
นายกฯรับต่างชาติห่วงไทยไร้กติกาชัดเจนทำศก.ชะงักประมูล3จีสะดุด-คลังขวาง กสท ซื้อฮัทฯแพง
นายกฯ รับต่างประเทศกังวลเศรษฐกิจไทยมีกติกาไม่ชัดเจน ทำประมูล 3 จีสะดุด พร้อมยันเดินหน้าผลักดันกฎหมายจัดตั้ง กสทช. เชื่อออกมาบังคับใช้ทันสมัยประชุมนี้ รับปัญหาโทรคมนาคมเป็นเรื่องผลประโยชน์ ย้ำชัดต้องดำเนินการด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ต่างประเทศกังวลเรื่องเศรษฐกิจไทยที่มีกติกาไม่ชัดเจน รวมถึงการเมืองในประเทศที่ยังไม่นิ่งว่า ส่วนใหญ่นักลงทุนต่างชาติเห็นว่าเศรษฐกิจของไทยเข้มแข็งพอสมควร ทั้งในเชิงทิศทางและนโยบาย เพราะตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ออกมาดี ทั้งๆ ที่มีปัญหากับต่างประเทศและเหตุการณ์ในประเทศ เพียงแต่ขณะนี้มีประเด็นเรื่องการประมูลระบบโทรศัพท์ 3 จี หรือกรณีมาบตาพุดขึ้นมาอีกจึงทำให้ต่างประเทศกังวลในความไม่แน่นอน และเกรงว่าหากมีสถานการณ์การเมืองอีกจะยิ่งกระทบลุกลามออกไป
ส่วนกรณีที่ กทช.ใช้งบกว่า 80 ล้านบาทในการดำเนินการประมูลคลื่น 3 จี เเต่ขณะนี้ไม่สามารถประมูลได้นั้น มองว่า กทช.ไม่ได้เจตนาที่จะฝ่าฝืนกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ แต่ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีฝ่ายที่มีความเห็นทางกฎหมายไม่ตรงกัน ก็หวังว่าสิ่งที่ กทช.ทำมาจะไม่สูญเปล่าในอนาคตหากมีการประมูลขึ้นมาคงไม่ต้องเริ่มใหม่จากศูนย์ เพราะอย่างน้อยสิ่งที่ กทช.ทำไว้จะเป็นฐานแม้จะไม่ใช่ทั้งหมด
สำหรับการผลักดันกฎหมายและตั้ง กสทช.ที่ยังสะดุดพราะเสียงของรัฐบาลมีปัญหานั้น ยืนยันว่ารัฐบาลจะเร่งผลักดันกฎหมายออกมา โดยวันที่ 29 กันยายนนี้ น่าจะมีการประชุมร่วมรัฐสภาและจะมีการตั้งกรรมาธิการร่วมได้ ส่วนจะใช้เวลานานเท่าใดในการผลักดันจนสามารถตั้ง กสทช.ได้ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการจะใช้เวลาพิจารณานานเท่าใด แต่มั่นใจว่ากฎหมายจะออกมาทันสมัยประชุมนี้
นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่รัฐวิสาหกิจบางเเห่งเรียกร้องให้เร่งผลักดันเพื่อให้พัฒนาไปสู่ 3 จีว่า ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดันให้ บมจ.ทีโอที และบมจ.กสท โทรคมนาคม มีบทบาทเชิงโครงข่ายเพื่อให้บริษัทเอกชนมาเช่าโดยจ่ายค่าธรรมเนียมน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด ส่วนทิศทางการประกอบการในอนาคตนั้น ต้องยอมรับว่าเป็นระบบแข่งขันกันบนพื้นฐานความเท่าเทียมกัน
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) จะการเข้าซื้อกิจการ CDMA ส่วนกลาง ใน 25 จังหวัด จำนวน 800 สถานี มูลค่า 7,500 ล้านบาท จากบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย จำกัด ว่าจากการเปรียบเทียบมูลค่าการลงทุนของ กทส ในส่วนภูมิภาค 51 จังหวัด จำนวน 1,600 สถานี ในราคา 7,900 ล้านบาท ถือว่าสูงเกินไป จึงเห็นว่าควรซื้อทรัพย์สินจากกลุ่มฮัทชิสันไม่เกินครึ่งหนึ่งของราคาที่ กสท ลงทุนหรือแค่ 3.95 พันล้านเท่านั้น



