ข่าว

'ชวน'วอนอย่ากดดันศาลยุบพรรคปชป.

'ชวน'วอนอย่ากดดันศาลยุบพรรคปชป.

27 ก.ย. 2553

“ชวน” พอใจการสู้คดีที่ผ่านมา วอนอย่ากดดันศาลให้ยุบพรรคปชป. ด้านม.ล.ประทีป ระบุ ไม่รู้สึกกดดัน ศาลออกหมายเรียกถึงต้องมาให้การ

(27ก.ย.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อเวลา 09.30 น.นายชวน หลีกภัย ส.ส.สัดส่วน ประธานที่ปรึกษาพรรค และหัวหน้าทีมสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามที่จะกดดันศาลให้ตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ จึงมีการปล่อยข่าวที่จะมีการตั้งนายกรัฐมนตรีสำรองออกมา ซึ่งเรื่องนี้ไม่ควรที่จะมีการคาดเดาล่วงหน้าเพราะยังมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือนที่ศาลจะไต่สวนพยานฝ่ายผู้ถูกร้อง ตนจึงขอฝากไปยังบุคคลและสื่อมวลชนอย่ากดดันศาลหรือคาดเดาเรื่องนี้ไปก่อน เนื่องจากหากผลที่ออกมาไม่ตรงกับที่คาดเดาก็จะทำให้เสียความน่าเชื่อถือ

 นายชวน กล่าวอีกว่า สำหรับการไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องที่ผ่านมาเรามีความพอใจกับการทำงาน ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ที่จะนำพยานมาสืบต่อศาล ส่วนที่มีการอ้างว่าในการตัดสินยุบพรรคของพรรคประชาธิปัตย์เป็น 2 มาตรฐานเมื่อเทียบกับการยุบพรรคอื่น ๆ ในเรื่องนี้คนพูดน่าจะเข้าใจผิด เพราะการตัดสินยุบพรรคประชาธิปัตย์ กับกรณีการยุบพรรคอื่นถือเป็นคนละกรณีกัน เนื่องจากในกรณีอื่นศาลฎีกาได้มีการไต่สวนมาก่อนที่จะมีการส่งเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะถูกลงโทษหากกระทำผิดจริง ซึ่งทุกคนต้องเคารพกฎหมายของบ้านเมือง

 ต่อข้อถามที่ว่า ขณะนี้ก็มีชื่อของนายชวนออกมาเป็นแคนดิเดตนายกฯสำรองด้วยเช่นกัน นายชวน กล่าวว่า “ปกติเขาห้ามส.ส.เป็นนายกอบต.” ซึ่งน่าจะเป็นไปไม่ได้ และตอนนี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าพรรคจะถูกยุบ ทำให้เป็นไปไม่ได้อีกเช่นกันที่จะหาคนมาเป็นนายกฯคนใหม่

 ส่วนที่มีการส่งนายสุเทพ เทอกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ส่งเลือกตั้งซ่อมที่จ.สุราษฏร์ธานี เขต 1 เพื่อปูทางเป็นนายกฯสำรองและจะการคานอำนาจของพรรคร่วมด้วย นายชวน กล่าวว่า ตนเพิ่งรู้เมื่อวันที่ 26 ก.ย.ที่ผ่านว่านายสุเทพจะลงเลือกตั้งซ่อม ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ใช่ที่จะให้นายสุเทพเป็นนายกฯสำรองแน่นอน แต่ถ้าไข้หวัดนกลงในพรรคแล้วตายกันหมดก็ค่อยว่ากัน

 ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์ ที่ปรึกษาประธานกกต. ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพรรคการเมืองกระทำความผิดตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง กล่าวว่า ขณะนี้ตนไม่มีอะไรมากดดัน ถึงแม้เราจะสนิทกับใครก็ตาม ซึ่งตนจะยึดหลักการเดิมและหลักข้อเท็จจริง ซึ่งอะไรที่เป็นหลักฐานที่ชัดเจนก็คงหนีไม่พ้น แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับศาลที่จะพิจารณา ซึ่งก็ให้รอฟังคำชี้แจงในศาลแล้วกันว่าตนจะชี้แจงอย่างไร

 เมื่อถามว่า ขณะนี้มีการกดดันให้ลาออกจากการเป็นที่ปรึกษาประธานกกต.ม.ล.ประทีป กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจและเป็นเรื่องที่ประธานกกต. ”จะพิจารณาเอง ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่าตนทำงานอยู่ในสำนักงานกกต.แล้วมาเป็นพยานในคดีนี้อาจไม่เหมาะสมนั้น ตนคิดว่า เมื่อศาลมีหลายเรียกให้มาเบิกความก็ต้องมา"