
"กำลังใจ"สิ่งมีค่าที่สุด4ปีของ"ธาริษา"กับเก้าอี้ผู้ว่าการธปท.
สิ่งมีค่าที่สุดที่ได้รับจากการเป็นผู้ว่าการ ธปท.ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา คือกำลังใจ โดยเฉพาะจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถือว่าสำคัญมาก เป็นสิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้รับ รวมทั้งคนแปลกน่าจะยังให้กำลังใจ คือคำบอกเล่าอย่างภาคภูมิใจของหญิงเก่งและแกร่
ในช่วงของการทำงานในตำแหน่งช่วงที่สาหัสที่สุดน่าเป็นการออกมาตรการสกัดเงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรในตลาดหุ้นที่เรียกกันติดปากว่า มาตรการ 30% เพื่อแก้ปัญหาเงินบาทแข็งค่า ที่อาจทำให้ส่งผลกระทบต่อการส่งออก โดยเธอยืนยันว่า สถานการณ์ขณะนั้น ธปท.ต้องทำเช่นนั้น เพราะการที่ค่าเงินบาทแข็ง ทั้งที่เศรษฐกิจไม่ดี จีดีพีของไทยต่ำสุดในภูมิภาค แต่กลับมีเงินไหลเข้า เป็นเรื่องที่อธิบายยาก ขณะเดียวกันเครื่องยนต์ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจก็เหลือเพียงตัวเดียวคือการส่งออก ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลไม่ให้การส่งออกได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นอย่างมาก เพราะเศรษฐกิจไทยไม่มีเครื่องยนต์สำรอง หากการส่งออกได้รับผลกระทบก็จะทำให้เกิดความเสียหายได้
ธปท.ต้องให้ข้อมูลรอบด้าน
ผู้ว่าการ ธปท.ยอมรับว่า ตอนที่ประกาศมาตรการออกไปนั้น มีคนส่งจดหมายมาข่มขู่ ซึ่งก็ต้องทำใจเพราะการดำเนินนโยบายแต่ละอย่างย่อมมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ โดยเมื่อมีคนได้ประโยชน์ก็ย่อมมีคนเสียประโยชน์ เช่นเดียวกับสถานการณ์ขณะนี้ ที่มีเงินไหลเข้าต่อเนื่อง เพราะการส่งออกของไทยเติบโตดี เศรษฐกิจก็ยังมีแนวโน้มเติบโตดี ปัญหาการเมืองเริ่มคลี่คลาย ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่น ประกอบกับเศรษฐกิจยุโรปและสหรัฐยังมีความไม่แน่นอน ทำให้นักลงทุนโยกเงินเข้ามาลงทุนในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในเมืองไทยจนทำให้เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ธปท.ก็ถูกมองเป็นผู้ร้ายที่ยังไม่ออกมาตรการอะไรมาสกัดกั้น
“ธปท.ต้องทำหน้าที่ให้ข้อมูลทั้งสองด้าน ต้องอธิบายให้ต่อเนื่องแม้ในยามปกติ เพื่อให้เมื่อมีปัญหาจะได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง สื่อก็มีบทบาทสำคัญต้องให้ความรู้ความเข้าใจเช่นกัน”
สำหรับการไหลเข้ามาของเม็ดเงินอย่างต่อเนื่อง คงเป็นปัญหาจากโครงสร้างด้วย แต่สิ่งสำคัญคือ ความผันผวน ถ้าไหลเข้ามาแล้วไหลออกไปมากจะหนักหน่วง ซึ่งในภูมิภาคก็เจอมาแล้วเมื่อตอนต้นปี แต่ของไทยไม่ได้เข้ามาเยอะฐานไม่ใหญ่มาก เวลาเงินไหลออกไปจึงไม่ถล่มทลาย เราอย่าคิดว่าเงินจะไหลเข้ามาเรื่อยๆ เพราะการไหลของเงินมันมาจากมุมมองความเชื่อมั่น บางทีก็ไม่มีเหตุผล ดังนั้น อย่าเก็งหรือคาดการณ์ว่าเงินจะไหลเข้ามาเรื่อยๆ เป็นการสร้างความเสี่ยงให้แก่ตัวเอง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมอง แล้วพยายามหาเหตุผลมาอธิบาย
“เป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ว่าค่าเงินจะเป็นอย่างไร จริงๆ คือเรื่องของความเชื่อมั่นเป็นหลัก เดือนสิงหาคมการเมืองนิ่ง ทำให้นักลงทุนมองไทยดีขึ้น ความเชื่อมั่นก็กลับคืนมา”
ส่วนที่มองกันว่า เงินไหลเข้าเพราะการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้มีส่วนต่างมากขึ้นนั้น ต้องเอาตัวเลขมาดู ซึ่งในภูมิภาคนี้ ไทยมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยต่ำเป็นอันดับสองรองจากไต้หวัน จึงไม่น่าจะจูงใจให้เงินไหลเข้ามาหวังกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย จริงๆ แล้วในเรื่องการดูแลเงินไหลเข้าออก ถือเป็นมาตรการที่ต้องดูแลร่วมกันในภูมิภาค ต้องดูในลักษณะว่า จะมีกระบวนการอย่างได้ผลหรือไม่ โดยทุกประเทศก็เข้าไปดูแลเพื่อลดความผันผวน
ธนาคารกลางที่ดีต้องอนุรักษนิยม
เมื่อถามว่า ธปท.ทำงานแบบอนุรักษนิยมเกินไปหรือไม่ ผู้ว่าการ ธปท.ยืนยันว่า อนุรักษนิยมเป็นสิ่งที่ดี ธนาคารกลางทุกแห่งควรดำเนินนโยบายแบบอนุรักษนิยม ซึ่งก็เห็นบทเรียนมาแล้วจากประเทศสหรัฐ และการที่ ธปท.ต้องขึ้นดอกเบี้ย เพราะการที่ใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำนานเกินไป เวลาเกิดเหตุขึ้น ก็จะมีผลกระทบมหาศาล แต่ถ้าระวังตัวหาทางป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ก็ไม่ต้องใช้ยาหม้อใหญ่
จะเห็นได้ว่า 4 ปีของการนั่งเป็นแม่ทัพใหญ่ของ ธปท.นั้น ต้องใช้ทั้งความอดทน อดกลั้น และความนิ่งในการทำงาน ซึ่งเธอมองว่า มีหลายสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมให้ผ่านมันมาได้อย่างสวยงาม อย่างความอดทนสู้งาน น่าจะมาจากสมัยเรียนหนังสือที่ประเทศญี่ปุ่น เพราะเมื่อครั้งไปเรียนที่นั่นยังใช้ภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ขณะที่เธอก็ไม่ได้เชี่ยวชาญภาษาญี่ปุ่น ทำให้เข้าใจมั่งไม่เข้าใจมั่ง จึงต้องขยันอย่างมากในการเรียนรู้ ตรงนี้จึงทำให้กลายเป็นตัวช่วยให้สู้งาน ไม่ท้อ และพร้อมจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
ส่วนความนิ่ง ผู้ว่าการ ธปท.หญิงเก่ง วิเคราะห์ว่า มาจากหลายสาเหตุ ที่สำคัญน่าจะช่วงหลังจากวิกฤติปี 2540 เพราะช่วงนั้นต้องทำการชี้แจงกับนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก และประเทศไทยในสายตาของต่างชาติก็แย่มาก โดยถูกมองว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นมาจากรัฐบาลมือเติบ ไม่มีวินัยทางการเงินการคลัง คอรัปชั่นเยอะ ไม่มีธรรมาภิบาล หรือเรียกได้ว่าไม่มีอะไรดี คำถามที่เจอก็จะตรงๆ เลย ว่าเมื่อไหร่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปจากประเทศไทย หรือจะแก้ไขอย่างไร
“เราตอบไปเขาก็เชื่อมั่งไม่เชื่อมั่ง มองแค่ว่าเราเอาตัวรอดไม่แก้ไขอย่างจริงใจ แต่เราก็ต้องนิ่งและพยายามชี้แจงไปซ้ำๆ ว่าเรากำลังทำอะไร สิ่งที่เขามองเป็นเรื่องที่เข้าใจผิด จึงทำให้ไอเอ็มเอฟจ่ายยาผิดไปด้วย ซึ่งการอยู่ในเวทีซักถามแบบโหดๆ ตรงๆ เราก็นิ่ง การแก้ปัญหาอยู่ที่การตอบ พยายามอธิบายที่มาที่ไป ทำให้ต้องมีความอดทน ถือเป็นบทเรียนที่ดี”
สำหรับบุคคลที่ผู้ว่าการ ธาริษา ถือเป็นแบบอย่างในการทำงานก็คือ ดร.ป๋วย อึ้งภากรณ์ และอีกคนหนึ่งก็คือ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท. ที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชา
ชีวิตหลังเกษียณขอทำสิ่งที่รัก
หลังจากหมดภาระหน้าที่จาก ธปท.แล้ว สิ่งที่เธอจะกลับไปมุ่งมั่นทำอีกครั้งก็คือ การวาดภาพสีน้ำที่ทิ้งมานานพอสมควร แม้จะต้องเริ่มต้นฝึกฝนใหม่ แต่นั่นก็สิ่งที่เธอรักและมีความสุขใจที่ได้จดจ่อกับสิ่งที่เรียนรู้จากวาดภาพ โดยภาพที่ชอบวาดก็คือ ดอกไม้และธรรมชาติ ซึ่งเธอบอกว่า การฝึกฝนทักษะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะยิ่งฝึกฝนเรียนรู้มากขึ้นจะมีมุมมองที่ต่างออกไปเรื่อยๆ ทั้งเรื่องเฉดสี เงา มีการสร้างสรรค์ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ สิ่งที่เธอชื่นชอบอีกอย่างคือ การเรียนโยคะ แต่เมื่อถามว่ามีโอกาสจะนำสิ่งที่รักมาทำเป็นธุรกิจหรือไม่ ก็ได้คำตอบว่า การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะนำสิ่งที่ชอบมาทำธุรกิจ ดังนั้น หากจะทำอะไร หรือเริ่มต้นอะไรใหม่ก็ต้องมีความสุขที่จะทำ ซึ่งมองว่าหากจะลงทุนทำโรงเรียนสอนโยคะก็คงไม่มีความสุข



