
ตร.วอนจยย.รับจ้าง-รปภ.ห้างแจ้งเบาะแสบึ้ม
ผบ.ตร. เผยแผนรับมือ คนป่วนเมือง ใช้ตำรวจนอก-ในเครื่องแบบ ลงกดดันพื้นที่ พร้อมประสานกทม.-วินมอเตอร์ไซต์-อปพร.-รปภ.ห้าง เป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสให้เจ้าหน้าที่
(28ก.ย.) พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผบ.ตร. เปิดเผยหลังเข้ารายงานสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กทม.ให้ครม.ว่า สำหรับเหตุ การณ์ระเบิดนั้น ขณะนี้ตั้งชุดสืบสวนคดีระเบิดขึ้นมา โดยมีพล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ที่ปรึกษา สบ. 10 เป็นหัวหน้าและ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง เป็นรองหัวหน้าชุดสืบสวนดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะทำงานด้วย นอกจากนั้นในส่วนการดูแลพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มการทำงานเชิงรุก ด้วยการให้ทุกสถานีตำรวจซักซ้อมการปฏิบัติงานต่าง ๆ เพิ่มจากการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในพื้นที่ ซึ่งการซักซ้อมการปฏิบัติการดังกล่าวจะมีตั้งแต่วันนี้ถึง 15 ต.ค.นี้ ส่วนตัวเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะสามารถป้องกันเหตุร้าย อาทิ เหตุอาชญากรรมและเหตุระเบิดได้
จากนั้นได้ประสานความร่วมมือไปยังกรุงเทพมหานคร ในเรื่องของการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) และประชาชนในชุมชนต่าง วินรถจักรยานยนต์รับจ้างอปพร.ในพื้นที่ให้ช่วยเฝ้าระวัง รวมถึงแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ได้รับทราบ สำหรับพื้นที่เสี่ยงนั้นขณะนี้ตนได้เพิ่มมาตรการการกดดัน ด้วยการใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างใกล้ชิดด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าในบางสน.ที่ไม่มีความพร้อมการทำงานจะแก้ไขอย่างไร ผบ.ตร. กล่าวว่า ในพื้นใดที่ผู้บังคับบัญชาไม่อยู่ในพื้นที่หรือมีความไม่พร้อมของการปฏิบัติงานตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก็จะดำเนินการลงโทษตามหน้าที่ทันที
เมื่อถามถึงเหตุระเบิดที่ สำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.)ถ.รัชดาภิเษกผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบ.ชน.) เข้าไปดูแล เบื้องต้นยังไม่ได้รับรายงาน
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกบช.น. กล่าวว่าสำหรับมาตรการกดดันที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้เพิ่มเติมนั้น ถือเป็นการกดดันกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มที่จะก่อเหตุความไม่สงบ เบื้องต้นยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีจำนวนเท่าใด และอยู่ในพื้นที่ใดบ้าง เพราะเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ต้องมีการประเมินวันต่อวัน ส่วนสถานการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นนั้น เบื้องต้นพบว่ายังมีแนวโน้มการก่อเหตุทั้งในช่วงกลางดึกและช่วงกลางวัน ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางการทำงานให้เป็นแบบบูรณาการระหว่างตำรวจ ทหารและพลเรือน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กทม. ในเรื่องการติดตั้งกล้องซีซีทีวี การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ให้ดูแลเรื่องของทางด่วน เป็นต้น รวมถึงบูรณาการกับพื้นที่เอกชน ในเรื่องให้ รปภ.เข้มงวดเรื่องการดูแลพื้นที่ และเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่มากขึ้น
“การรายงานให้กับครม.ครั้งนี้ถือว่าครม.มีความพอใจในแผนการทำงาน แต่ก็ได้กำชับให้ดูแลพื้นที่มากขึ้น เช่น ในพื้นที่เกิดเหตุให้ตั้งด่านสะกัดเพิ่มขึ้นในพื้นที่สน.ใกล้เคียงเป็นต้นและใช้ 9 มาตรการ ดูแลพื้นที่พร้อมกัน ทั้งนี้นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่และระบุว่าหากอยากให้หน่วยงานใดเข้ามาร่วมทำงานก็ให้ประสานมาโดยตรง” โฆษกบช.น. กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่ามาตรการที่ดำเนินการจะสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแค่ไหน โฆษกบช.น. กล่าวว่า เชื่อว่ามั่นใจได้แน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจมีแผนป้องปรามแต่ทำไมถึงมีเหตุการณ์ระเบิดเกิดขึ้นรายวัน โฆษกบช.น. กล่าวว่า เข้าใจว่าผู้ก่อเหตุและผู้ป้องกัน ทำงานค่อนข้างหนัก อย่างหลายพื้นที่ เป็นบ้านคน คอนโด ต้องคิด ต้องทำหลายอย่าง ทั้งนี้อย่าคิดว่าเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องโยงการเมืองอย่างเดียว



