ข่าว

"ฝนตกบ้านน้องน้ำนองถึงบ้านพี่"

"ฝนตกบ้านน้องน้ำนองถึงบ้านพี่"

27 ก.ย. 2553

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมากระแสข่าวเปลี่ยนตัว "นายกรัฐมนตรี" อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทั้งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาลดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ

 ถึงขั้นเตรียม "นายกฯ สำรอง" ไว้หาก "พรรคประชาธิปัตย์" ถูกยุบกรณีการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อพัฒนาพรรคการเมืองจำนวน 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์

 โดยปรากฏชื่อ "ชวน หลีกภัย" ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค และ "กรณ์ จาติกวณิช" รมว.คลัง

 สำหรับชื่อของ "กรณ์" เป็นข่าวเพราะลือกันหนาหูว่า "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์ไปหา "เนวิน ชิดชอบ" แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อเจรจาว่าหากพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบขอให้ผลักดัน "กรณ์" เป็นนายกรัฐมนตรีแทน

 แม้ว่าต่อมา "สุเทพ" จะออกมาปฏิเสธข่าว ไม่เคยคิดเปลี่ยนตัวนายกฯ จาก อภิสิทธิ์ เป็น กรณ์ พร้อมเปรียบเทียบว่า "อภิสิทธิ์" กับ "กรณ์" ประสบการณ์ทางการเมืองเหมือนกระดูกคนละเบอร์

 แต่ก็ทำให้ "พรรคร่วมรัฐบาล" และสังคมเริ่มจับทิศทางการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้ง

 เพราะนาทีนี้ทุกพรรคถือว่าเป็น "นาทีทอง" ที่ต้องเร่งกอบโกยคะแนนเสียงและทุน เพื่อสำรองไว้สำหรับการเลือกตั้งที่อาจจะมาเร็วกว่าที่คาด

 ขณะนี้บางพรรคมีทุนมากพอสำหรับการเลือกตั้ง แต่กระแสพรรคและผู้สมัครไม่เด่นดังความหวังในการเลือกตั้งอาจได้ไม่ตามเป้า

 ดังนั้นเวลานี้นอกจาก "พรรคเพื่อไทย" ถ้าพรรคไหนประกาศว่า "พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง" ให้ตีความไว้ก่อนว่าพูด "ให้กำลังใจตัวเอง" ทำนอง "ปากกล้าขาสั่น"

 ที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะขณะนี้เป็น "ฝ่ายค้าน" การเลือกตั้งจึงเป็นหนทางนำไปสู่การเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

 จะเห็นว่าระยะหลัง "พรรคเพื่อไทย" จะเน้นเดินเกมในสภาเป็นหลัก ทั้ง "ในห้องประชุม" และผ่าน "กรรมาธิการคณะต่างๆ" ในสภา มีการรับส่งกันอย่างเป็นระบบ

 ไม่ว่าจะเรื่องที่ "จตุพร พรหมพันธุ์" ส.ส.เพื่อไทย ออกมาเปิดเผยกลางสภากรณี "ศิริโชค โสภา" ส.ส.ประชาธิปัตย์ เข้าพบ "วิกเตอร์ บูท" นักค้าอาวุธสงครามชาวรัสเซีย ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำกลางบางขวาง

 จากนั้น "คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร" ที่มี "ต่อพงษ์ ไชยสาส์น" เป็นประธาน ก็นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการจนเป็นข่าวใหญ่อยู่หลายสัปดาห์

 นอกจากนี้ยังมีกรณีการแต่งตั้ง "พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม" ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ไปเป็น "ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" ต่อมาทางการซาอุดีอาระเบียไม่พอใจเนื่องจาก "พล.ต.ท.สมคิด" ถูกฟ้องในคดีอุ้มฆ่า นายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย จนเกิดปัญหาการออกวีซ่าฮัจญ์ให้คนไทยมุสลิม

 ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ "ประชา ประสพดี" ส.ส.เพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ก็รับลูกเป็นโต้โผใหญ่นำปัญหานี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการทันที

 ผลสุดท้าย "พล.ต.ท.สมคิด" จึงตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง "ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ" เพื่อไม่ให้กระทบความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดีอาระเบีย

 ก็ถือว่าการทำหน้าที่ในสภาของ "พรรคเพื่อไทย" บรรลุเป้าหมายที่วางไว้

 ล่าสุด "พรรคเพื่อไทย" กำลังมุ่งเป้ามาที่ "คดียุบพรรคประชาธิปัตย์" เนื่องจากคดีมีความเข้มข้นประมาณวันที่ 18 ตุลาคมนี้ การไต่สวนพยานผู้ถูกร้อง (พรรคประชาธิปัตย์) ก็จะเสร็จสิ้น

 ปลายปีนี้ก็จะรู้ว่า "พรรคประชาธิปัตย์" จะถูกยุบหรือไม่

 ตลอดการไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่นัดแรกจะมี "ตัวแทนพรรคเพื่อไทย" เดินทางไปร่วมสังเกตการณ์ด้วยทุกครั้ง!

 และก่อนถึงวันไต่สวน "พยานผู้ร้อง" และ "ผู้ถูกร้อง" ทาง "โฆษกพรรคเพื่อไทย" พร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ จะให้สัมภาษณ์เป็นลบกับพรรคประชาธิปัตย์ เช่น การนำพยานเดินทางไปต่างประเทศ ไม่สามารถมาให้การในศาลได้

 ในวันจันทร์ที่ 27 กันยายนนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานผู้ถูกร้องนัดแรก หนึ่งในนั้นมี "ม.ล.ประทีป จรูญโรจน์" ที่ปรึกษาประธาน กกต.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานของนายทะเบียนพรรคการเมือง ก็ไม่วายถูก "โฆษกพรรคเพื่อไทย" กล่าวหาว่าจะไปเบิกความช่วยให้พรรคประชาธิปัตย์รอดจากการถูกยุบพรรค

 จึงไม่แปลกที่ขณะนี้กระแสข่าวเปลี่ยนตัว "นายกรัฐมนตรี" จะตีคู่มากับข่าว "ยุบพรรคประชาธิปัตย์" อย่างน้อยก็สร้างความปั่นป่วนในพรรคร่วมรัฐบาลได้พอสมควร

 แต่หลายคนคงลืมไปว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ถูกยุบ อย่างน้อยก็มีพรรคร่วมรัฐบาลอีกหนึ่งพรรค คือ "พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา" ได้รับผลกระทบไปด้วยอาจต้องเปลี่ยนตัว "รมช.คลัง" ประดิษฐ์  ภัทรประสิทธิ์ ในฐานะ "อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์"

 เหมือนเนื้อเพลงสมัยก่อนท่อนที่ว่า "ฝนตกบ้านน้อง น้ำนองถึงบ้านพี่" !