ข่าว

เสถียรภาพกับการเลือกตั้ง

เสถียรภาพกับการเลือกตั้ง

28 ก.ย. 2553

การเมืองประชาธิปไตยแบบไทยๆ ซึ่งต่างชาติถือว่าถูกต้องตามหลักสากลนั้น ต้องมีการเลือกตั้งโดยประชาชน และรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้งเท่านั้นได้รับการยอมรับ แต่จะไม่มีการมองรายละเอียดว่าการเลือกตั้งแบบไทยๆ

 นั้นแตกต่างจากที่อื่นอย่างไร โดยเฉพาะการซื้อเสียงโดยนักการเมือง เป็นมาทุกยุค และนับวันจะซับซ้อน มีความหลากหลายมากขึ้น แต่การเลือกตั้งเพื่อสรรหานายกฯ นั้น ไม่ได้รับการยอมรับเสมอไป ถ้ามีการซื้อเสียงอย่างมากมาย รวมทั้งพฤติกรรมไม่ซื่อ การโกงในลักษณะต่างๆ รวมทั้งการเลือกปฏิบัติ การปล่อยปละละเลย โดยองค์กรซึ่งมีหน้าที่ดูแล ควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม เปิดเผย ตรงไปตรงมา สามารถตรวจสอบได้ แม้แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ก็ยังถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งๆ ที่ได้รับการเลือกในกระบวนการของสภาผู้แทนฯ ดังเช่นนายกฯ คนอื่นๆ ก่อนหน้านั้นก็ตาม

 ที่ผ่านมา นายกฯ อภิสิทธิ์เผชิญแรงกดดันมาโดยตลอด โดยพรรคการเมืองและกลุ่มการเมือง ซึ่งต้องการเป็นรัฐบาล และไม่คำนึงถึงกฎ กติกา โดยอ้างในลักษณะที่ว่า ถ้าพวกตัวเองไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็ไม่ถือว่าเป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบ ซึ่งอันที่จริง การมองเช่นนั้น เป็นการเอาแต่ได้ ไม่ยอมรับชัยชนะของผู้อื่น และเห็นการเมืองเป็นเพียงแค่เกม แต่มุ่งหวังผลประโยชน์โดยการทุจริต คอรัปชั่น ดังที่ได้เกิดขึ้นทุกยุค

 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ อภิสิทธิ์ ได้แถลงต่อสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ โดยแสดงความเชื่อมั่นว่า หากภายใน 6 เดือนข้างหน้าสถานการณ์ยังคงมีเสถียรภาพ ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งในปีหน้า แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับพรรคฝ่ายค้านและกลุ่มคนเสื้อแดงด้วยว่าจะให้การตอบรับอย่างไร และถ้าพรรคฝ่ายค้านและกลุ่มคนเสื้อแดงสามารถพิสูจน์ได้ว่าต้องการที่จะให้ระบอบประชาธิปไตยสามารถเดินไปข้างหน้า และทำให้เกิดความปรองดองร่วมกัน รวมทั้งปฏิเสธความเคลื่อนไหวที่ผิดกฎหมายหรือนำไปสู่ความรุนแรง คิดว่าเมื่อนั้นบ้านเมืองคงบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้

 นอกจากนั้น นายกฯ อภิสิทธิ์ยังได้ย้ำอีกว่าสถานการณ์ได้กลับคืนสู่ภาวะปกติอย่างสมบูรณ์แล้ว และยืนยันว่าประชาชนทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากการที่รัฐบาลยังคงประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินอยู่ แต่ได้ระบุว่าการคุกคามสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนนั้น สื่อมวลชนที่ยั่วยุให้เกิดความรุนแรงเท่านั้นที่ถูกสั่งปิด และพร้อมจะประกาศเลิกภาวะฉุกเฉินในจังหวัดที่ยังเหลืออยู่

 เงื่อนไขเกี่ยวกับเสื้อแดงนั้น คงยากที่จะกำหนดได้ เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงยังคงจัดกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่อง ทั้งในไทยและต่างประเทศ วันเสาร์ที่ผ่านมาเช่นกัน มวลชนเสื้อแดงก็มีกิจกรรมในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่เป็นการเน้นเพียงประเด็นคนเสื้อแดงถูกสังหาร ได้รับการปฏิบัติไม่เป็นธรรม แต่ไม่ยอมเอ่ยถึงการเผาบ้าน เผาเมือง การก่อการร้าย ปล้นสะดมศูนย์การค้า ดังนั้น การประกาศว่าจะให้มีการเลือกตั้ง และต่อปากต่อคำกันนั้น คงเป็นเพียงเกมการเมืองกันมากกว่า เพราะทุกพรรคยังไม่พร้อมเต็มที่ แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะได้เปรียบทางการเมืองก็ตาม ดังนั้น ประชาชนจะเชื่อว่ามีเลือกตั้ง ก็ต่อเมื่อมีการยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งเท่านั้น