
กองทุนอาชีพถังแตก ไร้งบหนุนเหลือ 26 ล.
กองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพระส่ำ รัฐบาลตัดการสนับสนุนปีงบประมาณ 2554 ทำให้เหลือเงินในคลังแค่ 26 ล้านเศษ บิ๊กหนุ่ม กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท.สั่งรัดเข็มขัดใช้เท่าที่จำเป็น ย้ำสมาคมกีฬาอาชีพต้องหางบประมาณช่วยตัวเองด้วย
"บิ๊กหนุ่ม” นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ ที่ห้องประชุมอาคารที่พักนักกีฬา 300 เตียง กกท.หัวหมาก เมื่อวันที่ 28 กันยายน โดย “บิ๊กหนุ่ม” แจ้งว่า กองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นปีที่ 3 ซึ่งปี 2552 รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 70 ล้านบาท, ปี 2553 ให้อีก 37 ล้านบาท แต่ในปีงบประมาณ 2554 ที่จะถึงนี้นั้น ไม่ได้รับการสนับสนุน ทำให้ต้องนำงบประมาณคงเหลือในปี 2552 และ 2553 มาใช้ในการบริหารจัดการ โดยขณะนี้ กองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพเหลือเงินเพียง 26,153,390 บาทเท่านั้น และคงไม่เพียงพอต่อการพัฒนากีฬาอาชีพทั้ง 12 ชนิด
สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหานั้น ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า จะต้องพิจารณาการใช้งบประมาณเท่าที่จำเป็นจริงๆ และมีความคุ้มค่ามากที่สุด รวมทั้งต้องให้สมาคมกีฬาบริหารงาน และหางบประมาณมาสนับสนุนเพิ่มเติมด้วยตัวเอง นอกจากนี้อาจจะต้องหารายได้นำเข้ามาสนับสนุนกองทุนเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็ต้องมีการปรับงบประมาณภายใน กกท.เอง ด้วยการดึงเงินจากโครงการอื่นเข้ามาช่วยเหลือ
"บิ๊กหนุ่ม" กล่าวถึงกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 “กวางโจวเกมส์” ที่ประเทศจีน ได้เตรียมงบประมาณส่งนักกีฬา 70 ล้านบาท แต่ได้รับทราบอย่างคร่าวๆ ว่า คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย จะต้องใช้เงินส่งนักกีฬาไปแข่งเกือบ 110 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าที่พัก, ค่าเครื่องบิน, ค่าเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ เนื่องจากครั้งนี้ ไทยส่งนักกีฬาชุดใหญ่ที่สุด ในการแข่งขันนอกบ้าน นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมนักกีฬาสำหรับเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 10 ที่ประเทศจีน ในเดือนธันวาคมนี้ และในปี 2554 ยังมีการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ฤดูหนาว, กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 26 ที่ประเทศอินโดนีเซีย อีกด้วย ซึ่งแต่ละรายการจะใช้งบประมาณที่สูงมาก



