
'เสธ.หนั่น'ถกแกนนำพท.ก่อนพบ'แม้ว'
แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมหารือกับพล.ต.สนั่น โดย"เสธ.หนั่น" ระบุ ทุกคนต้องลืมความหลังและเริ่มต้นใหม่ เตรียมพบ"ทักษิณ" ขณะที่"จตุพร" อ้างพร้อมปรองดอง แต่ไม่ปรองดองกับ อาชญากรฆ่าประชาชน ย้ำ ตนเองไม่ได้เป็นอุปสรรคการปรองดอง
(30ก.ย.) เวลา12.00น.นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้นำนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำ นปช.พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนาลงมาแถลงข่าวหลังหารือหนึ่งชั่วโมงเรื่องการปรองดอง โดยนายจตุพร กล่าวว่า ขอบคุณพล.ต.สนั่นที่เดินทางมาวันนี้ ขอชี้แจงว่า ปัญหาของประเทศไทยถ้ายังไม่มีการพูดคุยหาทางออกบนความยุติ ธรรมและความเสมอภาคปัญหานี้ไม่จบ ตนได้เรียนว่า คนที่เป็นตัวกลางต้องไม่มีบุคลิก วิเศษวิโสกว่าคนอื่น และต้องผ่านทั้งความสำเร็จและผ่านความเจ็บปวดของชีวิต ในทางการเมืองพล.ต.สนั่น ผ่านมาทุกตำแหน่ง รองนายกฯ รมว.เกษตรและสหกรณ์ รมว.มหาดไทย ทางชีวิต พล.ต.สนั่นถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในเหตุการณ์เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2520 พร้อมนายวีระ มุสิกพงศ์ จนถูกปล่อยตัวออกมา ก็เห็นชีวิตเพื่อนเราว่า ในเรือนจำเป็นอย่างไร รวมถึงแกนนำบ้านเลขที่ 111 และ 109 ที่ถูกตัดสิทธิ์การเมืองในคดียุบพรรคซึ่งพล.ต.สนั่น ก็ผ่านมาแล้วเช่นกัน
นายจตุพร กล่าวว่า คนที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ย่อมเห็นทั้งความทุกข์ความสุข การพูดคุยวันนี้ ไม่มีเงื่อนไขและข้อแลกเปลี่ยน ซึ่งก่อนหน้านี้พล.ต.สนั่นได้พบกับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช. และนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ และพบกับทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ตนเรียนว่า พวกตนไม่ขัดข้องที่จะปรองดอง ถ้าจะยึดแนวปฏิบัติตามกฎหมายก็ต้องเท่าเทียมกันหมด หมายถึง ฝ่ายที่เข่นฆ่าก็ต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน ถ้าจะเริ่มต้นประเทศกันใหม่ก็ต้องถอยหลังไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา
"การที่คนๆ หนึ่งได้มาร่วมสนทนากับพวกผมนั้นก็ถือว่าได้ประโยชน์เพราะได้เปิดช่องรูหายใจเล็กๆ ขึ้นมา ยอมรับว่าประเทศนี้หาผู้ใหญ่ยากเต็มทน เหมือนที่อภิสิทธิ์บอกว่า ปรองดองกับทุกคนได้ยกเว้น ผู้ก่อการร้าย ผมก็สวนว่า ก็ไม่ขอปรองดองกับ อาชญากรฆ่าประชาชน หรือพรรคภูมิใจไทยออกกฎหมายนิรโทษกรรมผู้เข่นฆ่าประชาชน ผมก็เลยสวนไปว่า ไม่รับฆาตกรฆ่าคนเหมือนกัน เพราะการนิรโทษกรรมให้คนบริสุทธิ์จะ นิรโทษกรรมทำไม" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า เชื่อว่า วันหนึ่งข้อเสนอของทุกภาคส่วน จะสามารถหาจุดสมดุลได้ว่าเป็นอย่างไร พรรคเพื่อไทยและตนไม่ได้เป็นอุปสรรคการปรองดอง การปรองดองที่จะเกิดขึ้นได้ต้องอยู่บนความยุติธรรม ความเสมอภาคและไม่ละเลยผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ เหมือนอย่างที่หลายคนหวั่นไหวว่า เรามาพูดคุยกันและทุกอย่างจบก็คงไม่ใช่อย่างนั้น
นายจตุพร กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่ พล.ต.สนั่น ทำอยู่ วันนี้โลกในประเทศไทย เป็นสิ่งที่เราไม่เคยเจอมาก่อน จากนี้ก็ต้องหาจุดสมดุลให้ได้
พลตรีสนั่น กล่าวว่า ตนได้ขอพบพรรคเพื่อไทยและคุยกัน1ชั่วโมง ตนมารับฟังทุกฝ่ายและเดินหน้าไปรับฟังองค์กรอื่นๆต่อไป เช่น ทหาร พรรคการเมือง นักธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและธรรมศาสตร์ รวมทั้งตนจะไปพูดที่กกต.เวลา 16.00น.วันที่1ต.ค. เพราะการปรองดองจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องหาจุดกึ่งกลาง พรรคเพื่อไทยไม่มีข้อเรียกร้องและขอให้ตนเดินหน้าแก้ปัญหาของประเทศต่อไป การทะเลาะที่เกิดขึ้นมาทำให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น หลายเรื่องที่นายจตุพรเล่าให้ตนฟังนั้นจะนำไปประมวลกับหน่วยอื่นๆ ในที่สุดก็ต้องมานั่งคุยกันอีกครั้ง
เมื่อถามว่าหากทุกฝ่ายไม่มีข้อเรียกร้องใดๆแล้วจะเดินหน้าอย่างไร พลตรีสนั่น กล่าวว่าตนจะไปรับฟังทุกฝ่าย ที่ผ่านมาตนไปพบกับนายณัฐวุฒิ นายสนธิ และพรรคเพื่อไทย พบว่ายังไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ โดยแต่ละฝ่ายได้เล่าประสบการณ์ที่ตัวเองไปพบมา จากนี้ไปตนจะเดินสายพบกับทุกฝ่ายแล้วจะนำข้อความของทุกฝ่ายไปประมวล ถึงเวลาแล้วที่ประเทศต้องหันมาลืมความหลังและเริ่มต้นใหม่ เพราะตนนั้นผ่านทุกข์และสุขมาแล้ว ส่วนจะนำเรื่องการมาพบพรรคเพื่อไทยในวันนี้ไปแจ้งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ตนคงไม่แจ้งเพราะเดี๋ยวตนต้องไปพบทุกพรรคอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า จะฝากอะไรถึงพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่พลตรีสนั่น กล่าวว่า ไม่ฝาก แต่ตนจะหาโอกาสพบ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะหากฝากอะไรไปนั้นเดี๋ยว พ.ต.ท.ทักษิณ จะโมโหอีก ส่วนกำหนดการที่จะไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น มีกำหนดการแน่นอนแต่ยังไม่รู้เมื่อใด เพราะตนขอทำในประเทศก่อน ตนพยายามทำการปรองดองให้เร็วที่สุดในการลดความขัดแย้ง ตนพยายามทำถนนสู่ความปรองดองให้ได้ เหมือนพระรูปหนึ่งในญี่ปุ่นที่อยู่บนภูเขา โดยพระลงมาบิณฑบาตรทุกวันและไม่ไปบิณฑบาตรในหมู่บ้านเลย จนมีคำถามถึงพระว่า ทำไมไม่ไปบิณฑบาตในหมู่บ้านและสร้างถนนขึ้นภูเขาไว้ทำไม พระตอบว่าทำถนนไว้เผื่อชาวบ้านจะขึ้นไปวัดจะได้เดินทางสะดวก การสร้างความปรองดองก็เหมือนการที่พระสร้างถนนเช่นกัน และจะทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดก่อนยุบสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการแถลงข่าวเสร็จสิ้นนั้น นายยงยุทธได้เชิญพลตรีสนั่นขึ้นไปรับประทานอาหารกลางวันที่ชั้นแปด โดยพลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคจะร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วย



