ข่าว

ทุนทะลักเอเชียวุ่นสกัดค่าเงินแข็งสบน.แนะธปท.ดูแลไม่ให้ผลตอบแทนตราสารจูงใจ

ทุนทะลักเอเชียวุ่นสกัดค่าเงินแข็งสบน.แนะธปท.ดูแลไม่ให้ผลตอบแทนตราสารจูงใจ

30 ก.ย. 2553

ธปท.ระบุธนาคารกลางภูมิภาคเอเชียผวา ทุนไหลเข้าดันค่าเงินแข็ง ด้าน สบน.เผย 3 เดือนเงินโตกระโดด เทลงในตราสารหนี้ ชี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นหยุดได้ยาก บาทมีแนวโน้มแข็งต่อเนื่อง แนะธปท.ดูแลไม่ให้ผลตอบแทนจูงใจมาก

 นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารกลางทั่วภูมิภาคเอเชียค่อนข้างกังวลกับปัญหาเงินทุนไหลเข้า จึงทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งต้องเข้าไปดูแลเพื่อไม่ให้ค่าเงินของตัวเองแข็งค่าเร็วเกินไป ซึ่งในส่วนของไทยนั้น ตั้งแต่ต้นปีมีการแข็งค่าแล้วประมาณ 9% และมีค่าความผันผวนอยู่ที่ 3% โดยสาเหตุหลักของการแข็งค่าเป็นผลจากการที่ค่าเงินสหรัฐอ่อนค่าลงค่อนข้างมาก ประกอบกับเงินทุนที่ไหลเข้าในประเทศ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว แต่ก็เป็นประเด็นที่นักลงทุนมองกันไว้อยู่แล้ว

 “ที่เงินบาทเราแข็งเพราะดอลลาร์มันอ่อน ถือว่าอ่อนลงไปมาก และตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาก็ไม่ดีนัก ราคาบ้านเองก็ปรับลดลง ทำให้คนกลัวว่าทางการจะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบ 2 ซึ่งถ้าใช้จริงคงทำให้ดอกเบี้ยอยู่ระดับต่ำไปอีกนาน นักลงทุนจึงโยกเงินไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นแทน จะเห็นว่าราคาทองคำเองก็ปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก” นางสุชาดากล่าว

 นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน มีเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติไหลข้ามาสูงถึง 1.27 แสนล้านบาท โดยที่ 75% เป็นการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ และอีก 25% เป็นการลงทุนในตลาดหุ้น ทำให้สัดส่วนการถือครองพันธบัตรรัฐบาลของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 3.7% ในปี 2552 เป็น 10% ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่สูงมาก เนื่องจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจน และอัตราดอกเบี้ยนโยบายปรับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

 "การไหลเข้าของทุนต่างชาติในช่วง 3 เดือนที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเข้ามามีบทบาทของนักลงทุนต่างชาติในตลาดตราสารหนี้ไทยและยังเป็นการลงทุนที่ยาว ไม่ใช่เงินร้อน เห็นได้จากการเข้ามาลงทุนในพันธบัตรระยะยาว 5 ปีขึ้นไป สบน.จึงได้ปรับนโยบายการระดมทุนภาครัฐให้สอดคล้องกับเงินทุนไหลเข้าด้วยการเร่งระดมทุนตราสารหนี้ระยะยาว เพื่อลดต้นทุนจากดอกเบี้ยต่ำและดึงสภาพคล่องที่ไหลเข้ามาให้อยู่ในระบบ" นายจักรกฤศฎิ์กล่าว

 อย่างก็ตาม การหยุดยั้งทุนไหลเข้าคงไม่สามารถทำได้ แนวโน้มค่าเงินบาทจึงยังแข็งค่าขึ้น เพราะยังมีแรงจูงใจในตลาดเงิน สิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) น่าจะนำไปพิจารณาคือ ดูแลให้ผลตอบแทนในตลาดเงินลดลง โดยเฉพาะผลตอบแทนระยะสั้น ที่ดอกเบี้ยไม่ต้องจูงใจมาก โดยปัญหาประเทศไทยขณะนี้ คือ ไม่สามารถนำเงินที่เข้ามาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เต็มที่ หรือไม่สามารถนำไปลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริงได้ ส่วนหนึ่งเพราะการเมืองยังไม่แข็งแกร่ง กฎหมายการลงทุนยังมีปัญหา