
ถึงเวลาอยู่หน้าฉาก"ผู้นำการเมืองตัวจริง"
วันนี้จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.สุราษฎร์ธานี ผมมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะลงสมัครได้ การที่ลาออกจากส.ส.ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปลงสมัครอีกไม่ได้ ชัดถ้อยชัดคำเสียงยืนยันการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประช
หลังจากที่ประชุมสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ สาขา จ.สุราษฎร์ธานี มีมติเสนอชื่อ "สุเทพ" ลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 1 แทน "ชุมพล กาญจนะ" ที่ถูก กกต.ตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี หลังจากแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ
จากนี้จะต้องนำมติไปหารือในคณะกรรมการคัดเลือกตัวผู้สมัครที่มี "บัญญัติ บรรทัดฐาน" กรรมการที่ปรึกษาพรรค เป็นประธาน ก่อนจะนำเข้าหารือขั้นสุดท้ายในการประชุมกรรมการบริหารพรรค
ในพรรคประชาธิปัตย์กลุ่มที่ใหญ่ที่สุด คือ "กลุ่มสุเทพ" มี ส.ส.ในมือกว่า 100 เสียง ดังนั้นเรื่องมติพรรคไม่ต้องบอกก็พอคาดเดาได้ว่ามติจะออกมาในทิศทางไหน
ดังนั้น สุดท้ายพรรคประชาธิปัตย์จะส่ง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ลงสมัครเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี เขต 1 ในนามพรรคอย่างแน่นอน
จากเหตุผลที่ "เทพไท เสนพงศ์" ส.ส.นครศรีธรรมราช ยกมากล่าวเพื่อสนับสนุนให้ "สุเทพ" ลงสมัครส.ส.ครั้งนี้ มีเรื่องระยะเวลาการหาเสียงที่มีน้อยแค่ 30 วัน อาจหาเสียงไม่ทั่วถึง, วาระสภาชุดนี้มีไม่มาก, การสรรหาบุคคลใหม่มาลงกระชั้นเกินไป, การที่สุเทพไม่ได้เป็นส.ส.ทำให้ขาดการประสานงานระหว่างส.ส.พรรค และเป็นมติของ 3 สาขาพรรคเป็นเอกฉันท์
มีคำถามตามมาว่าทำไมในเมื่อสภาชุดนี้มีเวลาไม่มาก "สุเทพ" ต้องลงสมัครด้วยตัวเอง ใน จ.สุราษฎร์ธานี "ถิ่นสุเทพ" มีหรือจะปล่อยให้พรรคอื่นชนะเลือกตั้ง
ปัญหาในพรรคร่วมรัฐบาลทุกวันนี้ "สุเทพ" ก็แทบจะวิ่งเคลียร์ไม่ไหว เพราะมี "คดีใหญ่" ที่สังคมจับตา จนถึงขณะนี้ก็ยังแก้ปัญหาไม่ตก
ดังนั้นการลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานีครั้งนี้น่าจะมีเหตุผลอย่างอื่นมากกว่าที่ "เทพไท" ยกมาเป็นข้ออ้าง
ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่กระแส "นายกฯ สำรอง" เป็นเรื่องใหญ่ระหว่างการพิจารณาคดี "ยุบพรรคประชาธิปัตย์" ประกอบกับคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก "ส.ส."
เรื่องทั้งหมดจึงมาขมวดปมลงที่ทำไม "สุเทพ" ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี เพราะเป็นประตูสู่คุณสมบัติการเป็น "นายกฯ สำรอง"
แม้ว่าจะมีเสียงจาก "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค บอกว่า "เพิ่งรู้เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านว่า คุณสุเทพจะลงเลือกตั้งซ่อม ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ใช่ที่จะให้คุณสุเทพเป็นนายกฯ สำรองแน่นอน แต่ถ้าไข้หวัดนกลงในพรรคแล้วตายกันหมดก็ค่อยว่ากัน"
คำพูดดังกล่าวแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง "ชวน" กับ "สุเทพ" ได้เป็นอย่างดี !
แม้ว่า ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์จะประสานเสียงมั่นใจพรรคไม่ได้ทำผิดในคดีเงินบริจาค 258 ล้าน กับ คดีใช้เงินกองทุนพัฒนาการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ แต่ทุกพรรคการเมืองจะมี "ทีมกฎหมาย" คอยให้ข้อมูลประกอบกับความเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดเวลา
และเผอิญว่า "ทีมกฎหมายชั้นยอด" ส่วนใหญ่ให้ข้อมูลค่อนข้างตรงกันเกี่ยวกับคดีพรรคประชาธิปัตย์ขณะนี้ถึงขั้นนั่งนับนิ้ว "ใครบ้าง" จะอยู่หรือไป
มีการประเมินกันว่าหากกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุด "บัญญัติ บรรทัดฐาน" เป็นหัวหน้าพรรค และ "ประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์" ในฐานะเลขาธิการพรรค ต้องถูกตัดสิทธิทางการเมืองกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาท จะทำให้ส.ส.ประชาธิปัตย์หายไปจากสภาประมาณ 23 คน ทำให้เสียงฝ่ายรัฐบาลมีมากกว่าฝ่ายค้าน 1-2 เสียง
ถือว่าเสียงรัฐบาลปิ่มน้ำมาก!
แต่ถ้าเลวร้ายที่สุดกรรมการบริหารถูกตัดสิทธิทางการเมือง 2 ชุด ทั้งชุด "บัญญัติ" และ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" จะทำให้เสียงส.ส.ประชาธิปัตย์หายไปจากสภาประมาณ 33-34 เสียง
อาจทำให้ "ประชาธิปัตย์" ไม่ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเรื่องนี้ "ทีมกฎหมาย" พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา น่าจะคาดเดาว่ากรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์จะถูกตัดสิทธิทั้ง 2 ชุด ทาง "เสธ.หนั่น" จึงขับเคลื่อนเรื่องการปรองดอง เพื่อชิงจัดตั้งรัฐบาล
การที่ "เสธ.หนั่น" ออกโรงเองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้หลายคนเริ่มไหวตัวว่า "พายุใหญ่" กำลังจะมา ทุกคนจึงต้องเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงและการเลือกตั้งซ่อมส.ส.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ อาจมีการรับรองผลการเลือกตั้งซ่อมก่อนตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์
คำพูดของ "เสธ.หนั่น" ที่ออกมาบอกว่า "สุเทพ" เป็นนายกรัฐมนตรีได้ ถือเป็นการมาถูกทางการเมือง ไม่ใช่เอนเอียงไปทาง "สุเทพ" แต่ถือเป็นการชี้เป้าให้ "สุเทพ" ถูกถล่มมากกว่า
เหมือนกระแสข่าว "สุเทพ" โทรศัพท์คุยกับ "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคภูมิใจไทยที่จะให้ "กรณ์ จาติกวณิช" เป็น "นายกรัฐมนตรี" หากประชาธิปัตย์เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง เมื่อโยนหินถามทางจบก็ตบท้ายปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมกับเปรียบ "กรณ์" กระดูกทางการเมืองคนละเบอร์กับอภิสิทธิ์
ปิดทาง "นายกฯ สำรอง" ของ "กรณ์" เรียบร้อย!
นักการเมืองส่วนใหญ่ ลงสมัครส.ส.เพราะอยากเป็น "รัฐมนตรี" แต่คนที่ได้นั่งเก้าอี้ "รัฐมนตรี" มาหลายกระทรวงอย่างน้อยชีวิตนี้หากมีโอกาสก็อยากเป็น "นายกรัฐมนตรี" สักครั้ง และเชื่อว่าถ้า "สุเทพ" ได้นั่งแนวโน้มจะเป็นรัฐบาลยาวนานครบวาระถึงปลายปี 2554
แม้ว่า "เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์" จะประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลได้ แต่การได้เป็น "นายกฯ" จะเห็นความเป็น "ผู้นำการเมืองตัวจริง"
นอกจากนี้ด้วยบุคลิกของ "สุเทพ" สามารถประสานกับกลุ่มต่างๆ กลุ่มบรรหาร ศิลปอาชา,เสนาะ เทียนทอง, พินิจ จารุสมบัติ, ไพโรจน์ สุวรรณฉวี, ปรีชา เลาหพงศ์ชนะ, พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก
ส่วน "กลุ่มเนวิน" ไม่ต้องพูดถึงมีการคุยกันตลอดเวลาอยู่แล้วใกล้ชิดสนิทสนมกันจนมีเสียงแซวว่าขนาด "ดีเอ็นเอ" ยังคล้ายกันเลย !
ยศวดี หงษ์ทอง /สมถวิล เทพสวัสดิ์



