ข่าว

“รถไฟฟ้ารางเดี่ยวเมืองพัทยา”
อภิมหาโปรเจกท์ยักษ์ 4 พันล้าน

“รถไฟฟ้ารางเดี่ยวเมืองพัทยา” อภิมหาโปรเจกท์ยักษ์ 4 พันล้าน

28 ก.ย. 2553

เมืองพัทยานับเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่ละปีมีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหลายล้านคน ระบบสาธารณูปโภคจึงเป็นสิ่งสำคัญและได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้ "อิทธิพล คุณปลื้ม" ในฐานะหัวหน้าทีมเรารักษ์พัทยา ได้เสนอนโยบายสำคัญ

  ในที่สุดโครงการดังกล่าวกำลังเดินหน้า ด้วยการผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมสภาพร้อมจัดจ้างบริษัท โชติจินดา มูเชล คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เทสโก้ จำกัด เป็นบริษัทที่ปรึกษา ภายใต้งบประมาณกว่า 4,000 ล้านบาท

 รถไฟฟ้ารางเดี่ยว หรือ โมโนเรล จะมี 2 เส้นทาง ประกอบด้วย สายแรก เริ่มจากสถานีหน้าศาลาว่าการเมืองพัทยา พัทยาเหนือ ถึงท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ใช้เส้นทางถนนพัทยาสายสอง มีจุดสถานีจอด 5 สถานี คือ 1.สถานีศาลาว่าการเมืองพัทยา 2.สถานีเซ็นทรัล เซ็นเตอร์ (บิ๊กซีพัทยาเหนือ) 3.สถานีพัทยากลาง บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล พัทยา บีช 4.สถานีพัทยาใต้ บริเวณวัดชัยมงคล และ 5.สถานีท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮายพัทยาใต้

 ส่วนเส้นทางที่ 2 เริ่มต้นจากสถานีศาลาว่าการเมืองพัทยาไปตามเส้นทางพัทยาเหนือขึ้นถนนสุขุมวิทสิ้นสุดที่ซอยชัยวิถี หรือซอยหนองปรือ โดยมีสถานีจอด 4 สถานีหลัก คือ 1.สถานีศาลาว่าการเมืองพัทยา 2.สถานีรถโดยสารรุ่งเรือง 3.สถานีบริเวณโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา และ 4.ไปสิ้นสุดที่สถานีซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า ภายในซอยชัยพรวิถี รวมระยะทาง 2 เส้นทางนำร่อง 10.6 กิโลเมตร

 โครงการอภิมหาโปรเจกท์ที่ใช้งบประมาณมหาศาลนี้ ย่อมมีผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดย นางรัตนา อ่องสมบัติ ตัวแทนชาวบ้าน กลับมองว่า โครงการดังกล่าวไม่เกิดประโยชน์ต่อภาพรวมด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยา และไม่คุ้มกับการลงทุน เพราะต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาล อีกทั้งยังเป็นการทำลายสภาพภูมิทัศน์ด้านการท่องเที่ยว และสภาพเศรษฐกิจโดยรวม ที่สำคัญยังสร้างปัญหามลพิษในเรื่องของฝุ่นละอองและทำลายอาชีพทำกินของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะอีกด้วย

 เช่นเดียวกับ นายสุรัตน์ เมฆะวรากุล ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอบางละมุง ในฐานะตัวแทนนักธุรกิจเมืองพัทยา มองว่า โครงการรถไฟฟ้ารางเดี่ยวไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้านการจราจร และระบบขนส่งมวลชนเมืองพัทยาได้ และไม่คุ้มค่ากับการลงทุน เนื่องจากเมืองพัทยามีพื้นที่จำกัดระยะทางไม่ถึง 10 กิโลเมตร

 "สิ่งที่ควรดำเนินการคือการแก้ไขระบบขนส่งมวลชนที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากกว่าทั้งรถสหกรณ์สองแถว หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง และพัฒนาโครงการอื่นๆ ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างจริงจัง เช่น การพัฒนาพื้นที่ชายหาด ระบบสาธารณูปโภค การปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อม หรือการสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ" นายสุรัตน์ กล่าว

 ด้าน นางพจนารถ แก้วผลึก ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมืองพัทยามีปัญหาหลายอย่างที่ได้รับการร้องเรียน ทั้งเรื่องการเข้ามาของ อพท.หรือองค์การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยว รวมทั้งโครงการใหญ่อย่างรถไฟฟ้ารางเดี่ยว ซึ่งหลายคนมองว่าไม่มีความโปร่งใส ในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น หรือประชาพิจารณ์จากประชาชน ล่าสุดชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว

 "เรื่องนี้นายกฯ ได้สั่งการผ่านทางกลุ่ม ส.ส.ชลบุรี ให้มาสำรวจข้อเท็จจริงและความต้องการของประชาชน หากเห็นด้วยก็ไม่คัดค้าน แต่หากไม่เห็นชอบก็คงต้องดำเนินการต่อไป เพราะโครงการนี้ใช้งบประมาณหลายพันล้าน" นางพจนารถ กล่าว

 ขณะที่ นายสุนทร รัตนวราหะ ปลัดเมืองพัทยา กล่าวว่า การรับฟังความคิดเห็นเพื่อนำเอาข้อมูลทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยไปประเมินก่อนจะมีการสรุปผลครั้งใหญ่ ส่วนความเห็นที่ต่างออกไปเป็นเรื่องดี แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนในเมืองพัทยาเกิดความแตกแยกกัน

 "โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่คณะผู้บริหารเมืองพัทยาชุดปัจจุบันได้สัญญาไว้กับประชาชน และเป็น 1 ใน 14 นโยบายเร่งด่วน และเมื่อได้รับความไว้วางใจจากประชาชนแล้ว ก็จำเป็นต้องรักษาสัญญา เพราะเชื่อแน่ว่าผู้บริหารเมืองพัทยาชุดนี้อยากเห็นความเจริญของเมืองพัทยาอย่างแท้จริง" นายสุนทร กล่าว

 อภิมหาโปรเจกท์ “รถไฟฟ้ารางเดี่ยว” หรือโมโนเรล นับเป็นสัญญาประชาคมของ "อิทธิพล คุณปลื้ม" ที่ใช้ในขณะหาเสียง แต่จะเดินหน้าได้จริงหรือไม่ต้องจับตากันต่อไป

"ธนทรัพย์ น้อยสะอาด"