ข่าว

ยังมีความหวังอันใด

ยังมีความหวังอันใด

28 ก.ย. 2553

นายกฯ มารค์กลับจากภารกิจในสหรัฐ ได้พบปะนักการเมืองคนดังจากกลุ่มจี 20 และสมาชิกสหประชาชาติ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันหลากหลาย คงได้มุมมองต่างๆ

ยูเอ็นก็เหมือนแกงโฮะ หรือจับฉ่าย มีผู้นำประเทศที่มีบุคลิกร้อยพ่อพันแม่ ไปที่นั่นเพื่อหาหนทางทำอย่างไรในการยกระดับสถานภาพของประเทศในประชาคมโลก สร้างอำนาจต่อรอง เจรจาปัญหาต่างๆ เช่น อิสราเอลและปฏิปักษ์รอบด้านในตะวันออกกลาง ลามไปถึงแอฟริกา รวมทั้งอิหร่าน ยังหาทางออกไม่ได้จนทุกวันนี้

 สุนทรพจน์ที่นายกฯ มาร์คไปพูดที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย คงเหมาะสำหรับสังคมที่การเมืองพัฒนาแล้ว ไม่เข้าหูพวกหัวกลมกะโหลกหนารับจ้างจัดม็อบทำลายบ้านเมือง หรือพวกนักการเมืองสั่วๆ ดิ้นรนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางโกงกินบ้านเมือง

 ปัญหาของคนในบ้านเรานับวันจะห่างจากทางออก หรือสภาวะของความสมานฉันท์ ประชาชนแตกแยกเป็นสี มีผลประโยชน์การเมืองเกี่ยวโยงซับซ้อน เจ้าหน้าที่ กลไกบ้านเมือง โดยเฉพาะกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดได้สูญเสียความเชื่อมั่น ความไว้วางใจของประชาชนจนแทบไม่เหลือ เช่นขั้นต้นและขั้นกลาง คือตำรวจและอัยการ

 ไม่ใช่จู่ๆ ก็เป็นอย่างนี้ แต่เป็นเพราะผลงานและพฤติกรรมสั่งสมด้านลบ ทำให้ประชาชนรู้สึกสิ้นหวัง ถ้าจะยังมองโลกในแง่ดี ก็มีเพียงความเชื่อที่ว่าตำรวจและอัยการดีๆ ยังมีอยู่ เพียงแต่ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งสำคัญซึ่งกำกับทิศทางของการปฏิบัติหน้าที่ของทุกคนให้อยู่ในกรอบ มีจิตสำนึกในการรับใช้ประชาชน ดำรงความเที่ยงธรรมในแผ่นดิน

 กระบวนการยุติธรรมในขั้นศาลนั้น คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคดีกล้ายางนั้นได้สร้างความคลางแคลงใจให้ประชาชนซึ่งติดตามรายละเอียดของคดี และอาจทำให้มีผลกระทบต่อความเชื่อเรื่อง “ตุลาการภิวัฒน์” ว่าจะยืนระยะท่ามกลางความขัดแย้งและอำนาจได้นานเพียงใด เมื่อมีแรงกดดันหลายรูปแบบ บางประเด็นก็พูดอย่างเปิดเผยไม่ได้

 คงหวังได้ว่าเงื่อนงำหรือความแคลงใจจะไม่เกิดขึ้นในคดีต่างๆ นอกจากองค์กรที่ว่านี้แล้ว ประชาชนยังมองหน่วยงานอื่นๆ ด้วยสายตาเชื่อมั่นไม่เต็มร้อย บางองค์กรถึงขั้นติดลบเพราะผู้นำ หรือบางคนมีผลงานการปฏิบัติไม่โปร่งใส มีผลประโยชน์แฝงเร้น

 องค์กรเหล่านี้ต้องรวม ป.ป.ช. ปปง. ดีเอสไอ กกต. ซึ่งเกี่ยวโยงกับประชาชน มีส่วนได้ส่วนเสียและอิทธิพลต่อทิศทางของอนาคตประเทศ ถ้าหากขาดความเที่ยงธรรม ทำงานด้วยความลำเอียง เพื่ออามิสสินจ้าง มีผลประโยชน์ลึกล้ำบางอย่าง

 ถ้าจะว่ากันตรงๆ ก็คือ เมืองไทยเกือบอยู่ในสภาพสิ้นหวัง เพียงแต่ยังเชื่อว่าบ้านนี้เมืองนี้มีคนดีมากกว่าคนชั่ว ไม่อย่างนั้นคงล่มจม เสียความเป็นชาติไปนานแล้ว

 มันก็ไม่แน่ มีคนเลวๆ จำนวนน้อย แต่อยู่ในตำแหน่งสำคัญในองค์กรต่างๆ ก็สร้างความวิบัติให้แผ่นดินเช่นกัน ดูสภาผู้แทนราษฎรนั่นไง ทุกวันนี้มีสักกี่คนที่ทำงานเป็น “ผู้แทน” ของประชาชน ไม่รับใช้กลุ่มผลประโยชน์ แต่กินเงินเดือนจากภาษีประชาชน บางคนเป็น “ผู้แทน” ของคนเพียงคนเดียว เป็นคนร้ายหนีโทษจำคุกด้วยซ้ำ

 บ้านเราเพี้ยนหนัก ทหารกลัวรบกับเขมร แกนนำพรรคหักดิบหัวหน้า รัฐมนตรี ข้าราชการ หักหน้านายกฯ แต่นายกฯ ไม่กล้าไล่ออก แบบนี้ยังจะอยู่ได้หรือนิ! อิอิอิ!!!