
ปชป.ลุ้น"กระทรวงทักษิณ"ยึด "5 จว."ปลายด้ามขวาน
กรณี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงไม่รับตำแหน่งผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติตามที่ ก.ตร.มีมติแต่งตั้ง เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์กับประเทศซาอุดีอาระเบีย
ถือว่า "ปลดชนวนระเบิด" ให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ได้ทันท่วงที
เนื่องจากอุปทูตซาอุฯ ประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์กดดันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการยื้อออกวีซ่าให้ชาวไทยมุสลิมที่จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์
ทำเอาฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นชาวมุสลิมกดดันพรรคประชาธิปัตย์อย่างหนัก เห็นได้ชัดกรณี ส.ส.ภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเรียกร้องให้ พล.ต.ท.สมคิด เสียสละเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม
มินับก่อนหน้านั้น ส.ส. 3 จังหวัดชายแดนไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคมาตุภูมิ ก็ออกมาเรียกร้องไปในทิศทางเดียวกันคือ "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ต้องรับผิดชอบ! พล.ต.ท.สมคิด ต้องถอย!
เพราะชาวไทยมุสลิมเดินทางไปแสวงบุญไม่ทันตามกำหนด ย่อมส่งผลสะเทือนถึง "ฐานการเมือง" ของประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้อย่างมิต้องสงสัย
ตามวิสัยนักเลือกตั้ง เรื่องของ "ฐานเสียง" ต้องมาก่อนในทุกเรื่อง และที่สำคัญแกนนำประชาธิปัตย์กำลังลุ้นอย่างเต็มที่กับ "กระทรวงภาคใต้" ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้
ก่อนอื่นต้องบอกว่าเป้าหมายของประชาธิปัตย์ ในการฟื้น "ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" หรือ ศอ.บต. ใกล้บรรลุความจริงเข้ามาทุกขณะแล้ว
เมื่อสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้เวลาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.... นาน 9 เดือน และมีมติผ่านความเห็นชอบวาระ 3 ไปแล้วเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2553
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแปรญัตติของวุฒิสภา และเตรียมเข้าสู่ที่ประชุมวุฒิฯในวาระ 2 และวาระ 3 ต้นเดือนตุลาคมนี้
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.การบริหารราชการจังหวัดชายแดนใต้ พ.ศ.... ที่เสนอโดย ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ประชาธิปัตย์ ให้ขยายความหมายของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ครอบคลุมจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา และสตูล
กำหนดให้มีเลขาธิการ ศอ.บต. มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวง เป็นหัวหน้าส่วนราชการ นายกรัฐมนตรีโดยการเสนอแนะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งบริหารระดับสูงคนหนึ่งเป็นเลขาธิการ
ร่าง พ.ร.บ.ศอ.บต.ถูกบรรจุเป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ตามที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี 2550 แม้ว่าปัจจุบันจะมี "ศอ.บต." ในชื่อเดียวกันอยู่แล้ว ทว่า ศอ.บต.ที่มีอยู่ ก็มีสถานะเป็นเสมือนหน่วยธุรการที่ไม่มีอำนาจบริหารสั่งการอะไรได้มาก เหมือนกับ ศอ.บต.ที่กระทรวงมหาดไทย เคยจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2524
พูดง่ายๆ มันจะเป็น "องค์กรดับไฟใต้" ที่ฝ่ายการเมืองจะมีอำนาจในการบริหารจัดการด้านการพัฒนาเต็มรูปแบบ ซึ่งมีบางฝ่ายเปรียบ ศอ.บต.ใต้เงาการเมือง ปชป.ว่า เสมือนกระทรวงภาคใต้
ส่วน ศอ.บต.ปี 2549 ไม่ต่างจาก "องค์กรเถื่อน" ที่ไม่มีกฎหมายรองรับ เพราะ พ.ร.บ.ศอ.บต.ถูกแช่แข็ง ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ยุค คมช.
ศอ.บต.ฉบับ พล.อ.สุรยุทธ์ อยู่ภายใต้สายงานการบังคับบัญชาของกองทัพที่มีแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธาน ต้องของบประมาณและขอการสนับสนุนจาก กอ.รมน.ภาค 4 เมื่อ ปชป.ได้เป็นรัฐบาล จึงมีแนวคิดยุบ ศอ.บต.ของ คมช.ทิ้งทันที
อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกฎหมายผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี องค์กรดับไฟใต้ในมิติของพลเรือน ก็กลับมาใช้ชื่อ ศอ.บต. แทนที่จะใช้ชื่อ "สำนักงานบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้" หรือ สบ.ชต. ตามที่กำหนดไว้แต่แรก
ด้วยเหตุผลที่ว่าคนในพื้นที่รู้จัก ศอ.บต.เป็นอย่างดี จึงไม่ต้องการให้เกิดความสับสน
ว่ากันว่า ศอ.บต.โฉมใหม่ ในด้านความมั่นคง ยังคงเป็นหน้าที่ของ กอ.รมน. กับกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร หรือ พตท. แต่ในภาพรวมยังกำหนดทิศทางมาจากฝ่ายการเมือง
แต่ ศอ.บต.ตามร่างกฎหมายใหม่นี้ ก็ถูกมองว่ามีการ “บิดเบือน” ไปจากเจตนารมณ์เดิมที่เป็นความต้องการของคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ “นิยาม” ของคำว่า “จังหวัดชายแดนภาคใต้”
ซึ่งร่างเดิมที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกฤษฎีกา หมายถึง 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา คือ จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี
แต่ร่างดังกล่าวถูกแก้ไขก่อนเข้าคณะรัฐมนตรี ทำให้นิยามของ “จังหวัดชายแดนภาคใต้” ขยายเป็น 5 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และ สตูล
นัจมุดดีน อูมา ส.ส.นราธิวาส พรรคมาตุภูมิ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่ลงมติให้ตัด "สตูล" และ "สงขลา" ออกจากนิยาม "จังหวัดชายแดนภาคใต้" ในการพิจารณาชั้นกรรมาธิการ (วาระ 2) หากนิยามจังหวัดชายแดนภาคใต้หมายถึง 5 จังหวัด งบฯ ก็จะถูกกระจายออกไป
ขณะที่กลุ่มผู้นำธุรกิจในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มองว่า เมื่อการลงทุนทำธุรกิจใน จ.สงขลา และสตูล ซึ่งจัดเป็น "พื้นที่ปลอดภัย” ได้สิทธิพิเศษเท่าเทียมกับการลงทุนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ยังจะมีนักลงทุนคนไหนไปลงทุนในพื้นที่ “เสี่ยง” ต่อการก่อการร้ายทุกรูปแบบอยู่อีก
ด้านประชาคมชาวสตูลเอง กลับเรียกร้องที่จะเข้าไปอยู่ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยไม่สนใจเสียงทักท้วงว่า อาจจะเป็นการนำพา "ไฟก่อการร้าย" เข้ามาสร้างปัญหาในพื้นที่ก็ได้
จึงมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่า ความพยายามฟื้น ศอ.บต.ขึ้นมาใหม่นั้น แท้จริงแล้ว เป็น "ยุทธศาสตร์" ในการรณรงค์ทางการเมืองของประชาธิปัตย์ ที่มุ่งหวังจะใช้ ศอ.บต. เป็นเครื่องมือสร้างคะแนนนิยมใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขณะนี้ประชาธิปัตย์มี ส.ส.เขตในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา จำนวน 5 ที่นั่ง จากทั้งหมด 12 ที่นั่ง
ส่วนที่สงขลา ซึ่งมี ส.ส.เขต 8 คน และสตูล 2 คนนั้น โดยเก้าอี้ ส.ส.ทุกเขตตกเป็นของประชาธิปัตย์
คู่แข่งทางการเมืองของ ปชป.ก็หนีไม่พ้นพรรคเพื่อไทย และพรรคมาตุภูมิ ซึ่งช่วงเกิด "วิกฤติสมคิด" สองพรรคนี้ก็ถล่มการเป็นผู้นำของ "อภิสิทธิ์" เสียเละเทะ
ไม่มีใครปฏิเสธหรอกว่า ศอ.บต.ใหม่ จะเป็นเครื่องมือหาเสียงที่ ปชป.ตั้งใจกวาด 22 ที่นั่งจาก 5 จังหวัดชายแดนใต้!
บายไลน์ ทีม Researchers & Rewriter
การเมืองเรื่องไฟใต้



