครงการ "กีฟวิ่ง เพลดจ์" เพื่อชักชวนให้มหาเศรษฐีในสหรัฐมอบทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าครึ่งของตัวเองเพื่อการกุศล และก่อนหน้านี้ตอนที่มีข่าวว่าทั้งคู่จะจัดงานเลี้ยงเพื่อพบปะกับเศรษฐีในจีน ทำให้บางคนรู้สึกไม่สบายใจและไม่อยากถูกกดดันให้บริจาคเงิน ทำให้พวกเขาต้องชี้แจงเมื่อเร็วๆนี้ว่าในงานเลี้ยงครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาผลักดันให้ใครต้องประกาศบริจาคทรัพย์สิน แต่ต้องการส่งเสริมความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ขณะที่ผลการจัดอันดับบุคคลที่รวยที่สุดในจีนประจำปี 2010 ที่จัดทำโดยนักวิเคราะห์รูเพิร์ต ฮูเกเวิร์ฟ และเผยแพร่วันนี้ พบว่า จีนอาจกลายเป็นประเทศที่มีจำนวนเศรษฐีพันล้านมากที่สุดในโลกแล้ว โดยจีนมีเศรษฐีที่มีทรัพย์สินอย่างน้อย 1,000 ล้านดอลลาร์รวมทั้งสิ้น 1,363 คน และมีเศรษฐีเงินล้านดอลลาร์อย่างน้อย 875,000 คน นายจง ฉิงโหว ผู้ก่อตั้งบริษัทหังโจว วาฮาฮา กรุ๊ป เลื่อนอันดับจาก 12 ขึ้นเป็นบุคคลที่รวยที่สุดในประเทศด้วยสินทรัพย์จำนวน 12,000 ล้านดอลลาร์
ฟอร์บระบุอินเดียมีอภิมหาเศรษฐี69คนเพิ่ม17คนใน1ปี
ขณะที่นิตยสารฟอร์บระบุการจัดอันดับคนรวยรายการใหม่ ที่มีการเปิดเผยในวันนี้ ระบุว่า เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วของอินเดีย ได้ทำให้เกิดอภิมหาเศรษฐีเกิดใหม่ 17 คนในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ทำให้อินเดียมีอภิมหาเศรษฐีมากเป็นประวัติการณ์คือ 69 คนแล้ว
นายมุเกช อัมบานี ประธานบริษัท "รีไรแอนซ์ อิสดัสทรีส์ "บริษัทเอกชนใหญ่สุดของอินเดีย ยังครองตำแหน่งเป็นชาวอินเดียผู้ร่ำรวยที่สุดเป็นปีที่สามในปีนี้ ด้วยสินทรัพย์มูลค่ารวม 27,000 ล้านดอลลาร์ และตามมาติดๆ ด้วยลักษมี มิตตัล เจ้าพ่อเหล็กผู้มีฐานที่มั่นที่ลอนดอน ด้วยสินทรัพย์มูลค่ารวม 26,100 ล้านดอลลาร์ ส่วนที่สามนั้น นายอาซิม เปรมจี เจ้าของบริษัท"อินโฟเทค"เลื่อนขึ้นมาครองตำแหน่ง ด้วยสินทรัพย์ 17,600 ล้านดอลลาร์ แทนที่น้องชายของนายอัมบานีคือนายอนิล อัมบานี ผู้ตกลงไปเป็นที่หกด้วยสินทรัพย์ 13,300 ล้านดอลลาร์
นายอินทราจิต คุปตะ บรรณาธิการฟอร์บส์ อินเดีย บอกว่าจำนวนมากอภิมหาเศรษฐีมากเป็นประวัติการณ์เป็นอีกสิ่งบ่งชี้ว่าศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงกำลังเขยิบไปทางอินเดียและจีนในช่วงทศวรรษหน้า
คนรวยสุด40 คนแรกของอินเดียมีสินทรัพย์รวมกันในปัจจุบัน 243,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก229,000 ล้านดอลลาร์ของหนึ่งปีก่อน แต่ยังน้อยกว่ามากจากที่เคยสูงสุดเป็นประวัติการณ์คือ 351,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2550
อภิมหาเศรษฐีอินเดียเสียสินทรัพย์ไปมหาศาลเมื่อปี 2551 ที่สินทรัพย์รวมของคนรวยสุด 40 คนแรกของประเทศร่วงร้อยละ 60 ทำให้เหลืออภิมหาเศรษฐีเพียง 27 คน อันเป็นผลจากวิกฤตการเงินโลก ที่ทำให้ตลาดหุ้นตกฮวบ แต่ฟอร์บบอกว่าความทรงจำเรื่องนั้นกำลังเลือน
ไปแล้ว เพราะตลาดหุ้นทยานขึ้น และเศรษฐกิจเติบโตเกือบร้อยละ 9
รายงานล่าสุดนี้มีขึ้นท่ามกลางคำเตือนของกลุ่มแก้ปัญหาความยากจนที่ว่า ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอินเดีย ที่มีประชากร 1200 ล้านคน ชาวอินเดีย 836 ล้านคนมีรายได้น้อยกว่า 20 รูปี (ราว 13 บาท)/วัน ในขณะที่สถิติของอินเดียด้านสาธารณสุข อัตราการตายของทารก การขาดอาหาร และรายได้ เลวร้ายยิ่งกว่าในแถบซับ-ซาฮาร่าของแอฟริกา



