ข่าว

อภิสิทธิ์ชู3ประเด็นฟื้นความสัมพันธ์ไทย-เขมร

อภิสิทธิ์ชู3ประเด็นฟื้นความสัมพันธ์ไทย-เขมร

27 ก.ย. 2553

"นายกฯ"อภิสิทธิ์ชู 3 ประเด็นฟื้นสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา ลั่นเคลียร์ปัญหาเขตแดนชัดก่อนถึงเดือน มิ.ย. 2554

(27ก.ย.)  เมื่อเวลา 17.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาว่า หลายเรื่องที่ตนได้พูดคุยกับสมเด็จฯฮุน เซน นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นส่วนสำคัญอยู่แล้วในการฟื้นความเชื่อมั่น ความร่วมมือ และความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งได้เดินหน้าในเรื่องที่พูดคุยกันไว้

 ทั้งนี้หลักที่มีการพูดคุยกันคือ 1. อย่านำปมขัดแย้งในเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาเป็นปัญหาของความสัมพันธ์ในภาพรวมทั้งหมด 2. เรื่องใดที่เป็นปมปัญหาอยู่ และมีกลไกของการแก้ไขหรือมีข้อตกลงกันอยู่ ก็ขอให้ดำเนินการตามกลไกนั้น อย่าให้ลุกลามบานปลายออกไป 3. ถ้ามีการส่งเสริมเรื่องของการแลกเปลี่ยน การเยือน และการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น เรื่องของวัฒนธรรม กีฬา เป็นต้น ให้มากขึ้น ก็จะทำให้เกิดความเข้าใจที่ดีระหว่างประชาชนกับประชาชน

 เมื่อถามว่าคิดว่าจะทำความเข้าใจกับภาคประชาชนที่เคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะดูเหมือนเขารอคอยให้มีการแก้ปัญหาที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาดและมีรูปธรรมมากกว่านี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่จะเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ง่ายๆ เพราะปัญหาพื้นฐานยังมีอยู่ตราบเท่าที่มีข้อโต้แย้งกัน โดยเราเห็นว่าเส้นเขตแดนอยู่ที่หนึ่ง แต่เขาเห็นว่าอยู่อีกที่หนึ่ง มันก็ไม่มีอะไรที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด และจะยังเป็นปัญหาจนกว่ามีแนวทางที่จะหาข้อยุติได้

 "แต่เรามีกระบวนการที่เราทำอยู่ และตนยืนยันว่าสิ่งที่รัฐบาลดำเนินการในแต่ละเรื่องนั้นได้คำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุด และอธิปไตยของชาติอยู่แล้ว อีกทั้งต้องทำด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง โดยต้องมีการคาดการณ์ด้วยว่าการเลือกดำเนินการด้วยวิธีใด จะมีผลกระทบกลับมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไร" นายกฯกล่าว

  เมื่อถามต่อว่ารวมถึงปัญหาการละเมิดบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู)ระหว่างรัฐบาลไทยกับกัมพูชา ว่าด้วยการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนทางบก ปี 2543 ในเรื่องการอ้างสิทธิ์พื้นทับซ้อน จะแก้ได้ด้วยเช่นกันใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มันมีขั้นตอนการดำเนินการอยู่

 ต่อข้อถามว่าจะกลายเป็นการชะลอการเผชิญหน้ากันหรือไม่ เพราะสุดท้ายทั้ง 2 ฝ่ายอาจต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งเกี่ยวกับปัญหาการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก่อนจะถึงเดือน มิ.ย. 2554 เราหวังว่าการทำงานในหลายด้านจะช่วยให้มันมีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเราก็พยายามหาจุดในการแก้ปัญหาร่วมกันได้