
ชัจจ์ปูดบึ้มป่วนเมืองคนมีสีสร้างสถานการณ์
พล.ต.ท.ชัจจ์ปูด "กลุ่มวางบึ้มป่วนเมือง"คนมีสีหวังสร้างสถานการณ์ อาจโยง ศอฉ.ยื้อคง พรก.จี้"มาร์ค-เทือก"แจงค่าใช้จ่าย ศอฉ.หลายร้อยล้าน
(30ก.ย.) เวลา 10.00 น. - พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าวกรณีเหตุระเบิดหลายจุดใน กทม.ว่า พรรคเพื่อไทยสังเกตว่าตามปกติคดีอาชญากรรมต่างๆที่เกิดขึ้น หากมีการติดตามหลักฐานจากกล้องซีซีทีวี ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดตามจับกุมได้เกือบทุกคดี แต่น่าแปลกที่เหตุระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา และทั้งเหตุลอบยิงนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซีซีทีวีกลับใช้การได้น้อยมาก ทั้งนี้เชื่อว่า จุดประสงค์ของผู้ก่อเหตุระเบิดไม่ได้มุ่งร้ายต่อตัวบุคคล แต่ต้องการแค่ป่วนสร้างสถานการณ์เพราะมีเพียงสถานที่เท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย จึงมองว่าเป็นเรื่องการสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังผล ซึ่งตนได้ทราบข้อมูลทางการข่าวที่ทำให้น่าสงสัยว่า เหตุระเบิดอาจมีความเชื่อมโยงข้องเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของศูนย์อำนาจการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)หรือไม่ เพราะเหตุระเบิดใน กทม.เกิดขึ้นในช่วงก่อนการแต่งตั้ง ผบช.น. จนมีข่าวว่าต้องการดิสเครดิตการทำงานของผบช.น.ว่าไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เพื่อหวังให้พ้นจากตำแหน่ง
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวอีกว่า ยังได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อว่าผู้ที่ก่อเหตุยังถูกให้กระทำการต่อเนื่องมาจนถึงขณะนี้ จากผู้ที่ได้รับผลประโยชน์บางเรื่อง โดยเป็นกลุ่มคนมีสีและมีข้อสังเกตว่าจะเกิดเหตุในช่วงที่ ศอฉ.จะประเมินผลสถานการณ์เพื่อรายงานต่อรัฐบาลว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน จึงอาจมีความเชื่อมโยงไปถึง ศอฉ.หรือไม่ เพราะการปฏิบัติงานของ ศอฉ.มีการใช้จ่ายเงินในในจำนวนมากจึงขอถามไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ.ว่ามีการใช้จ่ายใน ศอฉ.เป็นร้อยล้านบาทนั้นนำไปใช้จ่ายอะไร ทั้งที่สถานการณ์สงบแล้ว จึงขอให้มาเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้เกิดความชัดเจน
พล.ต.ท.ชัจจ์ กล่าวอีกว่า หากนายอภิสิทธิ์มีความจริงใจการตรวจสอบและควบคุมให้สถานการณ์สงบสามารถทำได้ ขณะที่ พล.ต.อ.วิเชียร ต้องเพิ่มความจริงจังในการทำงาน ตั้งจุดตรวจ ตรวจสอบการทำงานบของกล้องซีซีทีวี อย่าทำแบบผักชีโรยหน้า และไม่ควรให้ข้าราชการการเมือง และข้าราชการประจำออกมาแสดงแค่ความเสียใจ
ส่วนกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ระบุว่าบอกว่าจะมีเหตุระเบิดถึงสิ้นปี รวมถึงกรณี ผบ.ตร.ออกมารับลูกว่ามีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มนักการเมือง ก็มองว่าไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลเพราะจะทำให้เกิดความหวั่นไหวหวาดระแวงและความสับสนของประชาชน ซึ่งพรรคเพื่อไทย ขอเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ในการปฎิบัติหน้าที่เพื่อแก้ไขให้สถานการณ์ลุล่วงไปด้วยดี
ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่า จากที่มีการประชุมคณะทำงานติดตามการทำงานของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยรัฐบาลพยายามโยงว่าพรรคเพื่อไทยเกี่ยวข้อง เพราะไม่ต้องการปรองดอง ยืนยันว่าหากพรรคเพื่อไทย ไม่ปรองดองดองคงไม่ต้อนรับ พล.ต.สนั่น ยืนยันว่าเหตุระเบิดที่เกี่ยวข้องไม่เกี่ยวกับพรรเพื่อไทย และแกนนำพรรคก็ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ



