ข่าว

เตือนใช้"ยาแรง"สกัดเงินไหลเข้าเสี่ยง"ธปท.-เอดีบี"มองสู้ไม่ไหว-ปรับเป้าศก.ไทยโต7%

เตือนใช้"ยาแรง"สกัดเงินไหลเข้าเสี่ยง"ธปท.-เอดีบี"มองสู้ไม่ไหว-ปรับเป้าศก.ไทยโต7%

29 ก.ย. 2553

ธปท.ชี้การแทรกแซงค่าเงินให้อ่อนทำยาก เนื่องจากตลาดเงินใหญ่มาก ด้านเอดีบีเตือนใช้ยาแรงสกัดเงินทุนไหลเข้าเป็นเรื่องเสี่ยง แนะหันมาสร้างสมดุลให้เศรษฐกิจในประเทศดีกว่า ปรับเพิ่มเป้าจีดีพีไทยปีนี้ขึ้นเป็น 7% จากเดิมมองโตแค่ 4%

 นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า อัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างระหว่างภูมิภาคเอเชียกับกลุ่มประเทศจี 3 อาจเป็นแรงจูงใจให้เม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในภูมิภาคนี้บ้าง อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยนโยบายของไทยก็ไม่ได้สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค แม้จะมีการปรับขึ้นใน 2 ครั้งที่ผ่านมา หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว โดยขณะนี้ดอกเบี้ยของไทยถือว่าต่ำเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาค แต่เนื่องจากไทยมีเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้น แม้ดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับต่ำ ก็เชื่อว่าเม็ดเงินต่างชาติยังคงไหลเข้ามาอยู่ดี

 "การพยายามที่จะแทรกแซงให้ค่าเงินตัวเองอ่อนค่าลงไม่น่าจะทำได้ เพราะทุกประเทศทราบดีว่าการทำให้ค่าเงินอ่อนลง โดยไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเป็นเรื่องยาก และไม่สามารถทำได้ เนื่องจากตลาดเงินโลกในปัจจุบันถือว่าใหญ่มาก ดังนั้น ไม่เชื่อว่าจะมีประเทศใดพยายามใช้นโยบายการเงินเพื่อกดดันให้ค่าเงินของตัวเองอ่อนค่าลง

 นางธาริษากล่าวว่า การทำนโยบายการเงินที่ส่งผ่านจนได้ผลนั้น ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4 ไตรมาส ดังนั้น ธปท.จำเป็นต้องมองแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า อย่างน้อย 4-8 ไตรมาส เพราะหากธปท.ไม่ดำเนินนโยบายแต่เนิ่นๆ หากเกิดปัญหาขึ้นมา ก็อาจทำให้ ธปท. ต้องใช้ยาหม้อใหญ่ในการแก้ไขปัญหา

 ด้านนายฌอง ปิแอร์ เอ เวอร์บีสท์ ผู้อำนวยการสำนักงานผู้แทนธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) ประจำประเทศไทย กล่าวถึงคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ว่า เอดีบีได้ปรับเพิ่มคาดการณ์จีดีพีไทยปี 2553 เป็น 7% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 4% ในรอบแรกเมื่อเดือนเมษายน ส่วนปี 2554 จะโตลดลงเหลือ 4.5% ซึ่งการปรับเพิ่มคาดการณ์ถือว่าสูงกว่าช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา และใกล้เคียงกับที่สำนักงานเศรษฐกิจและการคลัง (สศค.) แถลงต้นสัปดาห์นี้

 ขณะที่เอกสารเอดีบีระบุว่า การปรับคาดการณ์เศรษฐกิจครั้งล่าสุด อยู่บนสมมติฐานที่ว่า สถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองค่อนข้างสงบ และการเลือกตั้งทั่วไปที่จะจัดให้มีขึ้นในปี 2554 เป็นไปอย่างราบรื่น

 นอกจากนี้ นายเวอร์บีสท์ยังให้ความเห็นเกี่ยวกับการใช้มาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้าของกลุ่มประเทศเอเชีย รวมทั้งไทยว่า การไหลเข้าของเงินทุนสร้างแรงกดดันทำให้ค่าเงินทั้งภูมิภาค แต่การใช้มาตรการใดๆ ที่รุนแรงเพื่อคุมเงินทุนเหล่านี้ย่อมไม่ใช่เรื่องดีและไม่ได้ผล เพราะปัจจุบันตลาดโลกมีขนาดใหญ่มากและมีเงินทุนไหลเวียนอยู่มากมายมหาศาล ดังนั้น ประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพังย่อมไม่อาจต้านทานหรือสู้กับทุนมหาศาลได้ แต่เอเชียรวมทั้งไทยควรใช้โอกาสค่าเงินแข็งหันมาสร้างสมดุลเศรษฐกิจ ปรับปรุงภาคส่งออกกับตลาดในประเทศจะดีกว่า