
แสดงดนตรีศิริราชคอนเสิร์ตเทิดไท้ในหลวงวันนี้
ผู้อำนวยการดนตรีเผยเป็นเกียรติยศสูงสุดในชีวิต แสดงดนตรีเฉพาะพระพักตร์ ในงาน "ศิริราชคอนเสิร์ต เทิดไท้องค์อัครศิลปิน" ระบุทั้ง 19 เพลงถือเป็นไฮไลท์ นักร้องนักดนตรีเล่นสุดฝีมือ
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่ายังมีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมาถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างต่อเนื่องเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ส่วนบรรยากาศบริเวณหอประชุมราชแพทยาลัย ซึ่งเป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ต "ศิริราชคอนเสิร์ต เทิดไท้องค์อัครศิลปิน" เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าหัว โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรในวันที่ 29 กันยายน 2553 เวลา 20.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 28 กันยายน นักดนตรี นักร้อง และทีมงานจากวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ที่มี รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข เป็นผู้อำนวยการดนตรี นายกุดนี่ เอมิลสัน และ พ.ต.ประทีป สุพรรณโรจน์ วาทยกร ได้มาฝึกซ้อมดนตรีที่หอประชุมราชแพทยาลัย ตั้งแต่เวลา 13.00 น.จนถึงช่วงเย็น โดยซักซ้อมตามบทเพลงพระราชนิพนธ์ที่กำหนดไว้ทั้งสิ้น 19 เพลง
รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะผู้อำนวยการดนตรี กล่าวว่า ได้รับประสานงานจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่า ขอให้วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยมาแสดงคอนเสิร์ต "ศิริราชคอนเสิร์ต เทิดไท้องค์อัครศิลปิน" เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จฯ มาทรงดนตรีที่คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ถึง 2 ปี เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2513 และปีพ.ศ. 2516
รศ.ดร.สุกรี กล่าวอีกว่า การแสดงครั้งนี้ได้เลือกบทเพลงพระราชนิพนธ์มาจัดแสดงเพราะเป็นการแสดงดนตรีถวายแด่พระองค์ท่าน อย่างบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงกินรี เพลงแสงเทียน เพลงความฝันอันสูงสุด เพลงดวงใจกับความรัก มาเรียบเรียงเสียงประสานสำหรับวงซิมโฟนีออเคสตรา ใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์ เป็นรูปแบบที่ต่างจากเดิมที่เคยได้ฟังกัน และมีเพลงพระราชนิพนธ์บางเพลงที่ไม่ได้เป็นที่คุ้นหูเช่น เพลงพระมหามงคล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์พระราชทานแก่วงสุนทราภรณ์ และวงสุนทราภรณ์ได้นำมาแสดงเป็นเพลงเปิดวงเพียงวงเดียวเท่านั้น จึงไม่เป็นที่คุ้นหูกัน
"คอนเสิร์ตครั้งนี้ใช้เวลาแสดงประมาณ 1 ชั่วโมง เพลงละ 3-5 นาที ส่วนการเลือกนักดนตรีนั้นเป็นอาจารย์ของวิทยาลัยที่เป็นนักดนตรีฝีมือดีที่สุด และนักศึกษาซึ่งมีเสียงร้องที่ดีที่สุดมาแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ เพราะต้องการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดและไพเราะที่สุดถวายแด่พระองค์ท่าน ทุกเพลงเป็นไฮไลท์ของการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ทั้งหมด จะแสดงกันอย่างสุดความสามารถ ผมได้บอกกับทุกคนในวงว่า ขอให้ทุกคนแสดงกันอย่างสุดฝีมือ ถวายชีวิต เพราะครั้งนี้เป็นโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต เป็นเกียรติยศสูงสุด เพราะเป็นการแสดงดนตรีเฉพาะพระพักตร์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้เสด็จฯ ทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเช่นนี้มานานแล้ว จึงเป็นโอกาสที่ฟ้าประทานลงมา นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้น" ผู้อำนวยการดนตรี กล่าวอย่างปลาบปลื้ม
ทั้งนี้ เพลงพระราชนิพนธ์ที่กำหนดไว้ 19 เพลง ได้แก่ 1.เพลงโหมโรงมหาราช 2.เพลงอาทิตย์อับแสง โดยการเดี่ยวเปียโนของนายดริน พันธุมโกมล ซึ่งเป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ขณะเสด็จฯ ไปประทับแรมบนภูเขาในเมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
3.เพลงไร้เดือน โดยการเดี่ยวแซกโซโฟนของ นายกฤษติ์ พันธุมโกมล ที่นับเป็นอีกหนึ่งในบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง 4.เพลงเมื่อโสมส่อง หรือ I Never Dream เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 18 ทรงพระราชนิพนธ์ในปี พ.ศ. 2495 5.เพลงเกาะในฝัน ที่จะขับร้องโดยนางคอลลีน เจนนิ่งส์ เป็นเพลงที่ 4 ที่ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง
6.เพลงใกล้รุ่ง ทรงพระราชนิพนธ์ในปี พ.ศ. 2489 ขณะเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช 7.เพลงยามเย็น จะขับร้องโดย น.ส.กมลพร หุ่นเจริญ ทรงพระราชนิพนธ์เพลงนี้ตั้งแต่ยังเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช 8.เพลงกินรี เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ประกอบการแสดงบัลเลต์ชุดมโนราห์ โดยทรงเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เอง 9.เพลงแสงเทียน ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2489 ขณะที่ทรงดำรงพระยศสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นเพลงในจังหวะบลูส์
10.เพลงความฝันอันสูงสุด จะขับร้องโดยนายณัฐพร ธรรมาธิ เพลงพระราชนิพนธ์นี้สืบเนื่องมาจากพระราชดำริในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชประสงค์จะพระราชทานกำลังใจแก่บรรดาข้าราชการ ทหาร ตำรวจ และพลเรือน มิให้ท้อถอยในการปฏิบัติหน้าที่ต่อชาติ บ้านเมือง จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค เขียนคำกลอนเตือนใจ แล้วพิมพ์แจกเหล่าข้าราชการ ทหาร ตำรวจและพลเรือน ต่อมาทรงกราบบังคมทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานทำนองเพลง 11. เพลงดวงใจกับความรัก เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์ในช่วงระยะต้นรัชกาล ระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาต่อ ณ เมืองโลซานน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
12.เพลงในดวงใจนิรันดร์ เป็นบทเพลงพระราชนิพนธ์เพลงแรกที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษด้วยพระองค์เอง 13.เพลงสายฝน เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 3 ทรงพระราชนิพนธ์ในปี พ.ศ.2489 ขณะเป็นสมเด็จพระอนุชาธิราช เป็นงานทดลองของพระองค์ในจังหวะวอลซ์ 14.เพลงแสงเดือน ทรงพระราชนิพนธ์เมื่อเสด็จกลับฯ มาประทับในประเทศไทยเป็นการถาวรแล้ว
15.เพลงพระมหามงคล ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่นายเอื้อ สุนทรสนาน ให้เป็นเพลงบรรเลงนำประจำวงดนตรีสุนทราภรณ์ 16.เพลงชะตาชีวิต ทรงพระราชนิพนธ์ขณะที่เสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์หลังเสวยราชสมบัติแล้ว เป็นดนตรีแนวบลูส์มีทำนองเรียบง่าย 17.เพลงเราสู้ จะขับร้องโดย นายณัฐพร ธรรมาธิ, นายตุลานันท์ นรเศรษฐ์พิศาล และ น.ส.กมลพร หุ่นเจริญ, น.ส.กุมาริกา ศุภการพลง ทรงพระราชนิพนธ์ทำนองจากคำร้องเป็นเพลงที่ 2 ต่อจากเพลงพระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด”
18.เพลงแผ่นดินของเรา ขับร้องโดย น.ส.กุมาริกา ศุภการ ทรงพระราชนิพนธ์ในวันพระราชทานเลี้ยงเจ้าหญิงอเล็กซานดรา แห่งเคนท์ สหราชอาณาจักรอังกฤษ ซึ่งเสด็จฯ มาเยือนราชอาณาจักรไทย เป็นการส่วนพระองค์ และเพลงที่ 19 เพลงราชวัลลภ ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นเมื่อ พ.ศ.2496 จากนั้นจบลงด้วยเพลงสรรเสริญพระบารมี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า บุคคลที่ได้ร่วมเข้าเฝ้าฯ และร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้มีประมาณ 300 คน ซึ่งล้วนเป็นบุคคลสำคัญและมีชื่อเสียงในแวดวงต่างๆ



