
ข่าวอลวนฟิล์มอลเวง
เรื่องราวของนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือฟิล์ม และ น.ส.รุ่งนภา แก้วไทรหาญ หรือแอนนี่ บรู๊ค ปรากฏบนพื้นที่ของสื่อมานานกว่าสัปดาห์แล้ว และยังคงมีผู้สนใจติดตามอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับสื่อที่พยายามแข่งขันกันคิดประเด็นใหม่ๆ
เพื่อยอดขายและกำไรสูงสุด ถึงวันนี้มีใครตั้งคำถามหรือไม่ว่า ข่าวซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าจะจัดอยู่ในข่าวประเภทใดข่าวนี้ มีคุณค่าเชิงข่าวที่จะนำเสนอในฐานะข่าวสำคัญหรือไม่ เพียงใด นอกจากความเป็นข่าวที่ตอบสนองสัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นเรื่องส่วนตัวคนอื่นของมนุษย์เท่านั้น ประการสำคัญหนูน้อยฑีฆายุ เด็กอายุ 3 เดือน ที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ต้องถูกลากดึงมาพัวพันและปรากฏภาพต่อสาธารณะ ซึ่งสื่อมีความผิดตาม พ.ร.บ.เด็กและเยาวชนด้วย ก็ไม่มีใครทักท้วงหรือเตือนให้รู้เลยว่า สื่อกำลังกระทำผิดกฎหมาย
มีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างน้อย 2 ประการ ซึ่งอาจเป็นเหตุผลในการอธิบายการนำเสนอข่าวนี้บนพื้นที่สาธารณะ ประการแรกคือความเป็นบุคคลสาธารณะ หรือ Public Figure ของคนทั้งสอง ความเป็นดาราทำให้พวกเขาต้องสละสิทธิ์ที่จะดำเนินชีวิตโดยปราศจากการสังเกตของสื่อมวลชน และจะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายในความเป็นส่วนตัวน้อยกว่าบุคคลทั่วไป ประการหนึ่ง ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ ข่าวนี้เป็นข่าวที่ “ขายได้” ในแง่การตลาด หนังสือพิมพ์อาจมียอดขายมากขึ้น สื่อวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ รวมทั้งสื่ออินเทอร์เนต จะมีคนดู คนฟังมากขึ้น ในฐานะที่สื่อมีทั้งบทบาทความเป็นสถาบันสาธารณะ และองค์กรธุรกิจ จึงมิใช่เรื่องแปลกที่สื่อจะนำเสนอข่าวนี้
ประเด็นที่ต้องตีความให้ชัดเจนก็คือ ความเป็นบุคคลสาธารณะที่ทำให้เกิดสิทธิในการรับรู้ของประชาชนนั้น เป็นเรื่องที่อาจก้าวล่วงไปถึงสิทธิส่วนบุคคล หรือ Right to privacy หรือไม่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างดาราทั้งสอง น่าจะเป็นสิทธิส่วนบุคคลโดยแท้ เพราะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์สาธารณะของประชาชน หลักกฎหมายของสหรัฐอเมริกาถือว่า บุคคลสาธารณะย่อมได้รับความคุ้มครองเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคลเช่นเดียวกับบุคคลธรรมดาทั่วไป โดยหลักการทั้งฟิล์ม แอนนี่ และฑีฆายุ ก็ควรได้รับความคุ้มครองในสิทธิส่วนบุคคลเช่นกัน ยกเว้นว่ากรณีนี้มีวาระซ่อนเร้นที่สาธารณชนอาจไม่รู้เท่าทัน
แน่นอนว่าข่าว ฟิล์มและแอนนี่ มิใช่ข่าวบันเทิง หากแต่เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัว หรือเรื่องในมุ้งของดารา ซึ่งทำให้คนโดยทั่วไปเข้าใจผิดว่า นี่เป็นข่าวประเภทบันเทิง หากจะจัดประเภทของข่าวใกล้เคียงที่สุด ก็อาจจัดอยู่ในกลุ่มข่าวอาชญากรรม ปัญหาว่าข่าวอาชญากรรมที่เข้ามายึดพื้นที่สาธารณะของสื่อชิ้นนี้ ให้คุณค่าหรือประโยชน์กับใคร นอกเหนือจากสื่อที่เป็นข่าวขายได้แล้ว น่าสนใจว่า ปรากฏการณ์ข่าวฟิล์มและแอนนี่น่าจะตอบสนองผลประโยชน์ในเชิงการตลาดของบริษัทธุรกิจบันเทิงเท่านั้นหรือไม่ นี่เป็นประเด็นที่จะต้องถกแถลงกันต่อไป ทั้งในแง่บทบาทสื่อมวลชน และธุรกิจสื่อสารมวลชน



