ข่าว

ตลาดอสังหาฯภูเก็ตมีแววไปได้สวยบาทแข็งไม่กระทบ-ชี้การเมืองสงบฟื้นความเชื่อมั่น

ตลาดอสังหาฯภูเก็ตมีแววไปได้สวยบาทแข็งไม่กระทบ-ชี้การเมืองสงบฟื้นความเชื่อมั่น

28 ก.ย. 2553

ไนท์แฟรงค์มองตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตมีแนวโน้มดีขึ้น ชี้หากการเมืองนิ่ง ตลาดเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนกลับมาได้แน่ เพราะมีปัจจัยหนุนเรื่องการท่องเที่ยว ระบุค่าเงินบาทแข็งไม่กระทบตลาดวิลล่าและคอนโดในภูเก็ต เหตุส่วนใหญ่ซื้อเงินสดและจ่ายเป็นดอลล์

 นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดภูเก็ต ว่า เริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น หากไม่มีความวุ่นวายทางการเมืองกลับมา ตลาดจะสามารถเรียกความมั่นใจจากผู้ซื้อและนักลงทุนกลับคืนมาได้ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศผู้ซื้อหลักของตลาดวิลล่าและคอนโดมิเนียมภูเก็ตในเอเชีย เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และยุโรปบางประเทศ เริ่มฟื้นตัว ทำให้กลุ่มผู้ซื้อในประเทศเหล่านี้มีความมั่นใจที่จะซื้อบ้านพักตากอากาศที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น ภูเก็ต

 นอกจากนี้ การเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ภูเก็ตและการปรับปรุงขยายสนามบินนานาชาติภูเก็ต ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2556 จะสามารถรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้ถึงปีละ 12.5 ล้านคน โดยทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยบวกแก่ตลาดอสังหาฯ ในภูเก็ต อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าเงินยูโร และปัญหาทางเศรษฐกิจในประเทศ เช่น กรีซและสเปน ก็จะทำให้ราคาวิลล่าและคอนโดตากอากาศในประเทศทั้งสองลดลง ก็จะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านราคา หรือเพิ่มคู่แข่งกับตลาดภูเก็ตเช่นเดียวกัน

 "การแข็งค่าของเงินบาท และแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่น่าจะมีผลกระทบต่อตลาดวิลล่าและคอนโดในภูเก็ตมากนัก โดยเฉพาะตลาดวิลล่า เพราะส่วนใหญ่ซื้อขายเป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐอยู่แล้ว และผู้ซื้อส่วนใหญ่ซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นเงินสดไม่ได้กู้เงินจากแหล่งทุนในประเทศไทย จึงไม่ได้มีผลกระทบมากนัก" นายพนมกล่าว

 สำหรับภาพรวมตลาดวิลล่าในภูเก็ตช่วงครึ่งปีแรกนั้น ในไตรมาสแรกมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น แต่ปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในช่วงไตรมาส 2 ทำให้สถานการณ์แย่ลง อย่างไรก็ตาม แนวโน้มในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เริ่มมีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ไม่มีจำนวนอุปทานวิลล่าเกิดขึ้นใหม่ ทำให้ตลาดไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

 อย่างไรก็ตาม ราคาเฉลี่ยของตลาดวิลล่าในภูเก็ตช่วงไตรมาสแรกของปีลดลงประมาณ 14% จากราคา 59 ล้านบาทของปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 50.3 ล้านบาท ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงของวิลล่าเป็นผลมาจากปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขาย จึงทำให้เจ้าของโครงการเสนอเงื่อนไขที่จูงใจการซื้อมากขึ้นรวมถึงการลดราคา 

 ส่วนตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตในไตรมาสแรกของปีนี้มีจำนวน 4,686 ยูนิต เพิ่มขึ้น 65 ยูนิตจากปลายปีที่ผ่านมา และจากการสำรวจพบว่า ยอดขายคอนโดมิเนียมในภูเก็ตยังมียอดขายพอสมควร ซึ่งโดยเปรียบเทียบแล้วตลาดคอนโดมิเนียมมีแนวโน้มที่ดีกว่าตลาดวิลล่า ขณะที่ตลาดโรงแรมได้รับผลกระทบจากปัญหาความไม่สงบอย่างชัดเจนในไตรมาส 2 แต่เมื่อปัญหาการเมืองดีขึ้นตลาดโรงแรมน่าจะฟื้นตัวได้ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันตลาดโรงแรมจะค่อนข้างรุนแรงขึ้น