
เอกชนไทย-มาเลย์ได้5ข้อตกลงความร่วมมือ"การค้า-ท่องเที่ยว"
สภาหอการค้าไทยเผยผลหารือระหว่างภาคเอกชนในงานลิมอดาซาร์ ซัมมิท สรุป 5 ข้อส่งเสริมกิจกรรมด้านการค้า โลจิสติกส์ และการท่องเที่ยว หนุนลดอุปสรรคระหว่างกัน
นายศิริชัย ปิติเจริญ กรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และประธานคณะทำงานลิมอดาซาร์ เปิดเผยว่า การประชุมหารือกับภาคเอกชน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และผู้แทนภาคเอกชน 5 รัฐของมาเลเซียในทางตอนเหนือ หรือ ลิมอดาซาร์ ซัมมิท ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้หารือเรื่องความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ 5 สาขา โดยทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันดังนี้ 1.การค้า จะให้มีการจัดทำ ลิมอดาซาร์ บิสิเนส คาร์ด เพื่ออำนวยความสะดวกในการข้ามพรมแดนสำหรับนักธุรกิจสองฝ่าย โดยจัดช่องทางพิเศษที่ด่านชายแดนแก่ผู้ถือบัตรดังกล่าว
2.สนับสนุนการจับคู่ธุรกิจด้านไฟเบอร์ โพรดักส์ จากปาล์ม จากมาเลเซีย เพื่อผลิตเป็นอาหารสัตว์และเฟอร์นิเจอร์ที่นอน ความร่วมมือด้านการขยายตลาดสินค้านมแพะของไทยในมาเลเซีย 3.ด้านการลงทุน ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องสิทธิพิเศษด้านการลงทุนระหว่างกัน
4.ด้านโลจิสติกส์ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า ตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ควรเป็นเขตเศรษฐกิจการค้า และขอให้ทั้งสองฝ่ายปรับปรุงพิธีการศุลกากร ที่ด่านชายแดนให้มีความรวดเร็ว รวมทั้งเห็นควรเสนอ รมช.พาณิชย์ของไทย และรมช.อุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศของมาเลเซีย พิจารณาสนับสนุนการเชื่อมโยงโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศ เช่น การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส และการสร้างอุโมงค์สตูล-ปะลิส รวมทั้งการสร้างทางด่วนเส้นทางหาดใหญ่-จังโหลน
5.ส่วนการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายเห็นควรส่งเสริมผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวร่วมกัน โดยเฉพาะสินค้าฮาลาล และพัฒนาการท่องเที่ยวร่วมกัน รวมทั้งการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เช่น การจัดทำป้าย 2 ภาษา ทั้งภาษาท้องถิ่นและภาษาอังกฤษ รวมทั้งการเปิดด่านที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว 24 ชั่วโมง เช่น ด่านเบตง



