ข่าว

ชี้ช่องรัฐขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น10%"ณรงค์"มองไม่กระทบคนจน-ช่วยทำงบสมดุลใน5ปี

ชี้ช่องรัฐขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น10%"ณรงค์"มองไม่กระทบคนจน-ช่วยทำงบสมดุลใน5ปี

30 ก.ย. 2553

"ณรงค์ชัย" แนะรัฐบาลใช้จังหวะช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัว ขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เป็น 10% หากต้องการทำงบประมาณสมดุลภายใน 5 ปี มองไม่กระทบคนมีรายได้น้อยมาก พร้อมแปรรูปรัฐวิสาหกิจเพิ่มประสิทธิภาพหารายได้เข้ารัฐเพิ่ม

 นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) และกรรมการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “งบประมาณสมดุลกับแผนฯ11" จัดโดย สศช.ว่า รัฐบาลต้องเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% ในปัจจุบันให้เป็น 10% หากต้องการจัดทำงบประมาณแบบสมดุลให้ได้จริงใน 5 ปีข้างหน้า หรือปี 2558 เพราะเป็นรายได้หลักที่จะช่วยได้ และการเพิ่มอัตราภาษีสามารถทำได้ทันที มีประสิทธิภาพสูง เทียบกับการเก็บภาษีทรัพย์สินและที่ดินที่ต้องใช้เวลาดำเนินการหลายขั้นตอน

 "หากรัฐบาลไม่เพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มก็ไม่มีทางทำงบสมดุลได้ภายใน 5 ปี เพราะรัฐต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการจัดระบบสวัสดิการสังคมให้ประชาชน ดังนั้น การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มจึงจำเป็นต้องดำเนินการ ซึ่งอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ถือเป็นอัตราต่ำสุดในโลกแล้ว และการขึ้นภาษีก็ไม่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อยมากนัก เนื่องจากสินค้าของคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่แล้ว ขณะที่เศรษฐกิจไทยก็เติบโตพอควรที่จะปรับภาษีได้" นายณรงค์ชัยกล่าว

 นอกจากนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มแนวทางการหารายได้ของรัฐบาล โดยเพิ่มรายได้จากรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะรายได้จากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจและเพิ่มประสิทธิภาพของรัฐวิสาหกิจ โดยปัจจุบันมีตัวอย่างให้เห็นทั้งบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ที่เมื่อแปรรูปไปแล้วมีประสิทธิภาพมากขึ้น และสร้างรายได้ให้ภาครัฐมากขึ้น ซึ่งตนมั่นใจว่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน หากกระบวนการแปรรูปเปิดเผย โปร่งใส และเป็นธรรม

 นายณรงค์ชัยแนะนำด้วยว่า รัฐบาลต้องเพิ่มแนวทางบริหารรายจ่ายภาครัฐ ให้ความสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพของประชาชนและภาคธุรกิจ เช่น บังคับใช้กฎหมายแข่งขันการค้า กำหนดให้โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมีเอกชนลงทุนมากที่สุด การเพิ่มรายได้จากการบริหารสินทรัพย์ เช่น ที่ดินของกระทรวง การคลัง ตั้งกองทุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 "ผมเสนอว่ารัฐบาลควรโอนหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน 1.14 ล้านล้านบาท กลับไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะจะประหยัดดอกเบี้ยได้มากถึงปีละ 62,400 ล้านบาท และช่วยลดภาระงบประมาณได้มาก" นายณรงค์ชัยกล่าว

  นายณรงค์ชัย กล่าวถึงการแข็งค่าของเงินบาทว่า เห็นด้วยที่ให้ธปท. ดำเนินนโยบายอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ ซึ่งธปท.ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้แล้ว เพราะไม่มีเครื่องมือ ส่วนนโยบายกำหนดอัตราดอกเบี้ยทำให้มีเงินไหลเข้ามา แต่ธปท.ก็มีมาตรการออกพันธบัตรมาดูดสภาพคล่องจากระบบอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นขณะนี้ เป็นภาวะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้