
นครบาลติง"เสื้อแดง"ชุมนุมขัดกฏหมาย
นครบาล ประกาศเตือนม็อบเสื้อแดง อย่าปิดกั้นทางเข้าออกทำเนียบ ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่"นายกฯ-ครม." ถือมีความผิดชุมนุมไม่สงบ ตำรวจมีอำนาจสลายการชุมนุม เช่นเดียวกับเหตุการณ์ " พันธมิตรฯ 7 ต.ค.
(30มี.ค.) เวลา 11 .00 น. พล.ต.ท.วรพงษ์ ชิวปรีชา ผบช.น. กล่าวว่า ได้เตือนผู้ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.ให้ชุมนุมโดยสงบ หากมีการปิดล้อม ปิดกั้นประตู ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าออกทำเนียบรัฐบาลขัดขวางการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการของนายกรัฐมนตรีและคณะทำงานเมื่อไหร่ ถือเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบไม่อยู่ในกรอบรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 63 และถือเป็นพฤติการณ์ทำนองเดียวกันกับการที่กลุ่มพันธมิตรฯปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551 ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอำนาจหน้าที่เข้าสลายการชุมนุมได้
ส่วนมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยการจัดกำลังตำรวจดูแลความปลอดภัยพื้นที่โดยรอบทำเนียบฯนั้น ตำรวจนครบาลจะประชุมประเมินสถานการณ์ในช่วงบ่าย 2 โมงวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนเนื้อหาข้อความที่ปรากฎในใบประกาศกองบัญชาการตำรวจนครบาลนั้นระบุว่า ที่กลุ่มแนวร่วมประชา ธิป ไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ได้มายึดพื้นที่บริเวณ โดยรอบทำเนียบรัฐบาลเป็นพื้นที่ชุมนุม และมีการปิดกั้นประตูทางเข้า ออก ทุกด้านไว้ โดยบรรดาแกนนำการชุมนุมประกาศเจตนารมณ์ อย่นางชัดเจนว่าจะขัดขวางไม่ให้นายกรัฐมนตรี และรับมนตรี เข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการตั้งแต่วันที 26 มีนาคม 2552 เป็นต้นมานั้น
กองบัญชาการตำรวจนครบาลขอประกาศให้ทราบว่า พฤติการณ์ผู้ชุมนุมที่มีการปิดล้อม ปิดกั้นประตู ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าออก ทำ เนียบรัฐบาล เพื่อขัดขวางการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ราชการของนายกรัฐมนตรี กับพวกดังกล่าวแล้วนั้น ถือว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่สงบ จึงไม่ใช่เป็นการชุมนุมที่อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 63 แต่อย่างใด ในทำนองเดียวกับการที่พันธมิตรฯทำการชุมนุมปิดล้อมรัฐสภา เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551
ซึ่งศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ว่าเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงมีอำนาจหน้าที่ที่จะเข้าสลายการชุมนุมได้ จึงขอให้บรรดาแกนนำผู้จัดการชุมนุม และผู้ร่วมชุมนุมทุกคน ได้หยุดการกระทำอันเป็นการขัดขวางเส้นทาง เข้า ออก ทำเนียบรัฐบาลดังกล่าวแล้วโดยทันทีเมื่อทราบประกาศนี้ หากไม่ยอมเลิกการกระทำดังกล่าว เจ้าหน้าที่จะเข้าควบคุมฝูงชนตามลำดับขั้นตอน จากเบาไปหาหนัก
โดยในขั้นต้นเจ้าหน้าที่จะใช้เพียงโล่เป็นอุปกรณ์เสริมการปฏิบัติเท่านั้นและจำดำเนินการตามกฎหมายกับแกนนำ และหรือผู้ชุมนุมที่กระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย อย่างจริงจังทุกรายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากบรรดาผู้ชุมนุมเป็นอย่างดี เพราะการแก้ปัญหาทางการเมืองต้องใช้วิถีทางในทางการเมือง ไม่ใช่การใช้กำลังหรือความรุนแรง จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน



