
จ่อยิงนักข่าวไทยโพสต์ดับหน้าร้านโอเกะ
สองคนร้ายอุกอาจตบผู้สื่อข่าวนสพ.ไทยโพสต์ บก.เจ้าของนสพ.ท้องถิ่น สัปดาห์นิวส์และเจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรรจนคว่ำคาโต๊ะ ในร้านคาราโอเกะ ก่อนลากออกไปใช้ขวดเบียร์ตีหัวนอกร้านและยิงซ้ำดับคาที่
(28ก.ย.) เวลา 02.20 น. ร.ต.อ.วีรวิทย์ ลภัสจารุสกุล พนักงานสอบสวนสภ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตเหตุเกิดหน้าร้านคาราโอเกะหยอดเหรียญ กม. 5 ริมถนนมาลัยแมน ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดไปตรวจจุดเกิดเหตุ พร้อมพล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผบช.ภ. 7, พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ท.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.ยงยุทธ เกิดเรือง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.จรัญ ยวงนุ่น สว.สส. เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุ เคราะห์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนจำนวนหนึ่ง
ที่เกิดเหตุริมถนนมาลัยแมน กม.ที่ 5 ที่บริเวณฟุตบาทหน้าอาคารพาณิชย์เลขที่ 11/35 ม. 6 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม เจ้าหน้าที่พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชายทราบชื่อนายประจวบ เพ็งเรือง อายุ 50 ปี ที่อยู่ตามบัตรประจำตัวประชาชนเลขที่ 40/4 ม. 4 ต.ทัพหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น สัปดาห์นิวส์ และเจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรร นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่กับพื้นลักษณะหงายหน้า สภาพศพสวมใส่กางเกงขายาวสีกากี เสื้อกล้ามสีขาวสวมทับด้วยเสื้อเชิ๊ตแขนสั้นพื้นขาวพิมพ์ลายดอกไม้ ร้องเท้าแตะแบบสวมสีขาว มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน .45 มม กระสุนปืนเข้ามุมปากขวาทะลุท้ายทอย 1 นัด หน้าอกเหนือราวนมขวา 1 นัด และนิ้วหัวแม่มือซ้าย 1 นัด ใกล้กันพบปลอกกระสุนปืน .45 มม. ตกอยู่รวม 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
ส่วนทรัพย์สินในตัวผู้ตายทั้งสร้อยคอ พระเลี่ยมทอง สร้อยข้อมือ นาฬิกา เงินสดยังอยู่ครบ โดยสร้อยคอที่แขวนพระถูกกระสุนปืนยิงจนขาดกระจุยพร้อมตะกรุด ห่างออกไปเล็กน้อยบริเวณหน้าร้านคาราโอเกะพบรถของผู้ตายจอดอยู่ ยี่ห้อเบนซ์แวน รุ่นมัสโซ เลขทะเบียน ฌฉ- 8433 กทม.สีดำที่กระจกหน้าและหลังมีโลโก้และชื่อหนังสือพิมพ์ ข่าวไทยโพสต์ และข้างรถมีโลโก้และชื่อหนังสือพิมพ์สัปดาห์นิวส์และเลข 001 ติดอยู่ จึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะร่วมกับแพทย์เวร รพ.นครปฐมชันสูตรศพและดำเนินการต่อไป
น.ส.สิริกัญญา มั่นคง อายุ 26 ปี พนักงานเสิร์ฟของร้าน น้องปลาคาราโอเกะ เลขที่ 11/33 ม. 6 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขับรถยนต์คันดังกล่าว มาจอดหน้าร้านก่อนเข้ามานั่งดื่มเบียร์และร้องเพลง หลังจากที่ผู้ตายมานั่งประมาณ 1 ชั่วโมง ก็มีชาย 2 คน คนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ และอีกคนหนึ่งรูปร่างสันทัดเข้ามาในร้าน และนั่งลงที่โต๊ะใกล้โต๊ะผู้ตายนั่งอยู่ผู้ตายซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาก็เข้าไปทักทายและพยายามจะให้ชายร่างสูงใหญ่ร้องเพลงด้วย แต่ชายร่างสูงใหญ่ฏิเสธไม่ยอมร้องเพลงด้วย ผู้ตายก็ยังเข้าไปเซ้าซี้และเอาแก้วเบียร์ไปชนแก้วเบียร์ชายร่างสูงใหญ่ที่โต๊ะจนแก้วล้ม พร้อมพูดเสียงดังบอกว่า ตนเป็นนักข่าวพร้อมพูดต่อว่าชายร่างสูงใหญ่ออกทางไมค์โฟนเสียงดังแบบไม่พอใจ จนชายร่างสูงใหญ่บันดาลโทสะใช้มือขวาตบผู้ตายล้มลง จากนั้นก็ช่วยกันลากผู้ตายออกไปหน้าร้านพร้อมกับใช้ขวดเบียร์ตีที่ศีรษะผู้ตาย แล้วลากร่างผู้ตายออกไปที่บริเวณริมฟุตบาท แล้วชายที่มีรูปร่างสูงใหญ่ก็ได้ชักอาวุธปืนจ่อยิงผู้ตาย 5 นัดจนผู้ตายล้มเสียชีวิต ก่อนจะพากันหลบหนีไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าผู้ที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายประจวบนักข่าวไทยโพสต์จนเสียชีวิตคือนายมานิตย์หรือเบิ้ม ชาวนาห้วยตะโก อายุประมาณ 40 ปีเป็นนักเลงขาใหญ่อยู่ย่านหมู่ที่ 2 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม มีประวัติยิงคนตายแล้ว 2-3 ราย โดยล่าสุดเพิ่งก่อเหตุยิงคนขับสิบล้อเสียชีวิตในพื้นที่ตำบลหนองปากโลงเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา และเพิ่งเข้ามอบตัวสู้คดี ก่อนที่จะมาก่อเหตุยิงนายประจวบฯนักข่าวไทยโพสต์เสียชีวิตอีกเป็นรายล่าสุด
พล.ต.ท.พงษ์สันต์ กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่คนร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงมอบให้พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงศ์ รองผบช.ภ. 7 ดำเนินการสั่งการให้พล.ต.ต.พศิน นกสกุล ผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.วัฒนา พิมพ์อัฐ ผกก.สภ.เมือง นครปฐม เร่งสอบปากคำพยานที่อยู่ในเหตุการณ์พร้อมให้เร่งขออนุมัติหมายจับนายมานิตย์หรือเบิ้ม ชาวนาห้วยตะโก มือปืนที่สังหารนายประจวบฯนักข่าวไทยโพสต์ ให้ได้โดยเร็ว
ผบช.ภ. 7 ยังกล่าวอีกว่า จากข้อมูลประวัตินายมานิตย์หรือเบิ้มมือปืนรายนี้ถือเป็นบุคลอันตราย ที่ผ่านมาก่อเหตุมาหลายครั้ง และล่าสุดก็ได้ก่อเหตุยิงคนขับรถสิบล้อจนเสียชีวิตในพื้นที่สภ.เมืองนครปฐม และมีหมายจับก่อนที่จะประกันตัวออกไป จากข้อมูลประวัติคนร้ายรายนี้ ถือเป็นผู้ที่ใช้อาวุธปืนอย่างคึกคะนอง หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวและจับกุมต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก ถ้าคนร้ายขัดขืนการจับกุมหรือมีการตอบโต้ ก็อาจจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการรุนแรงตอบโต้เช่นเดียวกัน ส่วนสาเหตุการสังหารนักข่าวไทยโพสต์นี้ จากข้อมูลและพยานในที่เกิดเหตุเชื่อว่าเป็นเรื่องวิวาทซึ่งหน้าไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลังและรู้ตัวคนร้ายซึ่งคงจะจับกุมได้ในไม่ช้านี้
แหล่งข่าวรายหนึ่งซึ่งมีความสนิทสนมผู้ตาย บอกว่า ผู้ตายนอกจะเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง และเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นแล้วยังเป็นเจ้าของธุรกิจบ้านจัดสรรและที่ดินในพื้นที่จ.นครปฐมด้วย และที่ผ่านมาผู้ตายมีปัญหาเรื่องไม่ยอมจ่ายค่าก่อสร้างให้ผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านจัดสรรในพื้นที่หลายราย จนผู้รับเหมาบางรายเป็นหนี้เป็นสินจำนวนหลายล้านบาท ถึงกับต้องหย่ากับภรรยา เพื่อป้องกันการฟ้องร้อง จนเป็นเรื่องความขัดแย้งที่อาจเป็นชนวนในการสังหารนายประจวบ โดยมือปืนอาจมีการเฝ้าติดตามนายประจวบ และทำทีเป็นมาเที่ยวร้านเดียวกันจนทำให้มีเรื่องเหมือนเป็นการทะเลาะวิวาทเพื่ออำพรางชนวนการสังหารก็เป็นได้



