
ยศถาบรรดาศักดิ์ในโลกของตำรวจ
ความมีชีวิตชีวาในวงสนทนากลับคืนมาอีกครั้งเมื่อนายตำรวจเปลี่ยนประเด็นการสนทนาจากเดิมที่พูดคุยกันเรื่องปัญหาอาชญากรรมกลายเป็นประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจใหญ่ บรรยากาศที่เปลี่ยนไปนี้ทำให้ดิฉันเกิดความรู้สึกว่าการหาช่องทางเพื่อให้ได้มาซึ่งยศถาบรรดาศักดิ
ความพยายามไขว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งยศถาบรรดาศักดิ์นี้สร้างความทุกข์ ความเครียดและความวิตกกังวลให้แก่บรรดานายตำรวจอยู่ไม่น้อย และเมื่อผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หวั่นไหว หวาดวิตกอยู่แต่ในห้วงทุกข์ของตนเองจะมีจิตใจในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนคนเล็กคนน้อยในสังคมได้อย่างไร ?
“ยศถาบรรดาศักดิ์อยู่ข้างหน้า จะไขว่คว้าขว้างทิ้งหรือชิงหนี
เจ้าจงคิดตริตรองดูให้ดี เศษธุลีละอองดาวเจ้าเลือกเอง"
สถิติอาชญากรรมที่เกิดขึ้นอย่างมากในขณะที่มีผลการจับกุมปราบปรามที่ต่ำมากเช่นกันนั้นถูกให้เหตุผลและคำอธิบายในหลายกรณี เช่น มีเรื่องอื่นที่ผู้นำรวมถึงผู้ปฏิบัติงานตำรวจจำเป็นต้องให้ความสนใจมากกว่า “เขาสนใจแต่เรื่องม็อบเขาไม่ได้สนใจเรื่องอื่นเพราะเรื่องม็อบมีผลต่อความก้าวหน้าของเขา เป็นเรื่องที่นักการเมืองสนใจและมีผลกระทบตรง” การตอบสนองความสนใจและความมั่นคงทางการเมืองของผู้มีอำนาจกลายเป็นเป้าหมายสำคัญในการทำงานมากกว่าที่จะต้องวางแผนในการป้องกันและปราบปราบอาชญากรรมซึ่งเป็นปัญหาของชาวบ้าน
“ปีที่ผ่านมาสถิติคดีอาชญากรรมพุ่งสูงขึ้นแทบทุกคดีทั่วประเทศ” นายตำรวจใหญ่ย้ำให้เห็นสภาพปัญหาอาชญากรรมและการทำงานของตำรวจในบริบทการเมืองไทย
ตัวอย่างหนึ่งของคดีที่เพิ่มสูงมากอย่างต่อเนื่องเช่นคดีโจรกรรมรถจักรยานยนต์ “มันยากมันไม่มีคู่กรณี มันไม่เหมือนกับคดีทำร้ายร่างกาย” ในที่สุดนายตำรวจใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า “มีทางเดียวต้องทำให้ประชาชนตระหนักและมีสำนึกในการป้องกันรถของตนเอง” ในที่สุดแล้วข้อสรุปก็ยังคงตอกย้ำว่าตำรวจต้องใกล้ชิดและขอความร่วมมือจากประชาชนเช่นเคย แต่ทำอย่างไรให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีกับการทำงานของตำรวจและเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพร้อมทั้งเกิดสำนึกในการป้องกันตนเองและร่วมกันช่วยเหลือดูแลผู้อื่นที่อยู่ในชุมชนด้วย
“ถ้าหัวหน้าสถานียังนั่งอยู่แต่ในโรงพัก ไม่อยู่ในพื้นที่จะไปชวนให้ชาวบ้านเขามาร่วมมือได้อย่างไร” นายตำรวจใหญ่เสนอความเห็นว่าต้องเริ่มต้นจากหัวหน้าสถานีต้องให้ความสำคัญกับปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่และต้องเดินเข้าไปในพื้นที่เพื่อทำความรู้จักกับชาวบ้าน สร้างความคุ้นเคยสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่หรือรับฟังปัญหาอาชญากรรมที่ชาวบ้านประสบอยู่และเชิญชวนชาวบ้านมาร่วมคิด ร่วมทำการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรม
“เคยเห็นหัวหน้าโรงพักนั่งคุยกับชาวบ้านมั้ย” นายตำรวจใหญ่ย้อนกลับมาถามดิฉันและเล่าต่อโดยไม่ฟังคำตอบ “เขาไม่สนใจหรอก ไปเฝ้าชาวบ้านกับไปเฝ้านักการเมืองหรือเฝ้านายที่มีอำนาจ เขาจะได้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน” จะมีผู้พิทักษ์สันติราษฎร์สักกี่คนที่ให้ความสนใจต่อการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชนในพื้นที่ มีความภาคภูมิใจที่เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านปลอดพ้นจากปัญหาอาชญากรรมมากกว่าที่จะพยายามทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ตนเองได้ยศถาบรรดาศักดิ์ ถึงแม้ว่าเส้นทางที่จะทำให้ได้มานั้นเป็นเส้นทางที่มิชอบและมิได้เกี่ยวข้องกับภารกิจหลักของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์แต่อย่างใดเลย ?
ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข



