
นนท์โอนศูนย์เด็กขึ้นกับอบจ. ผู้ว่าฯเชื่อระบบงานคล่องตัวขึ้น
นนทบุรี - ผู้ว่าฯ นนทบุรีลงนามบันทึกข้อตกลงส่งมอบภารกิจศูนย์พิทักษ์เด็ก ให้ไปขึ้นตรงกับ อบจ. มั่นใจระบบการทำงานมีความคล่องตัวเกิดประสิทธิภาพ ระบุจากนี้ไป อปท.ต้องเข้ามามีบทบาทในการยุติปัญหาความรุนแรงต่อเด็ก-สตรี
นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ได้ทำพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงมอบภารกิจศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี จ.นนทบุรี ไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี
โดยมีนายสิทธิพร อัจฉริยะประสิทธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ร่วมในการลงนามดังกล่าว ทั้งนี้ตามที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นนทบุรี ได้ร่วมมือกับ อบจ.นนทบุรี ในการถ่ายโอนศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรีให้ไปอยู่ในการดูแลของ อบจ.นนทบุรี นับจากนี้ไปจะทำให้ศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรีได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก อบจ.นนทบุรีโดยตรง ทั้งยังจะมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในการประสานการดำเนินงาน เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรีของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
"ในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและเป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบโดยตรงในการจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวก่อนที่จะมีการถ่ายโอนไปยัง อบจ. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ให้ศูนย์นำไปปฏิบัติอย่างต่อเนื่องทั้งในเชิงการแก้ปัญหาและการทำงานในเชิงป้องกัน และการสร้างเครือข่ายควบคู่กันไปจะได้ทำให้การปฏิบัติงานด้านการพิทักษ์สิทธิเด็กและสตรีสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการทำงานแบบเป็นทีมคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกันทั้งจากผู้เสียหาย กับเจ้าหน้าที่ที่ให้ความช่วยเหลือ"
นายวิเชียรกล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาที่พบเป็นประจำ คือการข่มขู่คุกคามจากผู้กระทำความผิดทั้งผู้เสียหายและต่อเจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องทำงานกันอย่างเป็นระบบ ทุกหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องต้องให้ความช่วยเหลือกัน อาทิ ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่พิทักษ์เด็กและสตรี อัยการ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องประชุมวางแผนในการช่วยเหลือ
"ไม่ใช่ว่าแต่ละหน่วยงานจะทำตามลำพังนั้นไม่ได้ เพราะแต่ละหน่วยงานมีความถนัดที่แตกต่างกันไป จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องขยายบทบาทภารกิจไปยังองค์การบริหารปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ให้มีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อยุติปัญหาความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ตลอดทั้งความรุนแรงในครอบครัวด้วย"
ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีกล่าวด้วยว่า จากนี้ไปทาง อบจ.นนทบุรี จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการช่วยเหลือด้านงบประมาณต่างๆ เช่นการเพิ่มบุคลากรในการช่วยเหลือผู้เสียหาย การเพิ่มเจ้าหน้าที่ผู้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องกฎหมาย เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเยียวยาติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ร่วมทั้งจะมีการจัดตั้งศูนย์รวบร่วมข้อมูลเกี่ยวกับคดีของผู้เสียหายทุกรายในการช่วยเหลือ เพื่อให้เป็นมาตรฐานในการดูแลและป้องกันการฟ้องร้องจากคู่กรณีต่อไป



